วันนี้ขอเล่าให้จบเลยนะครับ  จำเลยฎีกาประเด็นสำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่เขาถือเป็นไม้เด็ดก็คือ “อัยการสูงสุดมีอำนาจสั่งฟ้องจำเลยที่ ๒ ในความผิดฐานแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการดังกล่าวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๗, ๒๖๘ หรือไม่” ข้อนี้แหละที่เขากะเป็นหมัดตาย

           ข้อนี้ ศาลฎีกาพิเคราะห์ว่า ว่า พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองภูเก็ตได้ส่งสำนวนการสอบสวนพร้อมความเห็นสั่งฟ้องจำเลยที่ ๒ ในความผิดตามพระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคมและมูลนิธิ พ.ศ. ๒๔๙๙ มาตรา ๓๕, ๓๖, ๔๒ และฐานร่วมกันยักยอกให้อัยการจังหวัดภูเก็ตพิจารณา (ไม่มีข้อหา “แจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารและใช้เอกสารดังกล่าว” ซึ่งผมเป็นคนที่ตรวจสำนวนพบว่ามีการกระทำความผิดในข้อหาดังกล่าวด้วยแต่ตำรวจไม่ได้ตั้งข้อหาดำเนินคดีกับจำเลย) อัยการจังหวัดภูเก็ตมีความเห็นสั่งฟ้องจำเลยที่ ๒ ตามความเห็นของพนักงานสอบสวนและสั่งฟ้องในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๗, ๒๖๘ ด้วย โดยให้พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาดังกล่าวเพิ่มเติมให้จำเลยที่ ๒ ทราบก่อนฟ้อง แต่อัยการพิเศษประจำเขต ๘ มีความเห็นสั่งไม่ฟ้องจำเลยที่ ๒ ทุกข้อหา ส่วนความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๗, ๒๖๘ผู้เสียหายมิได้แจ้งความให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีแก่จำเลยที่ ๒จึงไม่ต้องดำเนินการในข้อหานี้แก่จำเลยที่ ๒ ซึ่งอัยการจังหวัดภูเก็ตได้ดำเนินการตามความเห็นของอัยการพิเศษประจำเขต ๘ โดยมีคำสั่งไม่ฟ้องจำเลยที่ ๒ ทุกข้อหา และยุติการดำเนินคดีแก่จำเลยที่ ๒ในความผิดฐานแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๗, ๒๖๘

          เมื่ออัยการจังหวัดภูเก็ตส่งสำนวนพร้อมความเห็นเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตพิจารณา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๔๕ วรรคหนึ่ง (ซึ่งพนักงานอัยการต้องปฏิบัติเมื่อมีคำสั่งไม่ฟ้อง) ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตมีความเห็นแย้งให้ฟ้องจำเลยที่ ๒ เฉพาะในความผิดตามพระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนฯ และความผิดฐานยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๖, ๓๕๓, ๓๕๔ เห็นว่า ตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏในสำนวนการสอบสวน ความผิดฐานแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการนั้น ในชั้นต้นพนักงานสอบสวนยังมิได้แจ้งข้อหาให้แก่จำเลยที่ ๒ ทราบและมิได้ดำเนินคดีในข้อหานี้มาแต่แรกเมื่ออัยการจังหวัดภูเก็ตมีคำสั่งให้ยุติการดำเนินการแก่จำเลยที่ ๒ ในข้อหานี้ย่อมถือได้ว่าอัยการจังหวัดภูเก็ตยังไม่มีคำสั่งให้ฟ้องหรือไม่ฟ้องจำเลยที่ ๒ในข้อหาดังกล่าว การที่ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตไม่ได้มีความเห็นเกี่ยวกับข้อหานี้จึงถือไม่ได้ว่าผู้ว่าราชการจังหวัดมีความเห็นชอบกับคำสั่งไม่ฟ้องจำเลยที่ ๒อันจะทำให้คำสั่งไม่ฟ้องจำเลยที่ ๒ ในความผิดฐานดังกล่าวเป็นที่สุดดังที่จำเลยที่ ๒ ฎีกา

          เมื่อสำนวนการสอบสวนเสนอไปยังอัยการสูงสุดพิจารณาเนื่องจากผู้ว่าราชการจังหวัดมีความเห็นแย้งให้ฟ้องจำเลยที่ ๒ ในความผิดฐานยักยอกและความผิดตามพระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนฯ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๔๕ วรรคสอง การที่อัยการสูงสุดมีคำสั่งให้ฟ้องจำเลยที่ ๒ ในความผิดฐานแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๗, ๒๖๘ ด้วยนั้นเป็นการใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติพนักงานอัยการ พ.ศ. ๒๔๙๘ มาตรา ๑๒ที่ให้อัยการสูงสุดมีอำนาจดำเนินคดีได้ทุกศาลหาได้สั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๔๕ วรรคสอง ดังที่จำเลยที่ ๒ฎีกาไม่ คำสั่งให้ฟ้องจำเลยที่ ๒ ของอัยการสูงสุดย่อมชอบด้วยกฎหมายโจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง ปัญหาตามฎีกาข้ออื่นของจำเลยที่ ๒ ไม่จำต้องวินิจฉัยอีกต่อไป เพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง ฎีกาของจำเลยที่ ๒ ที่กล่าวมาฟังไม่ขึ้นทุกข้อ" พิพากษายืน (รัตน กองแก้ว มงคล ทับเที่ยง พินิจ บุญชัด)

          ชื่อในวงเล็บคือองค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาที่ตัดสินคดีนี้ครับ

          คดีจบลงไปแล้ว ผมไม่ได้มีความรู้สึกลิงโลดหรือรู้สึกยิ่งใหญ่ที่เอาชนะจำเลยคดีนี้ได้ เพราะผมทำหน้าที่ของผมให้เกิดความสมบูรณ์เท่านั้น ผมไม่ได้คิดอคติกับจำเลย แต่ก็ยอมรับว่าในเบื้องต้นที่ทราบว่าเขามาขออย่าจ่ายสำนวนให้ผม ผมมีความรู้สึกอยากทำคดีนี้และอยากทำสำนวนให้ละเอียดรอบคอบ ดูสิว่าเราผิดหรือถูกเพราะตอนนั้นมีปัญหาหลักเพียงแค่ขาดอายุความหรือไม่ แต่พออ่านไปเจอความผิดที่พนักงานสอบสวนยังมิได้แจ้งข้อหาแก่ผู้ต้องหาเราก็ทำหน้าที่ให้เต็มที่  และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อถูกคำสั่งจากอธิบดีฯ สั่งไม่ฟ้องทุกข้อหาเพราะขาดอายุความ เราก็มึนเพราะเชื่อว่าเราทำงานรอบคอบแล้ว แต่ในที่สุดก็ได้รับการพิสูจน์จากอัยการสูงสุดว่าท่านเห็นด้วยกับความคิดที่เรานำเสนอและที่สำคัญศาลสูงสุดของประเทศก็เห็นว่าข้อหาที่เราสั่งดำเนินคดีเป็นข้อหาที่จำเลยกระทำผิดจริง ก็เท่านั้นแหละครับ...

ที่นำมาเล่าเพราะเห็นว่าเป็นประสบการณ์ชีวิตอีกเรื่องหนึ่งที่กว่าจะมาถึงวันนี้ผมผ่านร้อนผ่านหนาวมาพอสมควรแล้ว แต่ทุกวันนี้ยิ่งสูงก็ยิ่งหนาว ครับ.

 

ขอบคุณข้อมูลจาก 

http://www.arjarnsomchai.com/view.php?qID=25