1. " ไฟจะลุกลามมาทางตะวันออก ไหม้วัดวาอาราม นักบวช และพระจะอดอยากยากเข็ญ " ไฟในที่นี้คือ ภัยจากการคลั่งวัตถุนิยม อันเกิดจากมนุษย์อีกซีกโลกหนึ่งที่มีสมองซีกซ้ายนำขวา เป็นผู้สร้างเพื่อชักจูงจิตวิญญาณของผู้คนที่ไม่สมดุลให้ลุ่มหลงมัวเมาไปกับ มัน จนกลายเป็นทาสของวัตถุ และถูกผู้สร้างมันขึ้นมาชักจูงจิตวิญญาณไปในทางต่ำ จนทำให้เกิดความขาดสมดุลจิตวิญญาณไป จิตสำนึกคลั่งตะวันตกเป็นไปอย่างรุนแรง ตั้งแต่ระดับผู้นำลงมาถึงระดับล่างแทบทุกชนชั้นมนุษย์ซีกตะวันออกมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้น ที่ยังคงใกล้ชิดกับศาสนาถือปฎิบัติธรรมะอย่างเข้าใจและซึ้งในรสพระธรรม ผู้ประพฤติดีประพฤติชอบมักไม่ได้รับการยอมรับจากคนส่วนใหญ่ นอกจากมีอำนาจเหนือ ศีลธรรมเสื่อมทรามมีผู้คนที่ศรัทธาในพระศาสนาเข้าวัดทำบุญน้อยลง เนื่องจากจิตใจไม่ฝักใฝ่และมีทัศนคติไม่ถูกต้องต่อผู้สืบทอดศาสนา ทีมีพฤติกรรมนอกรีตให้เห็นอยู่กลาดเกลื่อนเหมือนเป็นเรื่องปกติ มองเห็นใครที่พูดถึงเรื่องศาสนาและธรรมมะเป็นหัวโปราณคร่ำครึ และความเสือมโทรมในจิตใจของผู้คนที่แสดงพฤติกรรมโหดร้ายก้าวร้าวต่อเพื่อน มนุษย์ด้วยกันเหมือนไม่ไช่มนุษย์ หนักขึ้นทุกวันนักบวชและพระมีโอกาสเยียวยาจิตใจมนุษย์ในสังคมน้อยลงกว่าเดิม เนื่องจากมนุษย์ส่วนใหญ่ไม่เข้าวัดเพราะเสื่อมศรัทธา ไม่ไส่ใจ และใฝ่การทำมาหากินเพื่อชีวิต ไม่ได้ทำอะไรเพื่อจิตวิญญาณของตนเลย บทบาทของพระในการเผยแพร่พระธรรมจึงถูกปิดกั้น มนุษย์มีพระไว้เพื่อการประกอบพิธีกรรมในการสวดที่ศักดิ์สิทธิ์และใฝ่หาแต่ พระที่มีอิทธิฤทธิ์ไว้เป็นที่พึ่งเท่านั้น การอดอยากยากเข็ญของพระ จึงหมายถึง การที่พระไม่มีโอกาสได้กระทำหน้าที่ของตนในการเผยแพร่ธรรมมะนั่นเอง..
