๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๓
กราบสวัสดีค่ะครู
เมื่อเช้าตื่นขึ้นมาประมาณตีสี่ ลุกขึ้นนั่งในมุ้ง รู้สึกดีที่ไม่มียุงกัดเหมือนวันที่ผ่าน ๆ มาการนอนในมุ้งดูจะช่วยได้เยอะ เพราะที่ผ่านมาหนูนอนแบบใช้พัดลมเป่าเอา ก็จะมียุงมาบินวน หรือ กัดบ้าง บอกตรง ๆ ค่ะว่าไม่กล้าตบ ตอนแรก ๆ ก็ไล่แต่พอนาน ๆ ไปนั่งดูเขากินเลือดจนอิ่มแล้วก็ไป ถ้าครูจะถามว่าเพราะอะไร หนูรู้สึกถึงคำพูดที่ผู้รู้ท่านเคยเอ่ยว่า “ทุกชีวิตเคยเกี่ยวพันกัน ครั้งหนึ่งยุงตัวนี้อาจจะเคยเป็นพ่อ เป็นแม่ ของเรามาสักชาติ หรือไม่ก็เป็นผู้ที่เคยบริจาคเลือดให้เรา เขาแค่มาขอทานสักอึกเดียวแค่อิ่มให้ไม่ได้เชียวหรือ” จึงละอายที่จะตบค่ะพอไม่กล้าตบยุงจึงหาวิธี การกางมุ้งช่วยได้ดีทีเดียวค่ะครู อย่างน้อยก็เป็นการป้องกันไว้ก่อน จากที่ได้บริหารร่างกายโดยเน้น ท่าที่ลดอาการปวดเมื่อยเมื่อวาน รับรู้ได้ในตนเองว่า อาการตึง ๆ ตามเส้นเอ็นลดลง จึงลองปลุกตนเองโดยการบริหารร่างกายลดปวดเมื่อยในห้องนอน จะว่าไปก็คล้าย ๆ โยคะค่ะครู ขณะที่บริหารร่างกายหนูพยายามตามลมหายใจ หรือจับที่ลมหายใจ เพราะมีหลายท่าใช้การหายใจเป็นส่วนหนึ่งของการบริหาร ประมาณหนึ่งชั่วโมงกันการบริหารร่างกาย จึงลุกขึ้นไปห้องพระสวดมนต์ทำวัตรเช้า ฝึกสมาธิ แล้วก็ลงมาข้างล่าง เช้านี้มีประชุม เริ่มสายหน่อยประมาณเก้าโมงเช้า จึงมีเวลาให้ตนเอง อาบน้ำอ่านหนังสืออย่างผ่อนคลาย
ขับรถไปโรงแรม ฝนตกปรอย ๆ วันนี้ประชุมเกี่ยวกับงานวิจัยด้านยาในปี ๕๔ สี่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ของภาคอีสานมานั่งรวมกัน คุยเรื่อง
“เราจะพัฒนางานด้านยาไปในทิศทางไหน ทำอย่างไรจึงจะเป็นประโยชน์กับประเทศนี้มากที่สุด”
ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์จากอุบล ท่านเกริ่นนำ ให้แนวคิด ให้กำลังใจ ไม่รู้เหมือนกันค่ะครู หนูรู้สึกว่า
“ท่านมีพลังในการปลุกเร้า ดึงศักยภาพที่มีอยู่ภายในของแต่ละคนออกมา น้ำเสียงเรียบ นุ่ม ฟังชัดเจน เข้าใจในข้อมูลที่ท่านสื่อสาร” ประมาณพอฟังแล้วอยากลุกขึ้นมาทำงานทันที ท่านชี้ให้เห็น งานที่ทำที่ผ่านมา ทำอะไรไปบ้าง แล้ว คุ้มค่า คุ้มทุนไหม แล้วต่อไปจะเป็นยังไง ตอบโจทย์รึยัง สั้น ๆ แต่เข้าใจง่าย
