ฟุตบอลโลกหนนี้มีอะไรให้ได้เซอร์ไพรส์กันทุกวันจริงๆ

  ''บิ๊กเนม'' หลายทีมจากยุโรปพากันโดนหมัดเด็ดจากทีมรองบ่อน อย่างเช่นที่สเปน, อิตาลี, อังกฤษ, ฝรั่งเศส หรือเยอรมนี เจอกันถ้วนหน้าในรอบแรก เล่นเอาบรรดานักวิจารณ์ปั่นป่วนกันไปหมด

 

  ทำไปทำมา ดีกรีแชมป์โลกอย่างอิตาลี ก็ไม่รอดโดนทีเด็ดอีกเป็นนัดที่สองติดต่อกัน ด้วยการโดนนิวซีแลนด์ แชร์แต้มดื้อๆ ที่เนลสปริท ชนิดถูกทีมกีวี ทำประตูนำจากเชน ซเมลต์ซ อีกต่างหาก

 

  ''ออลไวท์ส'' จัดเป็นทีมม้านอกสายตาของกลุ่ม นอกจากอันดับที่ห่างกันลิบลับราวๆ ที่ 80 ตัวเลข 1,000 ต่อ 1 ในอัตราคว้าแชมป์โลกจากบรรดาร้านพูล ก็เท่ากับกาชื่อให้ไปอยู่ในกลุ่มไร้ความหวังนั่นเอง

 

  แต่แล้วอัซซูรี่ ก็ยังเอาชนะไม่ได้ทั้งที่พยายามหนแล้วหนเล่า ก่อนไล่ตีจากจุดโทษตอนกลางครึ่งแรกของ วินเชนโซ่ ยาควินต้า ทำให้ต้องไปรอลุ้นนัดสุดท้ายกับสโลวาเกียอีก

 

  อย่างไรก็ดี ปัญหาเดียวกับทีมฝั่งยุโรป ดูจะไม่ใช่เรื่องน่าหนักใจอะไรเลยสำหรับทีมจากแดนละตินทั้งอาร์เจนตินาและบราซิล ที่ต่างระเบิดฟอร์มจัดจ้านออกมาพอกัน

 

 

  ผลงานที่''แซมบ้า'' ประกาศศักดาอัดโกตดิวัวร์ แบบเบ็ดเสร็จ 3-1 เมื่อวันก่อนในซอคเก้อร์ ซิตี้ คือการยืดเส้นยืดสายของทีมเต็งแชมป์ตัวจริง หาใช่ของปลอมทำเหมือนแบบอีกหลายทีมแต่อย่างใด

 

 

  ดูบราซิลของ คาร์ลอส ดุงก้า ชุดนี้เล่นแล้วเพลินดีครับ บทจะหนักก็หนักได้ ให้สวยงามตามแบบฉบับดั้งเดิมก็ไม่เคยขาดตกบกพร่อง

 

 

  เรียกว่าผสมสไตล์ยุโรปกับอเมริกาใต้เข้ากันอย่างลงตัวทีเดียว

 

 

  น่าเสียดายที่พวกเขาต้องเสีย กาก้า เพลย์เมกเกอร์ตัวสำคัญไปด้วยใบแดง ซึ่งเริ่มจากจังหวะที่ผู้ตัดสิน สเตฟาน ลองนัว คุมเกมไม่อยู่ นำไปสู่จังหวะตามน้ำที่กาก้ายกมือไปโดนอกของ อับเดลกาแดร์ เกอิต้า คู่กรณีที่ทิ้งตัวลงกุม

 

หน้าโอดโอยเป็นคนละเรื่อง

 

  ดูแล้วอดนึกย้อนไปถึงครั้งที่ ริวัลโด้ แกล้งทำเจ็บในนัดเจอตุรกีในบอลโลก 2002 ไม่ได้ ทั้งที่โดนเตะบอลอัดเข้าท้อง แต่อดีตดาวเตะแซมบ้าทิ้งตัวลงไปนอนกุมหน้าเฉย

 

 

  หนนี้ก็น่าเกลียดพอกัน ยิ่งภาพรีเพลย์ยุคใหม่ที่เห็นได้ทุกมุม ชัดเจนว่า กาก้า แทบไม่ได้ทำอะไร ขณะที่เกอิต้า ทำในสิ่งตรงกันข้าม

 

 