2 . " ลูกไฟจะตกจากฟากฟ้าเป็นเพลิงผลาญ เหล็กกล้าจะทะยานจากน้ำ " พุทธทำนายบทนี้ กล่าวถึงการทำศึกสงความระหว่างเผ่าพันธ์มนุษย์ด้วยกันเอง ซึ่งเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎเกณฑ์ทางกายภาพของจักรวาล ว่าด้วยเรื่องความเป็นหนึ่งเดียวกันของทุกสรรพสิ่งในระบบโลก ไม่เว้นแม้แต่มนุษย์ การขัดแย้งรบราฆ่าฟันกัน ทั้งชนในชาติเดียวกัน ไปจนถึงระหว่างประเทศ พล่าผลาญชีวิตกันอย่างไร้จิตสำนึกแห่งเมตาธรรมด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์ ที่ค้นคิดขึ้นจนนับวันอาวุธที่ผลิตขึ้นจะมีพลังอำนาจในการทำลายล้างอย่างน่า กล้วมากขึ้น
อาวุธนิวเคลียร์ ขีปนาวุธ และอาวุธเชื้อโรค คือความร้ายแรงและเป็นภัยมหันต์ แต่ละชนชาติที่ก้าวร้าวเหล่านั้นเคยรู้บ้างหรือไม่ว่า ศาสตราวุธทันสมัยที่แต่ละรายสะสมกันไว้นั้น หากกดปุ่มพร้อมกันมันสามารถทำลายโลกใบนี้ได้แค่เพียงนาทีเดียว สำหรับมนุษย์ที่กำลังหวั่นกลัวจากสงครามโลกครั้งที่ 3 ตามคำพยากรณ์ในยุคพลังงานเก่า จงรับรู้ไว้ด้วยว่า โรงเรียนโลกใบนี้มิได้โดดเดี่ยว โดยปราศจากผู้ดูแลอย่างการคิดแบบจิตมนุษย์เลย จิตจักรวาลและรูปธรรมชั้นสูงในมิติคู่ขนาน จะไม่มีวันปล่อยให้ผู้มีจิตวิญญาณอธรรมกระทำการเช่นนั้นได้อีกต่อไป
3 . " มหาสมุทรจะชอกช้ำ " พุทธทำนายบทนี้ทรงเน้นความเน่าเสียของน้ำจากปฎิกูลเคมีสังเคราะห์ ที่มนุษย์สร้างขึ้นทำลายความสมดุลของระบบโลก ทำให้น้ำทะเลเป็นพิษ น้ำเน่าเสีย สัตว์ทะเลต้องจบชีวิตลงเพราะสารพิษและขาดออกซิเจน เนื่องจากกากปฎิกูลต่างๆ จะมีมากเกินกว่ากายภาพของแผ่นดินจะซึมซับโอบอุ้มเอาไว้ได้ มันจะค่อยๆเคลื่อนไหลสู่ท้องทะเล อำนาจเงิน ผลประโยชน์ ความบ้าคลั่งทางปัญญาอุตสาหกรรมหนัก คือตัวการก่อมลภาวะทางน้ำของมนุษย์ซึ่งปัจุปันนี้กำลังเป็นปัญหาระบบนิเวศน์ เสียสมดุลจาก มลพิษ สถานะการณ์โลกในขณะนี้ปัญหามลภาวะมันหนักหนาจนสุดเยียวยาได้ มหันตภัยกำลังคืบคลานสู่มวลมนุษย์ชาติแล้ว จงเตรียมตัวกันไว้ให้ดี.
4. " ศึกจะติดเมือง " พุทธทำนายบทนี้ ทรงหมายถึง ความขัดแย้งระหว่างประเทศต่างๆทั่วโลก มันจะก่อตัวขึ้นแทบทุกแห่งที่ชนชั้นผู้นำขาดความสมดุลในจิตใจ โดยมองเห็นความมีอำนาจเหนือเปรียบดั่งขนมหวาน ศึกสงความบนโลกจะไม่มีวันสงบทั่วแผ่นดินใด้ หากยังมีการคิดค้นมีการผลิตเพื่อขายกันอยู่ เหยื่อแห่งสงครามแม้ไม่ไช่สงครามโลก ก็ยังจะคงมีอยู่บนแผ่นดินโลกตลอดไป.
5. " ข้าวจะขาดแคลน " พุทธทำนายบทนี้ ทรงหมายถึง การทำลายระบบนิเวศน์อย่างไม่บันยะบันยัง เพื่อดูดซับพลังงานและการเก็บเกี่ยวทรัพยากรธรรมชาติ บนแผ่นดินจะทำให้ความอุดมสมบูรณ์ที่เหมาะสมต่อการเพาะปลูกธัญญาหารเสื่อม สลายเสียสมดุลไป มนุษย์ใช้ผืนแผ่นดินรองรับความเจริญทางวัตถุ จนแทบไม่มีที่ใดเหมาะสมต่อการเพราะปลูกและเกษตรกรรม เพื่อการยังชีพอีกต่อไป ในที่สุดความขาดแดลนอาหารบริโภคจะเป็นปัญหาของมนุษย์โลกที่ทุกคนต้องเผชิญ แม้ในยามที่ยังไม่มีศึกสงความให้เกิดข้าวยากหมากแพงเลยก็ตาม.
