ประวัติถ้วยรางวัลฟุตบอลโลก

เพื่อทีมสุดยอดของโลก

 

 

 

 

           ไฟล์:Jules Rimet Thophy.gif     

            

ถ้วยรางวัล “จูลส์ รีเมต์” : ถ้วยรางวัลแรกในการแข่งขันฟุตบอลโลก

ที่มา: http://fr.wikipedia.org/wiki/Image:Coupe_jules_rimet.gif

 

              'ฟีฟ่าเวิลด์คัพ'

ตำนานถ้วยรางวัลฟุตบอลโลก จาก 'จูลส์ ริเมต์' ถึง 'ฟีฟ่าเวิลด์คัพ'

      ความเป็นมาของถ้วยฟุตบอลโลกที่นับเป็นแรงบันดาลใจให้นักเตะทีมต่างๆต่อสู้เพื่อพิสูจน์ฝีมือและศักดิ์ศรีของประเทศนั้นมีด้วยกันสองรุ่น โดยรุ่นล่าสุดนี้เป็นถ้วยรางวัลที่มีน้ำหนักถึง 4,970 กรัม ทำด้วยทองแท้ 18 กะรัต สูง 36 เซนติเมตร เรียกว่าถ้วยฟีฟ่าเวิลด์คัพ
      ความเป็นมาของถ้วยฟุตบอลโลกที่นับเป็นแรงบันดาลใจให้นักเตะทีมต่างๆต่อสู้เพื่อพิสูจน์ฝีมือและศักดิ์ศรีของประเทศนั้นมีด้วยกันสองรุ่น โดยรุ่นล่าสุดนี้เป็นถ้วยรางวัลที่มีน้ำหนักถึง 4,970 กรัม ทำด้วยทองแท้ 18 กะรัต สูง 36 เซนติเมตร เรียกว่าถ้วยฟีฟ่าเวิลด์คัพ (FIFA World Cup Trophy) ออกแบบโดยประติมากรรมชาวอิตาเลียน ซิลวิโอ กาซซานิก้า ในปีค.ศ.1971 โดยเส้นของรูปปั้นบิดขึ้นมาจากฐานเป็นรูปนักกีฬาสองคนยืนหันหลังยกโลก ดูมีพลังเคลื่อนไหวในตัวเพื่อเป็นจังหวะแห่งการฉลองชัยชนะ

    ถ้วยเวิลด์คัพใบนี้เริ่มใช้ครั้งแรกในการแข่งขันปีค.ศ.1974 ที่ประเทศเยอรมนีเป็นเจ้าภาพ และเยอรมนีก็คว้าถ้วยใบนี้สำเร็จครอบครองไว้นาน 4 ปี จากนั้นจึงลงไปอยู่อเมริกาใต้ แล้วกลับขึ้นมายุโรป สลับกัน 2 ทวีป อย่างนี้ในทุก 4 ปี เพราะประเทศที่ได้แชมป์จากเยอรมนีก็คือ อาร์เจนตินา (1978) อิตาลี (1982) เยอรมนี (1990) แล้วก็ล่าสุดคือบราซิล (1994)

    แต่ถ้วยฟีฟ่าไม่ได้เป็นของใครคนใดคนหนึ่ง เพราะฟีฟ่า หรือสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ ถือว่าถ้วยนี้จะต้องอยู่ถาวรกับฟีฟ่า ผู้ชนะจะได้รับถ้วยจำลองที่ทำจากทองผสม ส่วนที่ฐานซึ่งมีแหวนคาดสองเส้น มีพื้นที่ไว้สลักชื่อผู้ชนะ 17 ช่อง ซึ่งเมื่อถึงปีค.ศ.2038 ชื่อก็จะเต็มช่องเหล่านี้ จากนั้นจะทำอย่างไรต่อไป ฟีฟ่าก็คงต้องปรึกษากัน

   สำหรับถ้วยเดิมชื่อถ้วยจูลส์ ริเมต์ ซึ่งเป็นชื่อของประธานฟีฟ่าชาวฝรั่งเศสที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งแรกสำเร็จในปีค.ศ.1930 ถ้วยแรกทำจากเงินและทองหนัก 3.8 กิโลกรัม สูง 38 เซนติเมตร ฐานทำด้วยหินล้ำค่าสีฟ้า หรือไพฑูรย์ (Lapislazule) เป็นรูปเทพธิดาแห่งชัยชนะ (Goddess of Victory) ตรงเหลี่ยม 4 ด้านของฐาน สลักชื่อประเทศที่ได้แชมป์ที่ 9 ราย ชื่อนับตั้งแต่ปี 1930-1970

