
มวยไทยดั้งเดิมนั้นใช้ไหวพริบปฏิภาณมากกว่าที่จะใช้กำลัง แลกกันให้เจ็บทั้งคู่ มวยไทยแขนงหนึ่งที่เรียกกันว่า มวยไทยไชยา แสดงออกถึงสิ่งนั้นอย่างขัดเจน
มวยไทยไชยา หรือจะเรียกให้ครบว่า พาหุยุทธ์มวยไทยไชยานั้น ปัจจุบันออกจะหาชมได้ยาก แต่มีสถานที่หนึ่งที่ฝึกสอนวิชามวยให้กับประชาชนผู้สนใจทั่วไปให้ได้สืบทอด วิชามวยไทยโบราณ รักษาวัฒนธรรมไทยแท้ในรูปแบบที่คนไทยส่วนใหญ่นั้นจะเห็นแต่ในหนังสือ หรือ ภาพยนต์
อาจารย์ณปภพ ประมวญ หรือ ครูแปรงของเหล่าศิษย์มวยไทยทั้งหลายเป็นผู้สืบทอดวิชา สานต่อเจตนารมย์จากบูรพาจารย์ที่สืบสายวิชามวยที่ถูกลืมไปตั้งแต่มีกาที่มวย คาดเชือกถูกระงับการแข่งขันให้เปลี่ยนไปใช้กติกาอิงสากล ลูกไม้กลมวย ต่างๆก็สูญหายไปมาก
ครูแปรงเป็นศิษย์ติดตามใกล้ชิด ครูทอง เชื้อไชยา ผู้สืบทอดวิชามวยไทยไชยานี้มาจาก ปรมาจารย์เขตร ศรียาภัย(ปรมาจารย์คนสุดท้ายของวงการมวยไทย)ซึ่งได้เรียนวิชาจากพระยาวจี สัตยรักษ์เจ้าเมืองไชยาผู้เป็นพ่อ รวมทั้งได้เรียนวิชามวยโบราณจากครูอีก 13 ท่านจนแตกฉาน
วิชามวยไทยไชยานี้ นอกจากมือเท้าเข่าศอกที่เห็นได้ทั่วไปในมวยไทยกระแสหลักแล้วยังมีวิชาที่ถูก ลืมอย่างการ "ทุ่ม ทับ จับ หัก" ซึ่งมีความร้ายกาจไม่แพ้วิชาการ ทุ่ม การล๊อคของศิลปะการต่อสู้อื่น หลักมวยอื่น ๆ ยังมีที่เป็นคำคล้องจองแต่มีความหมายลึกซึ้งทุกคำ อย่าง " ล่อ หลอก หลบ หลีก หลอกล่อ ล้อเล่น " หรือ "กอด รัด ฟัด เหวี่ยง " ซึ่งเป็นวิชาการกอดปล้ำแบบหนึ่งซึ่งหาไม่ได้แล้วในมวยไทยสมัยปัจจุบัน หรือแม้กระทั่ง "้ ล้ม ลุก คลุก คลาน " ซึ่งเป็นการฝึกม้วนตัว ล้มตัว
มิติ การต่อสู้ของมวยโบราณอย่างมวยไทยไชยานั้นจึงไม่จำกัดเฉพาะการยืนต่อสู้เท่า นั้น การต่อสู้เมื่อจำเป็นต้องล้มลงก็ทำได้ และด้วยพื้นฐานของมวยไทยโบราณที่ถูกสร้างให้ใช้ในการศึกสงคราม การต่อสู้กับศัตรูพร้อมกันหลายคนนั้นเป็นอีกมิติหนึ่งที่ทำให้มวยไทยไชยา เป็นมวยที่ร้ายกาจ
การเรียนการสอนของมวยไทยไชยานั้นจะเป็นระเบียบ ระบบแบบโบราณ นักเรียนจะได้เรียนตั้งแต่พื้นฐานวิชา เรียนการป้องกันตัว " ป้อง ปัด ปิด เปิด " จนสามารถป้องกันการโจมตีได้อย่างมั่นใจแล้ว ลูกไม้มวยไทยต่าง ๆ ก็จะค่อยได้เรียนรู้ แตกต่างจากมวยไทยกระแสหลักที่ฝึกฝนการโจมตี เตะ ต่อย ทำลาย โดยอาศัยความทนทานเข้ารับลูกเตะต่อยของคู่ต่อสู้ ดั่งที่ครูแห่งมวยไทยไชยานี้ยืนยันอย่างชัดเจนว่า ศิลปะการป้องกันตัวย่อมต้องป้องกันตัวได้จริง ไม่ใช้ศิลปะการแลกกันว่าใครจะทนกว่ากันก็จะเป็นผู้ชนะไป