6. " ผีโขมดป่าจะเข้าเมือง " พุทธทำนายบทนี้ ทรงหมายถึง ภูมิอากาศโลกแปรเปลี่ยนไป จะก่อให้เกิดเชื้อโรคร้ายชนิดใหม่ๆ ที่เป็นภัยต่อสุขภาพร่างกายมนุษย์ จนถึงขั้นเสียชีวิต โดยไม่อาจเยียวยารักษาได้มากมายหลายโรค มีทั้งโรคร้ายชนิดใหม่ที่มนุษย์ไม่เคยรู้จัก และโรคร้ายชนิดเก่าๆ ที่มนุษย์เอาชนะมันได้จนทำให้มันเสียสมดุลไปในอดีตแล้ว มันจะแอบซุ่มวิวัฒนาการสายพันธ์ของตัวมันเองตามกฎทางกายภาพของจักรวาล ยกระดับตัวมันเองสู่ความสมดุลกับมนุษย์ได้อีกครั้ง ที่มันสามารถจะมีอำนาจต้านทานฤทธิ์ยาตัวเก่าได้เป็นอย่างดียิ่งกว่าเดิม.
7. " พระเสื้อเมืองพระทรงเมืองจะหนีเข้าไพร " พุทธทำนายบทนี้ ทรงหมายถึง ความสับสนเสียสมดุลในจิตใจของผู้คนในสังคมถึงจุดที่ยากจะแก้ไขเยียวยาได้ จะทำไห้ผู้มีความสมดุลทางจิตวิญญาณต่างๆ เกิดความท้อแท้ในการทำหน้าที่ตามเจตนารมณ์ของตนให้ลุล่วงได้อีกต่อไป เพราะไม่มีผู้ฝักไฝ่ศาสนา ไม่มีใครใฝ่หาการรู้แจ้ง บนเส้นทางของนักรบแห่งแสงสว่างตามแนวทางของพระศาสดา พวกเขาจึงจะพากันละไปจากสังคมเมือง แสวงหาความวิเวกและสุขสงบกันแต่เพียงลำพัง เหมือนอยากไปสวรรค์คนเดียว จนทำให้สังคมเสือมทรามลงอย่างรวดเร็ว เพราะต่างล้วนขาดจิตสำนึกที่ถูกต้องในการดำเนินชีวิต.
8 . " ผู้เป็นใหญ่มีอำนาจจะเรียกผีเสื้อเหล็กนับแสนตัว มาปล่อยไข่เป็นไฟผลาญ " พุทธทำนายบทนี้ ทรงหมายถึง การกระทำต่อกันของมนุษย์โลก ทั้งทางกายภาพและในมิติคู่ขนาน ก่อให้เกิดมลภาวะทางพลังงานด้านลบและปฎิกูลทางกายภาพในระบบโลกเป็นจำนวนมาก มาย มนุษย์ส่วนใหญ่จะมีจิตสำนึกที่สั่นสะเทือนต่อกันทางด้านลบ เกิดพลังงานกรรมคุณสมบัติด้านลบในมิติคู่ขนานอย่างมากมาย และทำให้ระบบโลกเสียสมดุลทางพลังงานที่จำเป็นไปมาก จนอาจทำลายความสมดุลของระบบโลกเองและจักรวาลทั้งระบบได้
9 . " ยักษ์หินที่ถูกสาปให้หลับใหลมาเป็นนาน จะตื่นขึ้นมาอาละวาดโลก " พุทธทำนายบทนี้ ตรัสถึงการสั่นสะเทือนของกายภาพโลกคือผืนแผ่นดิน จะเกิดความรุนแรงอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จะทำให้มนุษย์โลกได้รับเคราะห์ภัยรุนแรงอย่างไม่คาดคิด ปรากฏการณ์แผ่นดินไหวรุนแรงนี้ จะเกิดจากแท่งแม่เหล็กในใจกลางโลก ซึ่งเป็นแท่งโลหะร้อนระดับ 4,000 องศาเซลเซียสซึ่งเคยแน่นิ่งอยู่ จะถูกกระทำให้มันเคลื่อนที่ไปจากตำแหน่งเดิมเพื่อการปรับเปลี่ยนระบบโครง ข่ายสนามแม่เหล็กโลกสู่ระบบใหม่ ดังได้กล่าวไว้แล้วนั้น เมื่อเกิดการเคลื่อนตัวด้วยแรงขับเคลื่อนอันมหาศาล มันจะทำให้แผ่นพื้นทวีปและท้องมหาสมุทรเกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง จนพื้นโลกเกิดการบิดตัวอย่างรุนแรงตามไปด้วย
