ไม่ไปใช้สิทธิโรงพยาบาลตามบัตรฯ แล้วทำไมต้องจ่ายเงินเอง?

ไม่ไปใช้สิทธิโรงพยาบาลตามบัตรฯ แล้วทำไมต้องจ่ายเงินเอง?

                คุณ “เสรี” ถือบัตรรับรองสิทธิฯ โรงพยาบาล “ก” เข้ารับการรักษา ณ โรงพยาบาล “ข” ด้วยอาการแน่นหน้าอก รู้สึกเหนื่อยเวลาออกแรง แพทย์ตรวจคลื่นหัวใจพบว่า หัวใจเต้นช้า ไม่ได้รับการรักษา ผู้ประกันตนจึงไปเข้ารับการรักษาตัวต่อ ณ โรงพยาบาล “ค” ในวันเดียวกัน ด้วยอาการความดันโลหิต 160/170 มิลลิเมตรปรอท ชีพจร 52 ครั้ง/นาที หายใจ 22 ครั้ง/นาที อุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียส ไม่ซีด หัวใจ ปอดปกติ ไม่มีอาการบวม ตับ ม้าม คลำไม่พบความผิดปกติ แพทย์วินิจฉัยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดรุนแรง ผลการเอ็กซเรย์ด้วยวิธีฉีดสีเข้าหลอดเลือดหัวใจพบมีหลอดเลือดหัวใจตีบ ให้การรักษาโดยการทำบอลลูนขยายหลอดเลือด นอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล “ค” 3 วัน

         คณะกรรมการการแพทย์ของสำนักงานประกันสังคมพิจารณาแล้วเห็นว่า การที่ผู้ประกันตนคุณ “เสรี” เข้ารับการรักษา ณ โรงพยาบาล “ข” นั้น เป็นกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม ส่วนกรณีที่คุณ “เสรี” เข้ารับการรักษา ณ โรงพยาบาล “ค” แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นภาวะระบบการหายใจผิดปกติ (Unstable angina) และได้รับการทำบอลลูนขยายหลอดเลือด คือ elective schedule (นัดมาทำการรักษา) จึงพิจารณาว่าผู้ประกันตนไม่มีเหตุผลอันควรที่จะไม่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิฯ เห็นควรให้ผู้ประกันตนคุณ “เสรี” รับผิดชอบค่ารักษาพยาบาล “ค” เอง

 ประสบการณ์จากผู้เขียน

เมื่อผู้ประกันตนเจ็บป่วยและไปตรวจที่ รพ.ที่ไม่ได้ระบุไว้ในบัตรรับรองสิทธิฯแล้วพบโรคที่ต้องทำการรักษาต่อเนื่อง—ควรกลับไปปรึกษาที่ รพ.ตามบัตรรับรองสิทธิฯเพื่อให้ทีมรักษาพยาบาลพิจารณาการรักษาและการส่งตัวตามขั้นตอนที่ถูกต้องนะคะ จะได้ไม่เสียเงิน

 ขอขอบคุณ--กลุ่มงานคุ้มครองสิทธิประโยชน์ทางการแพทย์  สำนักจัดระบบบริการทางการแพทย์ สำนักงานประกันสังคมและน้องเจี๊ยบ พิมพิมล ดอนผิวไพร น้องธุรการที่ช่วยจัดพิมพ์บทความให้ค่ะ