  แฟนบอลจำนวนหลายหมื่นในซอคเก้อร์ ซิตี้ ก็คงไม่เห็นจังหวะนี้หลังเกิดเรื่องสดๆ หรอกครับ เพราะฟีฟ่าห้ามรีเพลย์จังหวะปัญหาขึ้นจอยักษ์ในสนาม ทั้งล้ำหน้า ทำฟาวล์ หรืออะไรก็แล้วแต่ที่จะก่อให้เกิดปัญหาทีหลัง อันนี้องค์กร

 

ลูกหนังโลกสั่งห้ามเรียบ

 

  รวมทั้งดับเบิลแฮนด์บอลของ หลุยส์ ฟาเบียโน่ ที่เชิ้ตดำจากเมืองน้ำหอมและทีมงานมองไม่เห็นเช่นกัน อย่างหลังนี่อาจมีหลุดมาให้เห็นบ้างจากจังหวะต่อเนื่องเข้าทำสกอร์

 

 

  เคราะห์ดีที่บราซิล ทะยานเข้ารอบไปเรียบร้อย กาก้า จึงเหมือนได้พักผ่อนในนัดสุดท้ายกับโปรตุเกส แล้วค่อยคัมแบ็กสู่ทีมอีกในรอบ 16 ทีมต่อพอดี

 

 

  การพ่ายแพ้แบบหมดสภาพของโกตดิวัวร์นัดนี้ ส่อแววกับการตกรอบสองสมัยติดต่อกัน เหมือนกับ 4 ปีก่อนที่เจออาร์เจนตินา กับฮอลแลนด์ มาหนนี้หลายคนคาดเดาว่าทีมช้างดำจะสร้างโอกาสได้ดีขึ้น เพราะได้เล่นบนทวีปของตัว

 

เองที่คุ้นเคย สุดท้ายก็ทำท่าจะไปไม่รอดอีกตามเคย

 

  ฟอร์มน่าผิดหวังของโกตดิวัวร์ ที่ถือว่าเป็นทีมแถวหน้าของทวีปเมื่อคืนก่อน ทำให้ตอนนี้กองเชียร์เจ้าภาพของหันมาเชียร์ทีมตัวเองกันอย่างเต็มตัวเสียที

 

 

  แอฟริกาใต้ เหลืออีกหนึ่งแมตช์กับฝรั่งเศส คู่แข่งที่ตอนแรกนั่งแท่นเต็งหนึ่งกับการเข้ารอบแบบชิวๆ ตอนนี้กลับกลายเป็นว่า ''บาฟาน่า บาฟาน่า'' กับ ''เลส์ เบลอส์'' ต้องทำใจกอดคอกันจมน้ำซะแล้ว

 

 

  ถึงโอกาสจะมีไม่มาก เพราะเม็กซิโกกับอุรุกวัย ถือไพ่เหนือกว่าทั้งแต้มในมือและประตูได้เสีย หากไม่มีใครเกิดแพ้แบบยับเยินขึ้นมา
เสียก่อน แม้ต้องแย่งกันเข้าอันดับหนึ่งสองในกลุ่ม จะส่งผลต่อเนื่องถึงรอบหน้ากับการหลบเต็งอย่างอาร์เจนตินาก็ตามที

 

 

  แต่กำลังใจสำหรับเจ้าภาพก่อนลงลงสนามนัดส่งท้ายที่บลูมฟองเทน ต้องบอกว่าล้นหลามครับ

 

 

  ไม่ว่าจะเป็นอดีตประธานาธิบดี เนลสัน แมนเดล่า ที่ออกมากระตุ้นให้สู้แบบไว้ลายตั้งแต่เมื่อวันอาทิตย์ จนเป็นข่าวหน้าหนึ่งของซันเดย์ ไทม์ส
นสพ.ไซส์ใหญ่ของที่นี่

 

 

  ''มาดิบา'' ของชนชาวแอฟริกาใต้ ออกมาเรียกร้องให้ทุกคนหนุนหลังทีมตัวเองแบบสุดลิ่มทิ่มประตู เช่นเดียวกับผู้นำทั้งภาครัฐและธุรกิจทั้งหลายที่แห่กันออกมาปลุกระดมในทำนองเดียวกัน

 

 

  อีกหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือผู้นำคนปัจจุบัน ยาค็อบ ซูม่า ที่นอกจากพูดถึงผลต่อเนื่องระดับประเทศที่ได้เงินจากบอลโลกอีกนับพันล้านแรนด์ สิ่งสำคัญคือการสนับสนุนให้เวิลด์ คัพ หนนี้ประสบความสำเร็จแบบเต็มสูบ

