กตัญญู กตเวที

แนวทางการดำเนินชีวิตของ นาย เกื้อกูล  เยื่อปุย

นิมิตฺตํ สาธุรูปานํ กตญฺญูกตเวทิตา   :    ความกตัญญู เป็นเครื่องหมายของคนดี

           ข้าพเจ้าเริ่มรับราชการ ตั้งแต่ปี พุทธศักราช 2537  ได้ตั้งปณิธานในการปฏิบัติราชการอย่างเต็มกำลังความสามารถ ด้วยศาสตร์และศิลป์ แห่งวิชาชีพพยาบาล เพื่อคงไว้ซึ่งศรัทธาในวิชาชีพ เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับข้าราชการที่ปฏิบัติงานร่วมกันและเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับนักศีกษาที่มาฝึกงาน   เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ  ข้าพเจ้าได้รับความไว้วางใจจากกลุ่มการพยาบาล  ให้ร่วมจัดทำคู่มือมาตรฐานบริการ  เช่น  การตรวจและการแปรผลคลื่นไฟฟ้าหัวใจสำหรับพยาบาล  ได้รับเกียรติให้เป็นวิทยากรประจำโรงพยาบาล ในเรื่องการช่วยฟื้นคืนชีพและการเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บ   เป็นวิทยากรให้กับโรงเรียนมัธยมศึกษา  ในเรื่องเพศศึกษา วิทยากรปฐมพยาบาล ให้กับ อาสาสมัครสาธารณสุขและอาสาสมัครกู้ภัยต่าง ๆ ทำให้ข้าพเจ้าต้องพัฒนาองค์ความรู้ที่มีในตนเองอยู่ตลอดเวลา ทั้งจากตำราทางการแพทย์  จากผู้ทรงคุณวุฒิ  ร่วมกำหนดคุณลักษณะรถพยาบาล เครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจ   ซึ่งจัดซื้อด้วยเงินงบประมาณ  ต้องใช้ความรอบคอบในการปฏิบัติหน้าที่   เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อหน่วยงานและระบบราชการ ในปีพุทธศักราช  2544   ได้แก้ไขปัญหาระบบงานประกันสุขภาพถ้วนหน้า โดยการมอบหมายตรงจากผู้อำนวยการ  เพราะปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบกับงบประมาณ เป็นปัญหาด้านสารสนเทศอิเลคโทรนิคส์  ซึ่งข้าพเจ้าก็สามารถแก้ปัญหาให้กับโรงพยาบาลได้สำเร็จ ทำให้หน่วยงานได้รับงบประมาณที่มากขึ้นชัดเจนเหมาะกับจำนวนประชากรที่รับผิดชอบ  ผลงานดังกล่าว ทำให้ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการบริหารประจำโรงพยาบาล  ตั้งแต่นั้นมา จึงเข้าช่วยเหลืองานด้านสารสนเทศและด้านเทคโนโลยี รับผิดชอบดูแลระบบสารสนเทศทางการแพทย์ห้กับโรงพยาบาลจนถึงปัจจุบัน งานดังกล่าวมีความสำคัญมาก  เพราะต้องดูแลระบบให้ใช้งานได้ดีในทุกเวลา และตอบสนองต่อการเพิ่มงบประมาณรายรับให้กับทางโรงพยาบาลทั้งทางตรงและทางอ้อม  โดยข้าพเจ้าทำตามปณิธานเรื่องความกตัญญูกตเวที  ต่อวิชาชีพ  ต่อหน่วยงาน และต่อระบบราชการสาธารณสุข