ทำ KM แล้ว ต้องทำให้..."งานเป็นผลคนเป็นสุข"
เมื่อวานนี้ (21 มิถุนายน 2553) ผมได้มีโอกาสเข้าร่วมประชุมกับหลายๆ หน่วยงานในระดับจังหวัด เป็นคนที่จะมาทำงานร่วมกันในการเรื่องเกี่ยวกับการป้องกันกำจัดเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลอย่างยั่งยืนของจังหวัด ซึ่งหน่วยงานสำนักงานเกษตรจังหวัดกำแพงเพชรเป็นเจ้าภาพ และกิจกรรมนี้เป็นตัวชี้วัดหนึ่งของ กพร.
ก่อนการประชุม ทีมงานเลขาฯ เขาขอให้ผมช่วยสรุปเกี่ยวกับการจัดการความรู้ให้แก่คณะทำงานฟัง เพราะกิจกรรมนี้เขาให้ใช้การจัดการความรู้เป็นเครื่องมือ ผมก็ใช้เวลาไม่มากในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับคณะทำงานท่านอื่น เพราะคิดว่าทุกคนคงจะมีความเข้าใจอยู่บ้างไม่มากก็น้อย.... และสุดท้ายผมก็ได้สรุปเกี่ยวกับการจัดการความรู้ไว้สั้นๆ ดังนี้ครับ (เท่าที่รู้และเข้าใจนะครับเพราะผมก็ไม่ใช่ผู้รู้..)
-
ก่อนการจัดการความรู้ควรจัดการความความรู้สึกของคนทำงานก่อน
-
สร้างความสัมพันธ์ของคนทำงานก่อน แล้วการจัดการความรู้จะตามมาอย่างไม่ยาก
-
การใช้ KM นั้น อย่าทำเพียงกิจกรรมของ KM เท่านั้น (เพื่อให้รู้ว่านี่ข้าก็ทำ KM กับเขาแล้วนะ) แต่งานประจำไม่ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไร
-
แต่ต้องทำให้เนียนอยู่ในงานประจำ ...ไม่แยกส่วน
-
ไม่ทำเพียงกิจกรรมเพื่อให้ผ่านตัวชี้วัดของ กพร.
-
แต่นำ KM มาเป็นเครื่องมือที่ช่วยสนับสนุนการทำงานให้ดีขึ้น
-
ทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ เกิดการพัฒนางาน พัฒนาคน และพัฒนาองค์กร
-
ควรมีการกำหนดวิสัยทัศน์ความรู้ - กระบวนการ ลปรร. - และการบันทึกความรู้แลกเปลี่ยนแบ่งปันกัน ครบทั้ง 3 ส่วน
-
ไม่กระโดดเข้าไปทำ KM โดยก้าวข้าม LO
-
ทำ KM ต้องไม่ใช่การมาสร้างหรือมาเพิ่มภาระงานใหม่
-
ทำ KM แล้ว ต้องทำให้..."งานเป็นผลคนเป็นสุข"
-
ฯลฯ
สวัสดีค่ะพี่สิงห์สุดเท่ห์
ชอบจังค่ะ งานเป็นผลคนเป็นสุข ถ้างานได้ผล แต่คนทุกข์ใจ ก็คงไม่ยั่งยืน นะคะ
มีความสุขกับธรรมชาติเช่นเคย ขอบคุณค่ะ
สวัสดีครับพี่สิงห์