มันจะทำให้แผ่นดินบางทวีปแยกตัวออกจากกัน น้ำทะเลจะไหลบ่าเข้าไปแทนที่ ตึกรามสูงใหญ่และเทคโนโลยีอันสูงส่ง พร้อมด้วยสารเคมีพิษร้ายต่าง ๆ จะถูกทับถมกันไว้ใต้พื้นโลกและแผ่นน้ำตราบนิรันดร์ พร้อมกับชีวิตของผู้สร้างมันขึ้นมา ด้วยจิตไร้สำนึกจำนวนนับล้านคนจะถูกกลืนหายไปเช่นกัน มันเป็นการดับอหังการ์ของมนุษย์ผู้มีจิตวิญญาณไม่บริสุทธิ์ ที่ฝ่าฝืนกฎทางกายภาพของจักรวาล คิดสร้างลัทธิซาตานขึ้นในระบบโลก ชักจูงจิตวิญญาณมนุษยชาติไปในเส้นทางที่ผิดพลาดโดยแท้ และเป็นการหยุดยั้งการทำลายโลกใบนี้ของพวกเขา ในอันที่จะก้าวไปสู่การทำลายความสมดุลของจักรวาลอื่นต่อไปในเวลาเดียวกัน.
10. " ดินฟ้าอากาศจะแปรปรวน " ปรากฏการณ์นี้มนุษย์สามารถสำเหนียกรู้ได้โดยไม่ต้องตีความ เพราะปรากฏการณ์ธรรมชาติของคลื่นความร้อนคลื่นความเย็นที่ผ่านมา และพายุแม่เหล็กรุนแรงในบรรยากาศ ทำให้ผู้คนทุกข์ยากล้มตาย พืชพันธุ์เสียหายและอุบัติเหตุเครื่องบินตกที่เกิดขึ้นไปแล้วและที่กำลังจะ เกิดต่อไป เมื่อฝ่าเข้าไปท่ามกลางพายุแม่เหล็กที่รุนแรงนั้น หรือหิมะตกหนักและพายุลูกเห็บขนาดยักษ์ต่าง ๆ ล้วนเป็นความวิปริตแปรปรวนที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีมนุษย์จะไม่มีวันเอาชนะได้ หลังการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคพลังงานใหม่ เมื่อแผ่นดินและจิตวิญญาณมนุษย์ถูกชำระให้บริสุทธิ์เรียบร้อยแล้วฤดูกาล ต่างๆ บนโลกจะเปลี่ยนไป แผนที่โลกจะต้องได้รับการแก้ไขใหม่หลายส่วน.
11. " ตลิ่งจะพัง " จากการสั่นสะเทือนที่รุนแรงของแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่มันจะเกิดต่อเนื่องกัน นานนับชั่วโมง ผู้คนทั้งโลกจะรับรู้มันได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องจ้องดูทางทีวีอีกต่อไป แผ่นดินใหม่จะปรากฏตัวขึ้นกลางมหาสมุทร ซึ่งเป็นอาณาจักรที่เคยต้องคำสาป ให้จมอยู่ใต้มหาสมุทรมานานนับหมื่นปี จากเหตุการณ์ที่จักรวาลชำระโลกเป็นครั้งที่สาม ตั้งแต่เกิดมีมนุษย์บนดาวเคราะห์โลก โดยอาศัยอำนาจแรงดึงดูดของดวงจันทร์ช่วยเหลือ นอกจากจุดศูนย์กลางอันเป็นเป้าหมายของแผ่นดินไหว ที่จะถล่มทลายลงไปใต้แผ่นน้ำแล้ว บริเวณสองทวีปที่เป็นชายฝั่งมหาสมุทร และเกาะบางเกาะจะจมหายไปใต้ท้องทะเลเช่นเดียวกัน.
