รอบเดือนที่ผ่านมาพี่น้องแกนนำได้เดินทางไปร่วมกิจกรรมกับพื้นที่และองค์กรต่างๆมากมาย ทั้งในพื้นที่จังหวัดนครศรีและจังหวัดใกล้เคียง ไปแสวงหามิตรผู้ร่วมอุดมการณ์ที่จะช่วยกันรักษาทรัพยากรธรรมชาติไว้ให้ลูกหลาน ทั้งนี้พื้นที่ที่แกนนำได้เดินทางไปร่วมเป็นพื้นที่เกิดผลกระทบจากการพัฒนาเหมือนกันทำให้แกนนำเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับแกนนำของพื้นที่นคร เริ่มจากแกนนำไปร่วมกับกระบวนการสมัชชาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทยที่กรุงเทพมหานคร สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยในครั้งนั้นแกนนำได้แลกเปลี่ยนกับแกนนำพื้นที่อื่นๆทั่วประเทศเกี่ยวกับความไม่ยุติธรรมที่เกิดขึ้นในการพัฒนา และเตรียมการที่จะยื่นหนังสือกับนายกรัฐมนตรีเพื่อให้ยุติการพัฒนาอุตสาหกรรมในพื้นที่
ติดอาวุธทางปัญญา
เรียนรู้นอกพื้นที่นำสิ่งดีมาใช้ที่บ้าน
เรื่อง / ภาพ : เรือนลืมยศถา
ที่มา ศูนย์ข่าวพลเมืองฅนคอน ปีที่ 1 ฉบับที่ 4 1 เมษายน – 30 เมษายน 53
รอบเดือนที่ผ่านมาพี่น้องแกนนำได้เดินทางไปร่วมกิจกรรมกับพื้นที่และองค์กรต่างๆมากมาย ทั้งในพื้นที่จังหวัดนครศรีและจังหวัดใกล้เคียง ไปแสวงหามิตรผู้ร่วมอุดมการณ์ที่จะช่วยกันรักษาทรัพยากรธรรมชาติไว้ให้ลูกหลาน ทั้งนี้พื้นที่ที่แกนนำได้เดินทางไปร่วมเป็นพื้นที่เกิดผลกระทบจากการพัฒนาเหมือนกันทำให้แกนนำเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับแกนนำของพื้นที่นคร เริ่มจากแกนนำไปร่วมกับกระบวนการสมัชชาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทยที่กรุงเทพมหานคร สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยในครั้งนั้นแกนนำได้แลกเปลี่ยนกับแกนนำพื้นที่อื่นๆทั่วประเทศเกี่ยวกับความไม่ยุติธรรมที่เกิดขึ้นในการพัฒนา และเตรียมการที่จะยื่นหนังสือกับนายกรัฐมนตรีเพื่อให้ยุติการพัฒนาอุตสาหกรรมในพื้นที่
ลุงวินเป็นแกนนำและร่วมแสดงความเห็นในที่ประชุมว่า “พื้นที่นครมีอุตสาหกรรมมาลง หลายโครงการ ทั้งอุตสาหกรรมปิโตรเคมี โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ท่าเรือเชฟรอน ผมเป็นคนหนึ่งที่ยืนหยัดต่อสู้คัดค้าน.... ” การเดินทางไปร่วมเวทีครั้งนี้มีแกนนำประมาณ ๑๐ คน โดยนั่งรถตู้กันไป ทำให้บรรยากาศในรถตู้นั้นดียิ่ง แกนนำทุกคนร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้สร้างความสนิทสนมระหว่างกันมากขึ้น
หลังจากนั้นแกนนำกลุ่มเดิมนำโดยลุงดี ลุงวิน ได้ไปร่วมเวทีครั้งที่ ๒ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อร่วมนำเสนอปัญหาและทางออกร่วมกันกับ ๒๐ เครือข่ายทั่วประเทศ และถ่ายทอดทางโทรทัศน์ ทีวีไทยทีวีสาธารณะ ประสบการณ์ครั้งนี้ทำให้แกนนำได้รับรู้สภาพปัญหาและวิธีการแก้จากเครือข่ายอื่นๆ เป็นประโยชน์สำหรับการขับเคลื่อนงานต่อไป
ช่วงวันที่ ๑๘ เมษายน มีการประชุมเครือข่ายการทำงานที่ได้รับการสนับสนุนจาก พอช. แกนนำที่นครก็ได้เข้าร่วมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเครือข่ายในภาคใต้ ซึ่งมีลักษณะการขับเคลื่อนงานที่แตกต่างกัน แต่ทุกประเด็นการขับเคลื่อนมีเป้าหมายร่วมกันว่า จะต้องมีการขับเคลื่อนเรื่องแผนพัฒนาภาคใต้ร่วมกัน ทำให้การขับเคลื่อนงานในวันนั้นทุกคนเห็นว่า..จะต้องร่วมกันขับเคลื่อนแผนพัฒนาภาคใต้ในพื้นที่ที่ตัวเองทำงาน...อย่างน้อยที่สุดจะต้องทำให้คนในพื้นที่รับผิดชอบรับรู้เรื่องแผนพัฒนาอุตสาหกรรมในภาคใต้