ด้วยภูมิ ปัญหาของครูมวยโบราณที่สั่งสม แก้ไข ปรับปรุงจนวิชามวยไทยดั้งเดิมนั้นร้ายกาจ ด้วยกลเม็ด ลูกไม้ ไม้เด็ด หลากหลาย กลมวยสามารถแตกขยายไปได้เหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด ในทางกลับกันนั้นการสั่งสอนวิชาอันร้ายกาจนี้ก็ฝึกฝนให้นักเรียนเป็นคนอดทน มุ่งมั่นใจเย็น สุขุม จนในท้ายที่สุดแล้ววิชามวยแห่งการต่อสู้นี้เป็นอุปกรณ์พัฒนานักเรียนให้เป็น คนดีของสังคม ที่มีสติ ควบคุมกายให้ประพฤติตนดี มีครูสอนสั่ง
ครู แปรงได้วางแผนการสอนวิชาอาวุธที่คู่กับมวยไทยไชยาที่รู้จักกันในชื่อ วิชากระบี่กระบองซึ่งมีวิชา ดาบสองมือ มีดสั้น พลองยาว ไม้ศอก รวมถึงอาวุธไทยโบราณแบบอื่นๆที่ไม่น่าจะหาเรียนได้ที่ไหนง่ายๆ เพื่อให้ครบหลักสูตรวิชาการต่อสู้ป้องกันตัวของไทยโดยแท้
ครูแปรง - มูลนิธิมวยไทยไชยา&ศูนยศึกษาสยามยุทธ์ "บ้านครูแปรง"
..มีข้อควรคิดเกี่ยวกับ ศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวแบบมวยไทย ครับ.. ๑.มวยไทย มีความเป็นศิลป์ มากกว่า ศาสตร์ หมายความว่า ผู้ฝึก อาจจดจำเข้าใจ รูปแบบ ระบบ ระเบียบ วิธีเรียนรู้ การสั่งสอนฝึกฝนจากครูผู้สอนได้ก็จริง แต่ต้องอาศัยการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงประยุกต์จากตัวผู้เรียน ซึ่งต้องเข้าถึงปรัชญา อภิปรัชญา ที่เป็นองค์รวมของเคล็ดวิชา ที่เราเรียกว่า จิตวิญญาน จึงจะสามารถนำไปใช้ได้อย่างเกิดประโยชน์ ๒.ครูมวย ที่ได้สั่งสมประสบการณ์ มีความเจนจัดเข้าใจ ทั้งทางโลกและทางธรรม จะสามารถเลือกหาวิธีที่เหมาะสมในการชี้แนะให้แก่ศิษย์แต่ละคนได้เฉพาะคน เฉพาะโอกาส การจะสามารถป้องกันตัวเองให้รอดได้จริง จึงอยู่ที่จิตสำนึกของศิษย์เป็นสำคัญ ๓.ศาตร์และศิลป์ ทั้งหลายในโลกหาได้มี วิชาใดสำเร็จสมบูรณ์แบบได้ตลอดไป เพราะอยู่ในกฎแห่ง ไตรลักษณ์ ทั้งสิ้น ๔.สายมวยไทยไชยา เหมือนกับ ศิลปะการต่อสู้แบบมวยไทย ทุกสาย ที่มิได้เป็น ศาสตร์บริสุทธิ์ เพราะแต่ละสำนัก ที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นย่อมมีการปรับประยุกต์ไปตามความเชื่อ ความชำนาญและสติปัญญา ของ ครูมวย ที่เรียนรู้จากการประลอง ซึ่งมีทั้ง ชนะ และ แพ้..ได้เปรียบและเสียเปรียบ..แต่จะมีหลักการ หลักคิดที่สำคัญ ซึ่งอาจยึดถือแตกต่างจาก สายมวยไทยอื่น..แต่ยังคงหลักการ หลักคิดของ มวยไทย เดียวกัน เราเรียกว่า จิตวิญญานมวยไทย..นอกเสียจากว่า มวยไชยา จะเป็นศิลปะการต่อสู้ แขนงอื่น ซึ่งมิใช่ มวยไทย..