พอท่านเอ่ยเสร็จก็เปิดเวทีให้คุยกันเอง แลกเปลี่ยนแนวคิดกัน อย่างเป็นกันเอง แม้บางครั้งจะหลงทิศ หลงทางไปบ้าง แต่ก็เป็นธรรมชาติ อิสระในการนำเสนอ บนกรอบแนวคิดแห่งตนเอง คุยกันยาวจนเลยเที่ยง บ่าย ๆ มาคุยต่อ พลิกหัวข้อจากยาแผนปัจจุบัน เข้ามาสู่งานสมุนไพร มีพี่ ๆ ที่เคยมีประสบการณ์การลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับผู้ปลูกมาแชร์ประสบการณ์ ถอดบทเรียน ปัญหาอุปสรรค และสิ่งที่ท่านอยากเห็นในพื้นที่ ท่านเล่าสั้น ๆ แต่เปี่ยมด้วยพลัง หลายเรื่องเป็นด้านลบ เป็นข้อบกพร่อง แต่วิธีที่ท่านเอ่ยถึง ทำให้เห็นว่า ใช่ เราต้องมาช่วยกันแก้ มันแก้ได้นะ เป็นการมองปัญหาแบบเชิงบวก ว่า “จะให้ใคราช่วยดี”
แม้ประเด็นด้านสมุนไพร ยังสรุปหัวเรื่องที่จะเป็นนางเอกไม่ได้ แต่สุดท้ายแต่ละคนก็ได้แนวทางไปต่อยอดหน้างานของตนเองที่ทำมา
เหมือนวันนี้ทั้งวันเรามาพูดเรื่องเก่า แต่ในมุมมองใหม่ กระบวนการให้ มององค์รวมมากขึ้น ลดข้อจำกัด ที่สำคัญ ช่วยมาเติมกำลังใจให้แต่ละคนเอาใจมาทำงาน เพราะปัญหาแต่ละพื้นที่ต่างกัน โจทย์ต่างกัน แต่สิ่งต้น ๆ ที่เราต้องมีคือ “เราพร้อมที่จะทุ่มเทให้งานนนี้รึยัง เราพร้อมที่จะเอาใจใส่รึยัง” นี่คือคำถามของรุ่นพี่ ที่ช่วยทิ้งท้ายให้น้อง ๆ ก่อนจะทำงาน ท่านเอ่ยอีกว่า
“งานทุกอย่างมีปัญหา กำลังใจ ความหนักแน่นและมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหา เป็นสิ่งสำคัญ การบวนการค่อยปรับไปตามแต่ปัญหา”
กว่าจะเลิกประชุมก็เกือบห้าโมงเย็นค่ะครู หนูแวะส่งพี่อ้อที่ทำงานแล้ววนไปเปลี่ยน mp3 ในรถยนต์เปลี่ยนไปสองรอบกว่าจะใช้งานได้ กลับมาถึงบ้านพัก พี่อ้อเดินมาบอกว่า “พี่แววไม่สบาย ช่วยไปรับรองวิทยากรที่จะมาประชุมงานรังสีเทคนิคพรุ้งนี้ได้ไหม” ด้วยความเมตตาของพี่อ้อ หนูจึงเดินไปสอบถาม แต่ก็ได้ข้อมูลว่ามีทีมอยู่แล้ว แต่ต้องการคนไปช่วยพรุ่งนี้เพราะไม่ค่อยมีใคร
หนูพิจารณาว่า งานที่มีในมือไม่เร่งด่วนพอจะบริหารจัดการได้ จึงตกลงไปช่วย พรุ่งนี้เช้าจึงมีนัดรับวิทยากรที่สนามบิน นัดหกโมงครึ่งตอนเช้า ทบทวนอีกทีเบียดเบียนตนเองหรือไม่ คำตอบคือ ไม่ ช่วยได้ก็ช่วยกันไปดีกว่ายืนมองเพื่อนร่วมงาน
แล้วก็กลับบ้านมานั่งอ่านหนังสือ แม่เพื่อนโทรบอกว่าจะเอาหนังสือที่ยืมไปมาคืน ไป ๆ มา ๆ ได้โอกาสในการรับฟังเรื่องราวของชีวิตท่าน อาบน้ำขึ้นมาสวดมนต์
วันนี้อินเตอร์เน็ตที่บ้านใช้งานไม่ได้หนูจึงขอส่งการบ้านครูแค่นี้ก่อนนะค่ะ..............ราตรีสวัสดิค่ะ