หลังจากกลับมาแกนนำได้เดินทางไปร่วมงานที่จังหวัดสตูลในพื้นที่การสร้างท่าเรือปากบารา ซึ่งการประชุมครั้งนี้มีหลายพื้นที่ในภาคใต้ที่ซึ่งได้รับผลกระทบจากการพัฒนาตามแผนพัฒนาอุตสาหกรรมในภาคใต้มาประชุมร่วมกัน การประชุมครั้งนี้นอกจากมีการเล่าเรื่องสถานการณ์ของแต่ละพื้นที่แล้วยังได้รับรู้สถานการณ์ระดับภาคและระดับประเทศ เช่นการขับเคลื่อนของกลุ่มองค์กรอิสระเพื่อสิ่งแวดล้อม เป็นต้นหลายคนได้ร่วมแสดงความเห็นในวันนั้นอย่างหลากหลาย ล้วนไปในทางเดียวกันว่าคัดค้านการสร้างอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในภาคใต้
หลังจากออกไปเรียนรู้ร่วมกับเครือข่ายอื่นๆสมาชิกในเครือข่ายผลกระทบนโยบายสาธารณะได้นำบทเรียนมาทำงานกับพื้นที่ของตนเอง เริ่มจากพื้นที่ตำบลกลายมีการประชุมเพื่อให้ความรู้กับ อสม.เรื่องภัยคุกคามด้านสิ่งแวดล้อมที่จะเกิดผลกระทบต่อชุมชนหากเกิดการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมตามมาในพื้นที่ โดยการจัดครั้งนี้มี นายกสมาคม อสม. แห่งประเทศไทย เป็นผู้ให้ความรู้และร่วมแลกเปลี่ยนกับ อสม.ในพื้นที่ หลังจากนี้ อสม. พื้นที่ตำบลกลายได้รับความรู้และนำไปกระจายความรู้ให้กับครอบครัวในความรับผิดชอบ
กลุ่มผู้มีอุดมการณ์ในการอนุรักษ์ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมจะมีการประชุมร่วมกันในวันที่ ๑๔ พ.ค.นี้ ที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ในนาม เครือข่ายผลกระทบนโยบายสาธารณะจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งการประชุมครั้งนี้จะเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้สถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ รวมทั้งร่วมแสดงเจตจำนง ในการรักษาแผ่นดินเกิดไม่ให้อุตสาหกรรมมาทำลาย
สำหรับพื้นที่อำเภอสิชลมีภัยคุกคามจากการสร้างโรงงานปาล์มและโรงไฟฟ้าชีวมวล ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่ได้ร่วมกันแสดงเจตนารมณ์คัดค้านเนื่องจากเห็นว่าพื้นที่การก่อสร้างโรงงานปาล์มไม่เหมาะสมเพราะพื้นที่ตรงนั้นเป็นแหล่งรับน้ำของชุมชน จะทำให้เกิดน้ำท่วมในชุมชน การที่อบต.อนุญาตให้มีการสร้างแสดงว่าไม่ได้มีการวางแผนและวางผังเมืองอย่างที่เคยมีการจัดทำผังเมืองรวมสิชล
ประเด็นที่สำคัญก็คือ มีการก่อสร้างโรงงานโดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม ถือว่ากระทำผิดกฎหมาย แต่ก็ยังมีการดึงดันสร้างโรงงานต่อไปแสดงให้เห็นว่าโรงงานจงใจแสดงอิทธิพลเหนือกฎหมาย ไม่เคารพสิทธิชุมชน ...และนี่คือตัวอย่างของหนทางการพัฒนาที่นำไปสู่ความขัดแย้ง
การตื่นรู้ของประชาชนในการรักษาแผ่นดินเกิดได้เกิดทั่วแผ่นดินนครและภาคใต้ เพียงเพื่อรักษาแผ่นดินและทรัพยากรที่สมบูรณ์ไว้ให้ลูกหลาน....ตราบนิรันด์ ...ด้วยจิตใจบริสุทธิ์
ทุกก้าวย่างที่ไปเรียนรู้คือหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักที่มีต่อแผ่นดินและคนรุ่นหลัง เป็นกระบวนการต่อสู้ของประชาชนที่ไร้ซึ่งกลไกอำนาจมารองรับ แต่ด้วยหัวใจรักบ้านเกิดจึงต้องเรียนรู้ รวมตัวเพื่อต่อสู้กับสิ่งเลวร้ายที่จะเข้ามาทำลายชุมชน
การเผชิญปัญหาเดียวกันทำให้เกิดการรวมตัวกันเป็นเครือข่าย เพื่อช่วยเหลือกัน การเรียนรู้กับพื้นที่อื่นๆเป็นเงื่อนไขที่สำคัญสำหรับกระบวนการทำงานให้นำไปสู่ความสำเร็จ เนื่องจากเดิมทีชาวบ้านมุ่งมั่นกับการทำมาหากินอย่างสงบสุข แม้ว่าจะมีปัญหาอยู่บ้างแต่ก็เป็นไปตามเงื่อนไขของภาวะเศรษฐกิจและสังคม การเผชิญภัยคุกคามแบบใหม่ที่เรียกว่าการพัฒนาอุตสาหกรรมหนักจึงต้องมีการเรียนรู้ใหม่เพื่อสู้กับภัยคุกคามนั้นอย่างเท่าเทียม