นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์...

 

เมื่อวันเสาร์ที่ 19 มิ.ย. 2553 ช่วงเวลา 5 โมงเย็น ยูมิเป็นหนึ่งอยู่ในรถที่ทยานออกมาจากงานเทศน์มหาชาติวัดบ้านวังเลน เขตอำเภอป่าพะยอม เมืองพัทลุงมีเป้าหมายล่องใต้ไปที่สนามบินเมืองหาดใหญ่เพื่อนำส่งพระคุณเจ้าที่นิมนต์มาเทศน์มหาชาตินั้นเอง...

หลังเข้าไปดำเนินการเรื่องตั๋วเครื่องบินและมอบให้พระคุณเจ้าเรียบร้อยแล้วก็อำลาพระคุณเจ้าเพื่อกลับที่พักส่วนท่านก็ขึ้นไปรอเที่ยวบินกลับยังกรุงเทพ ฯ...

 

ระหว่างทางมีสายเข้ามาแจ้งข่าวว่าพี่ชายคนนี้ละผู้ที่เคยเรียกยูมิว่าน้องชาย ๆ ...เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 มิ.ย. 2553 หลังเวลาเที่ยงวันยูมิบึ่งรถออกจากตัวเมืองหาดใหญ่มีเป้าหมายที่วัดท้าวโคตร ในตัวเมืองนครศรีธรรมราช ไปถึงบ่าย 3 โมงครึ่งเพื่อร่วมรดน้ำศพพี่ชายคนนี้...

ในงานมีคนมากหลายร้อยคนทั้งอยู่ใกล้ไกลต่างมาเพื่องานนี้

 

บรรยากาศเศร้า ๆ   สายฝนเทลงมาขนาดหนัก 1 โมงกว่ารองเท้าหลายคู่ลอยไปตามสายน้ำที่ท่วมพื้นผิวหน้าศาลาทำพิธีทางศาสนาพุทธรับศีล...บรรยายประวัติผู้ลาลับล่วงไป...

ไปดีเถิดหนา...ทำพิธีอโหสิกรรมระหว่างผู้อยู่และผู้ไป...หมดห่วงหาให้อาลัย...ให้กำลังใจต่อภรรยาและลูก ๆ ผู้อยู่แล้วและยูมิก็เดินออกมาจากศาลาท่ามกลางสายฝนตกลงมาพรำ ๆ ระหว่างเส้นทางกลับแถว อ. ชะอวดเขาว่าเป็นศูนย์กลางไฟไหม้ป่าพรุหลายพันไร่ควันไฟจึงไปทั่ว

ตรง 4 แยกบ้านบ่อล้อ อ. เชียรใหญ่ อ. หัวไทรจึงมีกลุ่มควันไฟหนาตามากเลยละ...ตกค่ำแล้วยูมิล่องใต้ถึงที่พักเมืองหาดใหญ่และได้ขอบันทึกไว้อาลัยนี้แด่...

พี่ชายที่เราเคยร่วมทำงานกันมาอย่างใกล้ชิดตอนดูแลหลักสูตร ป. เอก สาขาวัฒนธรรมศึกษา ที่สถาบันทักษิณคดีศึกษา ม. ทักษิณประมาณ 2 ปี พี่ชายคนนี้คือรองศาสตราจารย์  ดร. ปรีชา  นุ่นสุข  อาจารย์เชี่ยวชาญสายประวัติศาสตร์ และโบราณคดีท่านหนึ่งในเมืองไทย...

แง่คิดตามท่านผู้รู้ที่กล่าวว่า...

พฤษภกาสร   อีกกุญชรอันปลดปลง

โททนต์เสน่งคง  สำคัญหมายในกายมี

นรชาติวางวาย   มลายสิ้นทั้งอินทรีย์

สถิตทั่วแต่ชั่วดี  ประดับไว้ในโลกา...