ต่อแผ่นดินไทย นอกจากนี้ยังได้พัฒนาโปรแกรมย่อยทางระบบบสารสนเทศ  เพื่อสืบค้นสวัสดิการการรักษาด้วยระบบเลขประชาชน 13 หลัก จนสามารถนำไปใช้ได้ทั้งจังหวัด  และยังนำไปใช้ในศูนย์ข้อมูลระดับเภอของจังหวัดราชบุรี  ทำให้หน่วยบริการต่าง ๆ ได้รับข้อมูลที่รวดเร็ว เชื่อถือได้  และสามารถเชื่อมโยงข้อมูลไปยังระบบฐานข้อมูลบริการประจำสถานีอนามัย   จนได้รับประกาศเกียรติบัตรจากทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และได้รับรางวัลศิษย์เก่าดีเด่นจากสถาบันการศีกษา    ปัจจุบันระบบสารสนเทศที่ข้าพเจ้ารับผิดชอบดูแลนั้น ช่วยลดภาระงานบริการของบุคคากรในหลายขั้นตอน  จนเป็นแหล่งศึกษาดูงานสำหรับโรงพยาบาลที่ยังไม่ได้ดำเนินการ และข้าพเจ้าได้เป็นวิทยากรบรรยายความรู้ในเรื่องดังกล่าวให้กับโรงพยาบาลต่าง ๆ ภายในจังหวัด    นับเป็นความภาคภูมิใจในการรับราชการของข้าพเจ้า  ในด้านครอบครัว  ข้าพเจ้าได้อบรมสั่งสอนบุตรและธิดา และให้ตั้งใจเรียน  ช่วยเหลืองานบ้าน ซื่อสัตย์  มัธยัสถ์และมีความกตัญญูกตเวทีเป็นที่ตั้ง   ตัวข้าพเจ้าพยายามเป็นแบบอย่างที่ดี  หลีกเลี่ยงจากอบายมุขทั้งปวง  ในส่วนของรายได้  ข้าพเจ้าจัดแบ่งเงินเดือนเพื่อให้บิดามารดาได้ใช้จ่ายตามจำเป็นทุกเดือน  ตั้งแต่เริ่มรับราชการจนถึงปัจจุบัน  เป็นเงินเดือนละ  ห้าพันบาท  จัดหา ข้าวสารอาหารแห้ง  เครื่องใช้ต่าง ๆ ให้กับครอบครัวบิดาและมารดา  พาบิดาและมารดาไปรับประทานอาหารนอกบ้าน  ไปพักผ่อนหย่อนใจต่างจังหวัด  ตามโอกาสที่มี และที่ปฏิบัติบ่อย ๆ  คือเดินทางไปเยี่ยมท่านบ่อย ๆ(ข้าพเจ้าแยกครอบครัวตั้งแต่ปี  พุทธศักราช  2540  )  บางครั้งก็ใช้โทรศัพท์พูดคุยถามทุกข์สุข   นอกจากนี้ยังแบ่งรายได้เป็นเงินออม  ไม่น้อยกว่าเดือนละ หก-แปดพันบาท เพื่อใช้ยามฉุกเฉิน  ในส่วนของความกตัญญูกตเวทีต่อศาสนา  ข้าพเจ้าได้ตอบแทน โดยมักจะไปทำบุญตามโอกาสที่มี   หลายครั้งที่ข้าพเจ้าและครอบครัวรวมบิดามารดาไปถวายสังฆทานยา และเครื่องอุปโภคที่จำเป็น  ล่าสุดได้ถวายอาสนะสำหรับพระภิกษุสงฆ์  9 รูป กับวัดที่เคยบวชเรียน  นับเป็นความสุขอย่างมาก    เพราะเกิดจากความตั้งใจเองโดยแท้จริง  มิได้เกิดจากคำเชิญชวนของใคร    ปัจุบันข้าพเจ้าสวดมนต์  ไหว้พระที่บ้านบ่อยครั้งขึ้น   โดยมักสวดมนต์ บท อิติปิโส….พาหุง…มหากา…..และบางครั้งก็มีนั่งสมาธิต่อด้วย  เพราะทำให้จิตใจสงบและรู้สึกมีความสุขในชีวิตอย่างแท้จริง   รู้จักการกำหนดสติ และใจเย็นมากขึ้น