12. " แผ่นดินอธรรมจะถล่มเป็นทะเล " โลกมนุษย์จะดิ่งสู่ความหายนะ ประเทศที่คลั่งวัตถุนิยม คลั่งไคล้เทคโนโลยี ทั้งผู้สร้างมันขึ้นมา ผู้งมงายกับการใช้มัน และประเทศที่ผู้นำมีจิตสำนึกบกพ ร่อง บ้าอำนาจและกระทำการก้าวร้าวต่อจิตวิญญาณผู้คนที่บริสุทธิ์ ให้ต้องจบชีวิตลงเพราะศึกสงคราม นั่นคือดินแดนหายนะอันเป็นเป้าหมายของจักรวาลด้วยเช่นกัน ทุกอย่างจะถูกกลบฝังไว้ใต้โลกท่ามกลางผงฝุ่นและเปลวเพลิง อันเกิดจากแผ่นดินแยกยุบตัวและภูเขาไฟระเบิดซ้ำ ความหายนะจะเกิดขึ้นแทบทั่วแผนดินนี้ ทั้งผู้ได้รับเคราะห์กรรมโดยตรงและโดยอ้อม จนแทบจะมองหาใครมาคอยช่วยเหลือใครไม่ได้เลย.
13. " นักปราชญ์จะถูกทำลายให้สิ้นสูญ " มนุษย์จะเห็นได้ว่า ยุคปัจจุบันนั้นสังคมเต็มไปด้วยการอยู่ร่วมกันด้วยผลประโยชน์ มากกว่าความรักที่มีต่อกันเพื่อร้อยเรียงกันไว้เป็นหนึ่งเดียว ต่างต้องคอยระแวงกันตลอดเวลาด้วยการคอยมองหาว่า ใครชั่วน้อยกว่าใคร แทนที่จะมองหาความดีงามของกันและกัน มนุษย์โลกส่วนใหญ่พากันเร่งพัฒนาภูมิปัญญาของตนโดยไม่ใส่ใจพัฒนาสติกับปัญญา คิดสร้างขยะพลังงานกรรมด้านลบและขยะเทคโนโลยีที่เน้นวัตถุขึ้นมามากมาย เพื่อสร้างโอกาสและอำนาจ เอาไว้บงการจิตวิญญาณมนุษย์คนอื่นที่ด้อยกว่า
โดยไม่ได้ใช้พลังอำนาจอันศักดิ์สิทธิ์ในตนเอง อันเกิดจากจิตสำนึกแท้จริงและสติทางวิญญาณที่มีพลังงานความรักเป็นตัวขับ เคลื่อนพฤติกรรม ให้ผู้อื่นยอมรับ เชื่อมั่นและศรัทธาเลยนอกจากนั้น กลับใช้พลังอำนาจจากจิตไร้สำนึก ผลักไสคนดี ๆ ออกไปไกลจากเส้นทางของตัว ทำลายคนดีด้วยจิตสำนึกที่ผิดพลาดโดยไม่รู้ว่าความดีงามแท้จริงคืออย่างไร สังคมมนุษย์ คลั่งอำนาจ ลาภยศ สินทรัพย์และวัตถุนิยมมากยิ่งกว่าแสวงหาความดีงาม กิเลสตัณหา อบายมุข สารพิษ ยาเสพติดหาได้กลาดเกลื่อน มนุษย์เพาะบ่มสำนึกแห่งความชั่วร้ายไว้ในจิตใจ ที่พร้อมจะนำมันออกมาแสดงได้ง่ายกว่า การจะมองหาความดีงามคือความรักบริสุทธิ์ หยิบยื่นให้แก่ใคร ๆ
มนุษย์ที่สมดุลและคนดี ๆ กลับไม่ได้การยอมรับจากผู้คนเพราะมนุษย์ใช้ตนเองที่จิตสำนึกขาดความสมดุล ตัดสินมนุษย์ผู้อื่น ที่มีความสมดุลกว่าผิดพลาดไปหมด ความเป็นธรรมในสังคมจึงหายากยิ่ง แม้แต่นักบวชมากรายก็ยังทุศีลของพระพุทธองค์หนักขึ้นทุกวัน ยุคพลังงานเก่าที่ผ่านมา มันจึงเป็นสังคมที่ไม่ได้ส่งเสริมคนดีที่เหลือน้อย ทำให้คนดีเกิดความท้อแท้สงบงันเหมือนการเห็นแก่ตัวเพราะต้องระมัดระวังตน โดยหยุดบทบาทตนเองไว้ การที่มนุษย์จะแสดงความดีงามสู่สังคมสักครั้งสักคน จะต้องใช้ความกล้าหาญและการเสียสละที่ยิ่งใหญ่เกินจริง จึงจะพอฟันฝ่าอำนาจด้านลบที่เกาะกุมจิตใจผู้คนส่วนใหญ่ได้.
