GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

วิจัย PAR FOOD SAFETY ( ตอนที่ 2 )

กระบวนการมีส่วนร่วมเป็นหัวใจของงาน PAR ตั้งแต่การสร้างความเข้าใจร่วม วางแผนร่วม ทำร่วม สรุปผลร่วม เรียนรู้ร่วมกัน ไม่ใช่การสั่งการให้ทำ หรือวางแผนร่วมกันแล้วปล่อยให้ใครคนใดคนหนึ่งไปดำเนินการ

  สรุปผลการวิจัยในภาพรวมจากการเล่าของตัวแทนของ 4 จังหวัดที่ดำเนินงานวิจัย  PAR

คุณวีระยุทธ  สมป่าสัก  กำแพงเพชร    คุณเรณู  หอมชะเอม    อ่างทอง  

 คุณสมรักษ์  ภูเดช  นครพนม    คุณประสาร   เฉลิมศรี  นครศรีธรรมราช

     ·        สถานการณ์ที่เกี่ยวกับการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรที่ปลอดภัยและได้มาตรฐาน   ทุกจังหวัดได้เล่าให้ฟังว่าในพื้นที่ขณะนี้มีหลายหน่วยงานเน้นในการดำเนินงาน Food Safety   โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายของผู้ว่า CEO จึงมีส่วนผลักดันให้การดำเนินงานมีความชัดเจนมีการบูรณาการการทำงานร่วมกัน  โดยมีเป้าหมายเดียวกัน     และในระดับของชุมชน/เกษตรกรมีความตระหนักในการผลิตที่มุ่งสู่ความปลอดภัยมากขึ้นทั้งนี้  มาจากหลายปัจจัย เช่น ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับตัวเกษตรกรเองโดยตรงในด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมที่เสื่อมลง  การรับรู้ข่าวสารจากส่วนต่าง ๆ ที่มีการรณรงค์/ประชาสัมพันธ์ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะสัมพันธ์โดยตรงกับการออกแบบงานวิจัยของแต่ละจังหวัด

         ·       กระบวนการวิจัยในพื้นที่จากการเล่าประสบการณ์พอสรุปได้ว่าหากจะให้งานวิจัยบรรลุผลตามที่วางไว้จะต้อง                                                                           

                (1)    ทำให้กระบวนการวิจัย PAR  อยู่ในกระบวนงานปกติให้ได้ ไม่ไปทำ PAR  แปลกแยกไปจากงานปกติ                                                                                       

                (2)    กระบวนการในการคัดเลือกพื้นที่ดำเนินการต้องหาอาสาสมัคร ( ทำด้วยใจ ) เห็นผลแล้วค่อยขยาย                                                                                             

                (3)    กระบวนการมีส่วนร่วมเป็นหัวใจของงาน PAR ตั้งแต่การสร้างความเข้าใจร่วม วางแผนร่วม สรุปผลร่วม เรียนรู้ร่วมกัน ไม่ใช่การสั่งการให้ทำหรือวางแผนร่วมกันแล้วปล่อยให้ใครคนใดคนหนึ่งไปดำเนินการ                 

                (4)    การเสริมหนุนจากส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดการพัฒนางานพัฒนาคนในกระบวนการงานวิจัยเป็นสิ่งจำเป็นไม่ว่าจะเป็นพี่เลียง  การจัดเวทีให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อติดอาวุธทางปัญญา พัฒนาให้เป็นดาวฤกษ์ ตามที่ได้กล่าวไว้ในตอนที่ 1

          · ผลที่เกิดขึ้นที่พอสรุปได้ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา

               (1)    ในมิติของชุมชน  ชุมชนพัฒนาวิธีคิดจากการตั้งรับมาจัดการในการเรียนรู้และแก้ไขปัญหาทาง  ออกของชุมชนเอง  เช่นในบางพื้นที่ในกระบวนการเรียนรู้ ชุมชนจัดการในการศึกษาดูงานกลุ่ม/ ชุมชนอื่น ๆ ที่ประสบผลสำเร็จด้วยตนเอง  มีการลงขันเพื่อเป็นเป็นค่าน้ำมันรถยนต์(เจ้าหน้าที่ทำหน้าที่คุณประสานให้เพียงอย่าวเดียวมีการพัฒนาเครื่องมือในการจัดเก็บข้อมูลเพื่อการเรียนรู้ในการผลิต

               (2)    มิติที่เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ ได้ปรับกระบวนการทำงานเน้นในการสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกับชุมชน มีทักษะในการเป็น คุณอำนวย  การวิเคราะห์ ( System Thinking  ) และการทำงานเป็นทีม

               (3)    มิติของงาน ได้เกิดการทำงานในเชิงบูรณาการกับส่วนต่าง ๆ เพิ่มขึ้น เกิดภาคีเครือข่ายในการเรียนรู้ร่วมกัน และที่สำคัญคือเกิดองค์ความรู้ที่ช่วยทำให้งานบรรลุเป้าหมาย ( มีการจัดการกับความรู้โดยฌฉพาะความรู้ที่เกิดจากการปฏิบัติอย่างเป็นระบบมากขึ้น  จากเดิมที่มีการทำงานในลักษณะตัวใครตัวมัน ได้นำความรู้เหล่านี้มาแลกเปลี่ยนและปรับ ใช้

                ทั้งหมดเป็นการสรุปผลในภาพรวมในช่วงแรกของงานวิจัย หากทั้ง 4 จังหวัดหรือ ทีมวิจัยระดับเขต ส่วนกลางมีอะไรจะเติมเต็มเชิญนะครับ   

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): นักวิจัย
หมายเลขบันทึก: 36647
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 2
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (2)

  • ละเอียดมากครับ
  • ขอบพระคุณมากครับ ที่บันทึกมาให้ท่านที่ไม่ได้เข้าฟังได้อ่าน

                Sumransara1

       วันหลังอยากเก็บประเด็นอื่นๆที่ได้มากกว่าเนื้องานวิจัยและมีคุณค่าต่อการพัฒนางานและกรมฯซึ่งผมเห็นแล้วรู้สึกว่ากรมฯยังมีคนที่เป็นความหวังขององค์กร  เช่น  เห็นน้องๆหลายคนมีความตั้งใจในการทำงานมากๆ กระตือรือร้นในการเรียนรู้(น้องสร้อยเพชร สพท.   น้องเรณู  จากอ่างทอง  น้องอนุสรา จาก กพฉ. เป็นต้น)