
ณ มุม ๆ หนึ่งของล๊อบบี้โรงแรม วางภาระทางอารมณ์ที่วุ่นวายกับงานประชุม มานั่งหายใจในมุมสงบ ภาพที่มองออกไปภายนอกปรากฏเห็น น้ำที่ไหลพวยพุ่งอยู่ในสระประดิษฐ์ หมุนวน การมองดูน้ำ รู้สึกสงบกับความเคลื่อนไหว ประหนึ่งได้ยินเสียงน้ำไหล ลมหายใจชัดแจ่ม ชาร์ทพลังงานชีวิต ประกายความคิดเกิดขึ้นมาว่า
นี่ฉันนั่งอยู่กับความเป็นจริงของชีวิตรึเปล่า
หรือนั่งอยู่กับสิ่งที่ใจปรุงแต่งหลอกลวงตัวเองขึ้นมา
ณ จุดที่นั่งอยู่อากาศหนาวเย็นจนต้องใส่เสื้อคลุม แต่ข้างนอกสีของแดดจัดจ้าน ร้อนระอุ
อากาศภายนอก ณ ตอนนี้คือ แดดออก => ร้อน
อากาศในห้องกระจก => หนาวเย็น
ด้วยความสามารถของแอร์คอนดิชั่น ภายในห้องที่รายล้อมด้วยกระจกใส
ฉันต้องเดินออกไปข้างนอกเพื่อเรียนรู้ความจริงของความร้อนหรือ
อากาศร้อนข้างนอก น่าจะทำให้เห็นทุกข์ได้แจ่มชัดนะ เสียงคิดดังขึ้นในใจ
แล้วหันกลับมาสำรวจตนเอง ตอนนี้ก็ทุกข์นะ ทุกข์อยู่และก็ยังอยู่กับทุกข์ด้วย
แต่ก็พออยู่กับมันได้ ร่างกายก็ยังปวดเมื่อยกับการใช้งานหนักเมื่อวาน
และก็ยังมีความบีบคั้น ในความคิดที่ยังปรากฏขึ้นมาเป็นระยะ ๆ
ความจริงตอนนี้คือ มีความคิด มีความทุกข์ มีความความบีบคั้น แต่ก็ไม่ได้จมอยู่กับมัน เมื่อจะได้เรียนรู้อะไรก็จะได้เรียนเอง ไม่จำเป็นว่าต้องไปแสวงหาดอก ความจริงก็คือ สิ่งที่เผชิญอยู่ รับรู้อยู่กับมัน เหมือนที่ครูสอนว่า
“หายใจอยู่กับปัจจุบัน”
สิ่งแวดล้อม ณ ตอนนี้ก็เหมือนภายในใจที่มีชั้นที่มีเปลือกที่แสดงออก ที่มองเห็น ยิ่งลึกลงไป ยิ่งต้องใช้สติปัญญาในการทำความเข้าใจ ไม่จำเป็นต้องอยากรู้ในสิ่งที่ไม่ได้ปรากฏอยู่ ณ ปัจจุบัน เพียงแค่เรียนรู้อยู่กับปัจจุบัน นำมาพิจารณาเท่านั้นก็เพียงพอ
ปัจจุบันคือ อะไรเหรอ???
ยอมรับว่าเห็นคำถามของพี่ปุ๋ม ตั้งแต่วันที่ 24 มิ.ย. กำลังพิจารณาตอบ งานเข้าต้องออกเดินทาง แต่เหมือนมีเสียงของคำถามพี่ปุ๋มตามมาตลอดว่า
คำตอบครั้งแรกที่ออกมา คิด แบบลอกที่เคยถูกสอนมาเป๊ะเลยค่ะว่า
๑. ตอนที่พิมพ์ก็ต้องรู้สึกถึงก้นที่จมลงไปที่เบาปลายนิ้วที่สัมผัสกับคีบอร์ด ทั้ง ๆ ที่ตอนนั้น นั่งคิดเอา ยังไม่ได้พิมพ์ แล้วก็มีเสียงครูย้ำขึ้นมาแทรกว่า "ใช้สมองตอบได้ดีมาก"
แล้วก็รู้สึกจ๋อยขึ้นมา ไม่ทันจะพิมพ์ต่อต้องพาวิทยากรเดินทาง
๒. ระหว่างทางนั่งรถตู้ "ปัจจุบันคือ อะไร" คือวัตถุที่นังอยู่ หายใจเข้าอยู่ หายใจออกอยู่ คิดอยู่ สมองเบา กระหยิ่ม รู้สึกผ่อนคลาย ความรู้สึกภายในเคลื่อนไปเรื่อย ๆ แล้วก็มารับรู้ว่า มีหน้าที่ ๆ ต้องทำในรถ จึงกลับมาที่การสนทนากับผู้ที่อยู่ตรงหน้า
เพราะไม่ได้พิมพ์ตอบพี่ปุ๋มสักที บางทีก็เห็นความหวั่นเกรง ว่าจะเอ่ยในสิ่งที่ไม่ใช่ข้างในตนเอง หวั่นว่า จิต ยังหลอกตนเองอยู่รึเปล่า
๓. ตอนนี้ปัจจุบันคือ หายใจเข้าออกอยู่กับเสียงพัดลมที่กระทบหู ก้อนเนื้อของก้นที่ต้านแรงดันของเบาะรองนั่ง รู้สึกถึงส่วนแข็ง ๆ ของกระดูกที่ก้นและกระดูกสันหลังที่โค้งงอ แรงตึงที่แขนขวา (หยุดคิด........มีเสียงดังเข้ามาแทรก ประมวลผลว่า เสียงมอร์เตอร์ไซด์ ตามด้วยเสียงพูดที่ทุ้ม ประมวลผลต่อ น้องข้างบ้าน เป็นผู้ชาย แล้วก็กลับมาที่การหายใจ) ปัจจุบันที่รับรู้เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ค่ะ
กราบขอบพระคุณค่ะ