 

 

  ดร.แดนนี่ จอร์ดาน ซีอีโอฝ่ายจัดการแข่งขัน ยังลงทุนไปเยี่ยมแคมป์นักเตะเจ้าภาพด้วยตัวเองเมื่อวันก่อน เป็นการให้กำลังใจอีกแรง

 

 

  ที่ขาดไม่ได้แน่นอนคือเสียงวูวูเซล่า ที่ตอนนี้กลายเป็นไวรัสระบาดไปทั่ว ไม่เว้นแต่กีฬารายการใหญ่ในยุโรปและอีกหลายที่ ปรากฏว่ามีเจ้าแตรพลาสติกจากแอฟริกานี่ไปโผล่ให้เห็นกันแล้ว

 

 

  -กรณี ''วูวู-ไวรัส'' นี่ผมเคยเขียนถึงมาแล้วเมื่อครั้งมาทำงานในคอนเฟดเดอเรชั่นส์ คัพ มันคือประเพณีการเชียร์กีฬาที่สืบทอดกันมานานของคนที่นี่ชนิดห้ามกันไม่ได้เลยทีเดียวยามมีเกมกีฬานัดสำคัญ

 

 

  แตกต่างจากที่ไหนโดยเฉพาะยุโรป ที่แฟนบอลนิยมร้องเพลงเชียร์กันมากกว่า

 

 

  ข้อแตกต่างมันอยู่ตรงเวลาวูวูเซล่าไปอยู่รวมกันสถานที่เดียว ว่ากันว่าพลังของมันสามารถทำให้หูหนวกเอาได้ง่ายๆ
หากรับฟังเอาคลื่นเสียงระดับ 120 เดซิเบล ติดต่อกันเป็นเวลานานๆ

 

 

  -สิ่งที่คนแอฟริกันทำกันจนเคยชิน อาจเป็นเรื่องแปลกสำหรับผู้มาเยือน แต่ตอนนี้ก็เห็นกองเชียร์อีกหลายชาติพากันซื้อหามาเป่ากันสนั่นเมือง แทนที่จะเป็นแฟนเจ้าถิ่นที่สนุกสนานกันอยู่ฝ่ายเดียว

 

 

  ที่ต้องระวังนิดนึงก็คงเป็นการใช้ให้ถูกกาลเทศะ
 ดังเช่นโรงแรมหลายแห่งรวมทั้งศูนย์การค้า พากันปิดป้ายเตือนให้งดเป่าวูวูเซล่ากันเป็นทิวแถว เพราะสถานที่เหล่านั้นมันไม่ใช่สนามกีฬานั่นเอง

 

 

  สรุปว่าเกมสุดท้ายในรอบแรกของเจ้าภาพ จะมีแรงใจหนุนหลังอย่างไม่ขาดสายแน่นอน ยิ่งสภาพของฝรั่งเศสตอนนี้อยู่ในระดับดูไม่จืด ถือว่าเป็นแรงจูงใจชั้นดีสำหรับขุนพล บาฟาน่า บาฟาน่า อย่างแท้จริง

 

 

  คงทราบกันดีแล้วว่า ''เลส์ เบลอส์'' มีปัญหาระดับทีมแตกอย่างไรบ้างในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา นับตั้งแต่หมดครึ่งแรกกับเม็กซิโก นำไปสู่การอาละวาดฟาดคารมกันระหว่าง นิโก้ อเนลก้า และเจ้านาย เรย์มงด์ โดเมเน็ค ถึงขั้นหัว

 

หอกจากเชลซีสบถเสียงดังใส่หน้าเทรนเนอร์

 

  รายละเอียดเป็นฉากๆ เกิดขึ้นแบบไหน กูรูด้านบอลน้ำหอมอย่างเจ๊หมวย มาเฟียรี่ และแหม่ม โมนาลิซ่า คงสาธยายกันแบบละเอียดยิบไปแล้ว

 

 

  ''นิโก้'' นั้นผิดเต็มๆ ที่เผลอคิดเสียงดังไปหน่อย แต่ก็อีกล่ะครับ เรื่องของอีโก้บวกกับอารมณ์บ่จอยตอนบอลแพ้อยู่ มันพร้อมทำให้เกิดเรื่องทำนองนี้ได้เสมอ และหนักตรงที่ข่าวจากห้องแต่งตัวมันหลุดออกมาแผ่หราอยู่บนหน้า