    ถ้วยจูลส์ ริเมต์ หายไปถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกในปีค.ศ.1966 ช่วงที่อังกฤษได้แชมป์ มีคนมาพบว่าถูกฝังอยู่ที่ต้นไม้ต้นหนึ่ง โดยฝีมือการดมหาของเจ้าสุนัขตัวเล็กชื่อพิกเกิ้ลส์ แต่ถ้วยมาหายจริงๆในปีค.ศ.1983 ช่วงบราซิลได้สิทธิ์ครอบครองถ้วยนี้อย่างถาวร หลังจากคว้าแชมป์ 3 สมัยได้สำเร็จ โดยขโมยมือดีฉกจากที่เก็บในนครริโอ เดอจาเนโร

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน จากใจครูจ่อย



ความเห็น (18)

เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีค่ะ
  • มาร่วมเชียร์ฟุตบอลค่ะ และได้นำภาพลีลานักฟุตบอล และ ลีลากรรมการมาฝาก ใครจะแน่กว่าใคร....

              

เขียนเมื่อ 
  • ขอบคุณครับน้องบุษรา
  • ที่แวะมาเยี่ยม มาเชียร์บอลโลกด้วยกัน
  • พร้อมทั้งมารับรู้เรื่อง "ประวัติถ้วยรางวัลการแข่งขันบอลโลก"
  • มีความสุขทั้งใจกายตลอดไปนะครับ

โอโฮ!  อินเทรนเห่อฟุตบอลโลก กันใหญ่เลยนะคะ  เรื่องถ้วยฟีฟ่า น่าสนใจดีนะคะ เผอิญว่า พี่สุ ไม่ชอบกีฬาฟุตบอลคะ ดูยังไงก็ไม่สนุก ก็เลยมีความรู้สึกเฉย  และที่ว่าคนเล่นการพนัน หมดเป็นเงินมากๆๆ เป็นหนี้เป็นสิน ก็ไม่รู้ว่าเขาเล่นกันยังไง ถึงเป็นหนี้เป็นสิน  ไม่ต้องตอบหรอกนะคะ พูดให้ฟังเฉยๆๆ

-แต่เรื่องถ้วยรางวัลนี่น่าสนใจนะคะ อื้ออือ แรงบันดาลใจ ให้นักเตะ ต่อสู้กัน เพื่อพิสูนจ์ฝีมือและศักดิ์ศรีของประเทศตน

-ถ้วยก่อนที่จะมuฟีฟ่า คงจะฐานทอง แล้วสลักชื่อคนที่ชนะ มาครั้งแล้วครั้งเล่า จำนวน 9 ครั้ง สงสัยคนที่ไม่ชนะ เกมส์แพ้แต่คนไม่แพ้ มาขโมยไป และหวังว่า ถ้วยฟีฟ่าคงไม่หายไปเหมือนกันนะคะ

-ขอบคุณมากนะครูเสือ ที่เข้าไปเยี่ยมพี่สุ ที่บล็อคเด็กละห้อยคะ พี่สุคิดถึงอยู่นะ แต่เวลาเล่นคอม กว่าจะไปเยี่ยมทุกคน กว่าจะหาเจอมันก็ดึกแล้วคะ เมื่อคืน ก็เห็นครูเข้ามาเยี่ยมพี่  แต่มันดึกแล้ว  ง่วงนอน  เลยมาตอบเอาตอนนี้  อย่าพากันนอนดึกนักนะคะ แต่ก็อดไม่ได้เนาะ เวลามีแค่นี้

-ดูซิภาพนี้   เสือหรือสิงห์  มีกี่ตัว  นับดูซิ

                       

เขียนเมื่อ 

สวัสดีตอนดึกๆค่ะพี่ครูจ่อย

   เพราะฟุตบอลนี่แหละค่ะถึงได้นอนดึกทุ้กวันเลย แต่ไม่เป็นไรค่ะ ตื่นปกติ ทำงานได้ปกติ เพราะเป็นคนมีความรับผิดชอบสูง อิอิ 4 ปีมีครั้งพลาดได้ไงเนาะ