ที่พุทธทำนายพอสังเขปทั้ง 13 บทที่เผยนัยมานี้ ล้วนเป็นภาพของความบอบช้ำภายในระบบโลก ซึ่งองค์พระศาสดาได้ทรงทำนายไว้ล่วงหน้านับพันปีมาแล้ว เพื่อเตือนสติมนุษย์ให้เกิดจิตสำนึกใหม่ ซึ่งมนุษย์เองสามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ เลวร้ายใด ๆ ได้ หากลงมือกระทำที่จิตสำนึกของตนเอง แต่มนุษย์ กลับละเลยกันมาตลอด มหันตภัยจึงไม่ได้รับการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย
ดาวเคราะห์โลกเป็นดาวเคราะห์แห่งทางเลือกเสรี มีกฏแห่งกรรมเป็นรางวัลการกระทำทางจิตสำนึกมนุษย์ไว้รองรับ ทั้งในทางกายภาพของมนุษย์เองและในมิติคู่ขนาน การพยากรณ์ใด ๆ ไว้ล่วงหน้านั่นคือสิ่งที่จิตจักรวาลทุกรูปธรรมย่อมรู้แต่การที่เหตุการณ์ ใดๆ เหล่านั้นมันจะเกิดขึ้น หรือไม่เกิดขึ้น มันอยู่ที่การตัดสินใจของมนุษย์เองทั้งสิ้น เมื่อมนุษย์ละเลยไม่แก้ไขตั้งแต่ต้น ก็เท่ากับว่ามนุษย์เป็นผู้เลือกสถานการณ์เลวร้าย ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ด้วยตนเองโดยแท้ การต่อสู้รบพุ่งกันกระทบกระทั่งกันมีให้เห็นไม่ว่างเว้น
ตามมาอ่านครับ น่ากลัวนะเนี่ย ลองไปแก้ไขบันทึก ลองเปลี่ยนขนาดตัวอัการดูนะครับ...
สวัสดีค่ะคุณขจิต ที่ติดตามบันทึก ดิฉันเอง เป็นสมาชิก go to know ได้ไม่นานค่ะ ยังไม่คล่องเท่าที่ควร ขออภัยนะคะ จะเข้าไปปรับตัวอักษรให้ค่ะ ขอบคุณค่ะ
มาเขียนบ่อยๆๆนะครับ อาจารย์ จะเข้ามาอ่านครับ เคยไปบุรีรัมย์ แต่ไม่เคยไปห้วยเสลาครับ อยากไปดูโรงเรียน...
ทุกอย่างที่น่ากลัว เพราะมืดมัวอยู่ในใจ
สร้าง "สติ" ให้เด็กไทย มีวินัยเป็น "ไท" ธรรม
ดำเนินก้าวเยื้องย่าง ระวางตนคน KM
เสริมภูมิแลเติมเต็ม เป็น KM ใช่ M K
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีครับคุณครู
อำนาจแห่งอธรรม
จะนำมาซึ่ง..ความล่มสลาย
ประวัติศาสตร์ที่จารึกไว้..ก็มีให้เห็น
สวัสดีค่ะครูจ่อย ละหานทรายดิฉันก็เคยไปค่ะ งั้นถ้ามีโอกาสคงได้พบกันค่ะ ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะครูป.1 ขอบคุณค่ะ ใช่แล้วค่ะคงเหลือแต่คุณงามความดีเท่านั้นที่จะยังอยู่ยั้งยืนยง ขอบคุณค่ะ
เเห็นด้วยค่ะ ถ้าโลกนี้จะน่าอยู่ต้องมีคนดีมากกว่าคนเลว แน่นอน