 

หนึ่งของนสพ.เลกิ๊ป ยอดขายมหาศาลในเช้าวันถัดมา

 

  หนักกว่านั้น สหพันธ์ฟุตบอลฝรั่งเศสยังลงมือตะเพิด อเนลก้า ที่ยืนยันไม่ยอมขอโทษ ''น้าเน็ค'' ออกจากแคมป์ในวันรุ่งขึ้น นำไปสู่การประท้วงสหพันธ์ ด้วยการงดซ้อมของเพื่อนร่วมทีมมันเสียเลย

 

 

  ปัญหาของฝรั่งเศสก่อนเตะกับเจ้าภาพในนัดส่งท้าย ถูกนำมาเล่นอย่างหนักทีเดียวในแอฟริกาใต้ครับว่า เป็นจุดอ่อนที่บาฟาน่า บาฟาน่า ต้องฉวยโอกาสให้เต็มที่ เพราะเท่ากับว่าตอนนี้คู่ต่อสู้ตรงหน้า อยู่ในสภาพร่อแร่ ไร้ขุนพลตัว

 

เก่ง แถมแม่ทัพยังคุมพลทหารไม่ได้ และลุกลามใหญ่โตขนาดเป็นปัญหาระดับที่คนทั้งประเทศเริ่มรับไม่ไหวกันแล้ว

 

  ทว่าแอฟริกาใต้เองก็มีปัญหาต้องสะสางในทีมเช่นกัน

 

 

  อย่างแรกที่ต้องทำคือเอาชนะฝรั่งเศส ซึ่งแน่นอนว่าถึงรองแชมป์เก่าจะมีปัญหาแค่ไหน มันก็ยังไม่ใช่งานง่ายอยู่ดี แถมต้องยิงให้ได้อย่างน้อยสามลูกเพื่อลบล้างสถิติย่ำแย่ของตัวเอง ยิ่งเป็นภารกิจหนักหนาเข้าไปใหญ่

 

 

  มันทำให้ คาร์ลอส อัลแบร์โต้ ปาร์เรร่า ต้องทุ่มสุดตัวเป็นการส่งท้าย ด้วยการส่งกองหน้าคู่ คาทเลโก้ เอ็มฟีล่า ลงยืนหอกคู่กับ เบอร์นาร์ด พาร์เกอร์ ซึ่งเท่ากับว่ากุนซือชาวแซมบ้า คงจะเลิกใช้ระบบ 4-2-3-1 ที่คุ้นเคยเป็นครั้งแรก

 

 

  คนที่ส่อแววว่าจะหลุดออกไปตอนนี้ สื่อท้องถิ่นคาดว่าหวยคงออกที่ เทโก้ โมดิเซ่ มิดฟิลด์ที่ฟอร์มน่าผิดหวัง พร้อมกับโยก สตีเว่น พีนาร์ ไปเล่นริมเส้นทางขวา และแม็คเบธ ซิบาย่า มารับหน้าที่มิดฟิลด์ตัดเกมแทน คากิโช่ ดิคกา

 

ชอย ซึ่งโดนแบน

 

  นับเป็นโอกาสแก้ตัวอีกครั้งของเอ็มฟีล่า ที่ฟอร์มดีทีเดียวในศึกคอนเฟดฯ เมื่อปีกลาย กับอดีตเมื่อครั้งไปค้าแข้งในแดนน้ำหอมตั้งแต่อายุ 19 ในปี 2004

 

 

  ชีวิตของเด็กหนุ่มในตอนนั้นกับสตราส์บูร์ก และสต๊าด แร็งส์ ถือว่าน่าผิดหวังถึงสามฤดูกาลเต็มๆ โดยยิงไม่ได้สักประตู ก่อนกลับมาอยู่บ้านกับซูเปอร์สปอร์ตส์ ยูไนเต็ด ที่มีแบ็กอัพเป็นสถานีกีฬาชื่อดังของประเทศ

 

 

  ส่วนจะทำได้เหมือนที่เขาฝันไว้เป็นการส่งท้ายหรือไม่ ต้องรอคำตอบหลังหมดเวลาที่บลูมฟองเทน

 

 

                                                                                            

 

                                 นางสาวจุฑามาศ    มะลิวริวรรณ

รหัสนิสิต 50010510073   ชั้นปีที่ 4

คณะศึกษาศาสตร์    สาขาวิทยาศาสตร์การกีฬา