..มีข้อควรคิดเกี่ยวกับ ศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวแบบมวยไทย ครับ.. ๑.มวยไทย มีความเป็นศิลป์ มากกว่า ศาสตร์ หมายความว่า ผู้ฝึก อาจจดจำเข้าใจ รูปแบบ ระบบ ระเบียบ วิธีเรียนรู้ การสั่งสอนฝึกฝนจากครูผู้สอนได้ก็จริง แต่ต้องอาศัยการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงประยุกต์จากตัวผู้เรียน ซึ่งต้องเข้าถึงปรัชญา อภิปรัชญา ที่เป็นองค์รวมของเคล็ดวิชา ที่เราเรียกว่า จิตวิญญาน จึงจะสามารถนำไปใช้ได้อย่างเกิดประโยชน์ ๒.ครูมวย ที่ได้สั่งสมประสบการณ์ มีความเจนจัดเข้าใจ ทั้งทางโลกและทางธรรม จะสามารถเลือกหาวิธีที่เหมาะสมในการชี้แนะให้แก่ศิษย์แต่ละคนได้เฉพาะคน เฉพาะโอกาส การจะสามารถป้องกันตัวเองให้รอดได้จริง จึงอยู่ที่จิตสำนึกของศิษย์เป็นสำคัญ ๓.ศาตร์และศิลป์ ทั้งหลายในโลกหาได้มี วิชาใดสำเร็จสมบูรณ์แบบได้ตลอดไป เพราะอยู่ในกฎแห่ง ไตรลักษณ์ ทั้งสิ้น ๔.สายมวยไทยไชยา เหมือนกับ ศิลปะการต่อสู้แบบมวยไทย ทุกสาย ที่มิได้เป็น ศาสตร์บริสุทธิ์ เพราะแต่ละสำนัก ที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นย่อมมีการปรับประยุกต์ไปตามความเชื่อ ความชำนาญและสติปัญญา ของ ครูมวย ที่เรียนรู้จากการประลอง ซึ่งมีทั้ง ชนะ และ แพ้..ได้เปรียบและเสียเปรียบ..แต่จะมีหลักการ หลักคิดที่สำคัญ ซึ่งอาจยึดถือแตกต่างจาก สายมวยไทยอื่น..แต่ยังคงหลักการ หลักคิดของ มวยไทย เดียวกัน เราเรียกว่า จิตวิญญานมวยไทย..นอกเสียจากว่า มวยไชยา จะเป็นศิลปะการต่อสู้ แขนงอื่น ซึ่งมิใช่ มวยไทย..
