สรุปผลการวิจัยในภาพรวมจากการเล่าของตัวแทนของ 4 จังหวัดที่ดำเนินงานวิจัย PAR
คุณวีระยุทธ สมป่าสัก กำแพงเพชร คุณเรณู หอมชะเอม อ่างทอง
คุณสมรักษ์ ภูเดช นครพนม คุณประสาร เฉลิมศรี นครศรีธรรมราช
· สถานการณ์ที่เกี่ยวกับการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรที่ปลอดภัยและได้มาตรฐาน ทุกจังหวัดได้เล่าให้ฟังว่าในพื้นที่ขณะนี้มีหลายหน่วยงานเน้นในการดำเนินงาน Food Safety โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายของผู้ว่า CEO จึงมีส่วนผลักดันให้การดำเนินงานมีความชัดเจนมีการบูรณาการการทำงานร่วมกัน โดยมีเป้าหมายเดียวกัน และในระดับของชุมชน/เกษตรกรมีความตระหนักในการผลิตที่มุ่งสู่ความปลอดภัยมากขึ้นทั้งนี้ มาจากหลายปัจจัย เช่น ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับตัวเกษตรกรเองโดยตรงในด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมที่เสื่อมลง การรับรู้ข่าวสารจากส่วนต่าง ๆ ที่มีการรณรงค์/ประชาสัมพันธ์ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะสัมพันธ์โดยตรงกับการออกแบบงานวิจัยของแต่ละจังหวัด
· กระบวนการวิจัยในพื้นที่จากการเล่าประสบการณ์พอสรุปได้ว่าหากจะให้งานวิจัยบรรลุผลตามที่วางไว้จะต้อง
(1) ทำให้กระบวนการวิจัย PAR อยู่ในกระบวนงานปกติให้ได้ ไม่ไปทำ PAR แปลกแยกไปจากงานปกติ
(2) กระบวนการในการคัดเลือกพื้นที่ดำเนินการต้องหาอาสาสมัคร ( ทำด้วยใจ ) เห็นผลแล้วค่อยขยาย
(3) กระบวนการมีส่วนร่วมเป็นหัวใจของงาน PAR ตั้งแต่การสร้างความเข้าใจร่วม วางแผนร่วม สรุปผลร่วม เรียนรู้ร่วมกัน ไม่ใช่การสั่งการให้ทำหรือวางแผนร่วมกันแล้วปล่อยให้ใครคนใดคนหนึ่งไปดำเนินการ
(4) การเสริมหนุนจากส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดการพัฒนางานพัฒนาคนในกระบวนการงานวิจัยเป็นสิ่งจำเป็นไม่ว่าจะเป็นพี่เลียง การจัดเวทีให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อติดอาวุธทางปัญญา พัฒนาให้เป็นดาวฤกษ์ ตามที่ได้กล่าวไว้ในตอนที่ 1
· ผลที่เกิดขึ้นที่พอสรุปได้ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา
(1) ในมิติของชุมชน ชุมชนพัฒนาวิธีคิดจากการตั้งรับมาจัดการในการเรียนรู้และแก้ไขปัญหาทาง ออกของชุมชนเอง เช่นในบางพื้นที่ในกระบวนการเรียนรู้ ชุมชนจัดการในการศึกษาดูงานกลุ่ม/ ชุมชนอื่น ๆ ที่ประสบผลสำเร็จด้วยตนเอง มีการลงขันเพื่อเป็นเป็นค่าน้ำมันรถยนต์(เจ้าหน้าที่ทำหน้าที่คุณประสานให้เพียงอย่าวเดียวมีการพัฒนาเครื่องมือในการจัดเก็บข้อมูลเพื่อการเรียนรู้ในการผลิต
(2) มิติที่เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ ได้ปรับกระบวนการทำงานเน้นในการสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกับชุมชน มีทักษะในการเป็น คุณอำนวย การวิเคราะห์ ( System Thinking ) และการทำงานเป็นทีม
(3) มิติของงาน ได้เกิดการทำงานในเชิงบูรณาการกับส่วนต่าง ๆ เพิ่มขึ้น เกิดภาคีเครือข่ายในการเรียนรู้ร่วมกัน และที่สำคัญคือเกิดองค์ความรู้ที่ช่วยทำให้งานบรรลุเป้าหมาย ( มีการจัดการกับความรู้โดยฌฉพาะความรู้ที่เกิดจากการปฏิบัติอย่างเป็นระบบมากขึ้น จากเดิมที่มีการทำงานในลักษณะตัวใครตัวมัน ได้นำความรู้เหล่านี้มาแลกเปลี่ยนและปรับใช้
ทั้งหมดเป็นการสรุปผลในภาพรวมในช่วงแรกของงานวิจัย หากทั้ง 4 จังหวัดหรือ ทีมวิจัยระดับเขต ส่วนกลางมีอะไรจะเติมเต็มเชิญนะครับ
วันหลังอยากเก็บประเด็นอื่นๆที่ได้มากกว่าเนื้องานวิจัยและมีคุณค่าต่อการพัฒนางานและกรมฯซึ่งผมเห็นแล้วรู้สึกว่ากรมฯยังมีคนที่เป็นความหวังขององค์กร เช่น เห็นน้องๆหลายคนมีความตั้งใจในการทำงานมากๆ กระตือรือร้นในการเรียนรู้(น้องสร้อยเพชร สพท. น้องเรณู จากอ่างทอง น้องอนุสรา จาก กพฉ. เป็นต้น)