เขียนเมื่อ 

มาชมถ้วยด้วยคน

พี่ดูและเชียร์แต่ไม่ได้มุ่งมั่นมากนัก

งานประจำเยอะมากๆ..ช่วงนี้

ติดตามพอประมาณ..เป็นเพื่อนลูกนะ

       แต่พี่มีทีมโปรด คือ เยอรมัน ล่ะ

เขียนเมื่อ 

แวะมาอ่านเรื่องถ้วยรางวัลเผื่อจะไปขยายความต่อได้

เพราะช่วงนี้ก็ติดดูบอลเหมือนกัน...ตามประสานักกีฬาฮาเฮ

แต่ดูเพื่อความผ่อนคลายค่ะ.....ไม่เครียดเพียงแค่ลุ้น

มีความสุขกับการทำงานนะคะ

เขียนเมื่อ 
  • ขอบคุณครับพี่สุ
  • ที่แวะมารับรู้เรื่องบอลโลกกับครูจ่อย(แม้พี่จะไม่ชอบ)
  • แต่ครูจ่อยชอบมาก ลุ้นแบบสุดๆ นักแตะด้งๆ ของแต่ละชาติรู้จักเกือบหมด
  • อ่านเกมส์การเล่นของแต่ละทีมที่ลงสนามอย่างละเอียดยิบเหมือนเป็นโค้ชเลย555
  • ก็คนมันชอบนะพี่คงไม่ว่ากันแต่ครูจ่อยไม่เคยเล่นพนันบอลนะพี่  ดูเฉยๆ
  • โชคดีมีสุขนะครับ

 

เขียนเมื่อ 
  • ขอบคุณครับคุณยาย
  • ที่แวะมาทักทาย คนชอบดูบอล
  • แล้วคุณยายเชียร์ทีมไหนเอ่ย
  • โชคดีมีสุขนะครับ
เขียนเมื่อ 
  • ขอบคุณครับ พี่ครู ป1.
  • ครูจ่อยและลูกชาย ชอบดูบอลที่สุดเลยครับ
  • แต่ภรรยาไม่ชอบบอล  (แต่กลับชอบหนังละคร)มากกว่า)
  • โชคดีมีสุขนะพี่
เขียนเมื่อ 
  • มีลู้นทีมไหนครับคุณkrugui Chutima
  • ครูจ่อยขอบคุณที่สุดมี่แวะมาเยี่ยม
  • มีความสุขกับการทำงานเช่นกันนะครับ
เขียนเมื่อ 

ชอบลุ้นทีมสีผิวที่เป็นทีมรอง.....สงสาร

ไม่ได้เชียร์ทีมไหนออกหน้าออกตาหรอกค่ะ

แค่ดูเพื่อความสนุกและผ่อนคลาย...ก็บอกแล้วว่านักกีฬาฮาเฮ

ทีมไหนชนะเราก็ดีใจด้วย...ทีมไหนแพ้ก็แค่...เห็นใจ

เขียนเมื่อ 
  • ขอขอบคุณอีกครั้งครับคุณkrugui Chutima
  • สำหรับมิตรภาพ
  • โชคดีนะครับ
เขียนเมื่อ 

มาชวนไปเชียร์บอลค่ะ  FanBall_4

เขียนเมื่อ 
  • ขอบคุณครับคุณkrugui Chutima
  • ตอนนี้กำลังลุ้นเกาหลีใต้ตีเสมอ อาเจนติน่าอยู่ครับ(ชอบเชียร์ทีมรอง)
  • ดูบอลให้สนุกนะครับ
เขียนเมื่อ 

หวัดดีค่ะพี่ครูจ่อย

  •  เชียร์ อิตาลี่ค่ะ ตามมาตั้งแต่สมัยฟร็อง 98 แล้วค่ะ ชอบขนาดนำชื่อนักบอลมาตั้งชื่อหมา เค๊าคงไม่ว่าอะไรเพราะไม่รู้ อิอิ ตอนนี้ก็ติดโปสเตอร์ไว้ประตูบ้านเจอกันทุกวันเลยค่ะ
เขียนเมื่อ 
  • ขอบคุณครับคุณยาย
  • ที่แวะไปเยี่ยม  ทักทาย
  • ชอบทีมไหนเชียร์ได้ตามสบายครับ
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะครูจ่อย

เมื่อปี 2006 Deutsch เป็นเจ้าภาพได้รอง ลุ้นกันทุกนัดที่ลงสนาม

วันนี้ 1:0 แพ้ค่ะ เป็นห่วงคนเชียร์ด๊อยซ์จัง บอลแพ้คนเชียร์ร้องไห้

เพราะอย่างนี้หรือเปล่า โก(ประตู)Deutsch ถึงทำลายชีวิตตัวเอง

กลัวว่าจะทำให้คนทั้งโลกเสียใจ...... ขอบคุณค่ะ

เขียนเมื่อ 
  • ขอบคุณครับครูยุ
  • การเล่นกีฬาก็มีทั้งแพ้และชนะแหละครับ
  • ต้องดูด้วยใจนักกีฬาด้วย