..ต่ออีกนิดครับ..และ จากสติปัญญาอันน้อยนิดที่ผมได้มีโอกาสศึกษาเรียนรู้ มวยไทย จากครูบาอาจารย์มวย หลายท่าน รวมทั้งจากประสบการณ์และการค้นคว้ารวบรวมหลายสิบปี ว่า ถ้าเราจะสังเคราะห์เพื่อหา แก่นแท้ของ มวยไทย จาก ปรมาจารย์มวยไทย ในรอบสองร้อยกว่าปีมานี้(จากข้อมูลหลักฐานที่พอจะค้นคว้ารวบรวมได้) พบว่า จิตวิญญานมวยไทย มีองค์ประกอบที่สำคัญ คือ ๑.ความกตัญญู ๒.การยึดถือสัจจะ ๓.การพึ่งตนเอง ๔.ความมีไมตรีจิต ๕.ความมีใจเบิกบาน..อันนี้ ก็อยากจะขอคำชี้แนะจาก ผู้รู้และครูมวยไทย ช่วยร่วมกันพิจารณาเพื่อประโยชน์ของการพัฒนา มรดก มวยไทย ให้ลูกหลาน ต่อไปด้วยครับ..
สวัสดีครับเห็นด้วยนะครับสาระพัดวิชาต่อสู้ไม่มีแค่ของดั้งเดิมสังเกตุคิดค้นฝึกฝนมาเพื่อให้เหมาะแก่ตน หากเพียงแต่ผมว่าถ้าไม่คิดมากไป ให้ยึดเป็นเพียงการออกกำลังกายกิจกรรม ฝึกความเป้นมนุษยที่จะอยู่ร่วมกันอย่างมีวินัยและสงบ ผู้สอนการต่อสู้หลายท่านมักถ่ายทอดว่าวิชาตนนั้นดีที่สุดชอบประลองแล้วแสวงหาศิษย์ที่สามารถ หรือแม้นกระทั่งขอตัวเด็กไปโดยบอกว่าไม่สามรถปั้นดินให้เป็นดาวได้ ผมเลยสงสัยว่าหน้าที่ของคูรคือถ่ายทอดสรรพวิชาให้ศิษย์พร้อมจิตสำนึกคุณธรรมใช่หรือเปล่าหรือจะเอาแต่ดังกับตังค์เท่านั้น เพราะวิชาต่อสู้ส่วนใหญ่ผมได้เปล่าก็เลยให้เปล่ากับไปแล้วพอเจอกับการสอนแบบว่าต้องแข่งขันกติกาหรือจัดเป็นแบบกีฬาแล้วเจอผู้สอนบางท่านรู้สึกแย่ครับ แทบอยากจะไม่บอกว่าวิชาที่มีนั้นเป็นของไทมาแต่โบราณแทบอยากจะบอกว่าไม่ใช่มวยไทเพราะเดี๋ยวนี้เขาต้องมีประกาศนียบัตรเก็บค่าเรียนสูงแล้วมีกติกาตัดทอนทักษะออกเสียมาก ตัดการทุ่ม-ทับ-จับ-หัก ใช้แต่ความแข็งแกร่งด้านเดียวที่ตนถนัดมาเป็นตัววัดแล้วบอกว่าอนุรักษ์ และส่งเสริม ลืมสิ้นพิชัยยุทธพิชัยสงครามว่ามีอะไร แต่ให้ผู้มีอันจะกินเรียนได้เท่านั้นแล้วแทรกด้วยการพนัน ขอโทษนะครับถ้าทำให้รำคาญ และขอขอบคุณสำหรับความเห็น
ง่ายง่ายคือ มวยไทยต้องใช้ สติปัญญา ความเชื่อ ความศรัทธา จินตนาการ ศิลปะมวย ความเร็ว และพละกำลัง
ความจริงมวยไทยแยกสำนักได้ แต่ไม่ควรแบ่งสายมวย เพราะเราจะเก่งมวยไทยต้องนำวิชาทุกวิชามารวมกัน แล้วเลือกที่ดีที่สุดที่เข้ากับตัวเราได้ ที่เราใช้ความคิดอย่างดีแล้ว ไม่ใช่เรียนรู้อยู่สายเดียว แล้วบอกว่าเราเป็นมวยไทยสาย......อะไรก็แล้วแต่ ซึ่งทำให้เรารู้แคบแคบ เพราะมวยไทยบริสุทธิ์ ไม่ควรมีสาย