จากการสำรวจสภาวะทันตสุขภาพของอำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี ปี 2552 พบว่า เด็กอายุ 12 ปีมีฟันผุร้อยละ 50.80 มีค่าเฉลี่ยผุ ถอน อุด 1.58 ซี่ต่อคน และเหงือกอักเสบ ร้อยละ 20.78  การที่เด็กประถมศึกษาเป็นโรคในช่องปากส่วนหนึ่งสาเหตุมาจากวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปตามการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมของประเทศไทย เด็กกลุ่มนี้มีปัจจัยบางอย่างที่เป็นอุปสรรคต่อการมีสุขภาพช่องปากที่ดี และต้องการความช่วยเหลือ  กิจกรรมส่งเสริมทันตสุขภาพเด็กวัยเรียนโดยการดำเนินงานในรูปแบบคู่หูโรงเรียนส่งเสริมทันตสุขภาพวัดดอนไร่ และวัดสุวรรณตะไล อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นการร่วมกันพัฒนารูปแบบ และสนับสนุนการดำเนินงานซึ่งกันและกัน มีความเสมอภาคในการทำงาน และเรียนรู้จุดเด่นของคู่หู ทำให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน การพัฒนาคู่หูโรงเรียนด้านการส่งเสริมสุขภาพจำเป็นต้องมีเป้าหมายร่วมในการทำงานร่วมกัน มุ่งเน้นการจัดการสิ่งแวดล้อม การเพิ่มศักยภาพของเด็กและผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้งการเพิ่มการมีส่วนร่วมของภาคีต่างๆ เพื่อหวังให้เกิดนวัตกรรม รูปแบบและแนวทางในการทำงานใหม่ๆที่สร้างทัศนคติของครูนักเรียนในการดูแลสุขภาพช่องปากด้วยตนเอง โดยผ่านกระบวนการบูรณาการในหลักสูตรการเรียนการสอน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน การสร้างนโยบายส่งเสริมทันตสุขภาพในโรงเรียน การจัดสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้เด็กมีพฤติกรรมทางทันตสุขภาพที่ดี ลดการเกิดโรคในช่องปากมีสภาวะทันตสุขภาพที่ดีขึ้น

กิจกรรมและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

 1.โรงเรียนมีการกำหนดนโยบายด้านอาหารดังนี้

1)โรงเรียนเป็นแหล่งผลิตอาหารที่มีคุณค่าให้แก่นักเรียน

2)ควบคุมกำกับดูแลให้ร้านค้าในโรงเรียนจำหน่ายอาหารที่ไม่เป็นโทษต่อสุขภาพ

3)สร้างทัศนคติและฝึกทักษะให้นักเรียนสามารถเลือกรับประทานอาหารที่มีคุณค่า

2.นักเรียนและผู้ปกครองมีความรู้และทักษะในการดูแลทันตสุขภาพมากขึ้นโดยการจัดกิจกรรม Walk Rally 4 ฐานคือ รู้จักเหงือกและฟัน  รู้จักโรคในช่องปาก  แปรงฟันกันเถอะเรา   กินขนมอย่างไรห่างไกลโรค

3.โรงเรียนจัดให้มีการทำกิจกรรมต่างๆเพื่อส่งเสริมการดูแลฟันได้แก่ กิจกรรมเสียงตามสาย อมเกลือเพื่อสุขภาพ การใช้ไหมขัดฟันในเด็กโต เก็บขนมอมยาสีฟัน แปรงนางฟ้าฆ่าแปรงปีศาจ จัดทำคู่มือประจำตัวนักเรียน เพื่อให้ผู้ปกครองบันทึกการแปรงฟันของนักเรียนที่บ้านวันเสาร์และอาทิตย์ ประกวดหนูน้อยฟันดี ตอบปัญหาสุขภาพ แปรงฟันดีมีรางวัล และได้จัดกิจกรรมหมอฟันน้อยประจำหมู่บ้าน เดินรณรงค์ชุมชนฟันดีที่ดอนไร่ และสุวรรณตะไล

4.การควบคุมการบริโภคอาหาร ส่งเสริมการปลูกผักสวนครัว จัดอาหารกลางวันที่มีประโยชน์ให้นักเรียน ร้านค้าภายในและภายนอกโรงเรียน สามารถขอความร่วมมือประชาสัมพันธ์การแปรงฟันหลังอาหารได้เป็นอย่างดี

5.การให้ความรู้นักเรียน จัดกิจกรรมให้ความรู้ทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน จัดทำแผนบูรณาการรับสาระการเรียนรู้ต่างๆ นักเรียนจัดทำโครงการ นอกห้องเรียนจัดให้มีการทำกิจกรรมต่างๆ เช่นกิจกรรมน้องๆสุขสันต์กลางวันที่สอนน้อง ต้นไม้พูดได้ โรงอาหารมีชีวิต กิจกรรม 1 นาทีมีความรู้ จัดนิทรรศการ จัดป้ายนิเทศความรู้

6.การแปรงฟันหลังอาหารกลางวัน มีการจัดเก็บแปรงสีฟัน ยาสีฟัน และแก้วน้ำอย่างถูกสุขลักษณะ โดยโรงเรียนได้ออกแบบเองโดยยึดหลักประหยัดและเกิดประโยชน์สูงสุดสามารถเผยแพร่เป็นแบบอย่างได้ จัดกิจกรรมแปรงฟันหลังอาหารกลางวันทุกวัน โดยการสั่นระฆังแล้วเปิดเพลงชวนมาแปรงฟัน เพื่อให้นักเรียนเตรียมอุปกรณ์มาแปรงฟัน จากนั้นนักเรียนแปรงฟันตามขั้นตอนตามเสียงที่เปิดประกอบการแปรงฟัน ซึ่งโรงเรียนได้ออกแบบและบันทึกเสียงเอง แกนนำนักเรียนตรวจสอบความสะอาดหลังการแปรงฟัน จดบันทึกส่งครู มีการตรวจสอบความสะอาดของการแปรงฟันโดยการย้อมสีฟันจากดอกอัญชัน และเม็ดสีย้อมฟัน

7.นักเรียนมีการปรับพฤติกรรมการดูแลทันตสุขภาพที่ดีขึ้นทั้งการเลือกกินอาหาร การทำความสะอาดฟันและการใช้ฟลูออไรด์ ตลอดจนหมั่นตรวจดูความสะอาด และความผิดปกติภายในช่องปากตนเองอย่างสม่ำเสมอ

8.นักเรียนมีทันตสุขภาพดีขึ้น โดยนักเรียนที่เป็นโรคในช่องปาก และมีความเสี่ยงต่อโรคในช่องปาก ได้รับการรักษาที่จำเป็นเพื่อควบคุมมิให้โรคลุกลาม

9.ผู้ปกครองเกิดความตระหนักมีส่วนร่วมในการดูทันตสุขภาพของบุตรหลานของตนเอง และร่วมประเมินพฤติกรรมการแปรงฟันที่บ้าน และการับประทานอาหารว่าง

10.ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับเขตคู่หูโรงเรียนส่งเสริมทันตสุขภาพหมวดการแปรงฟันหลังอาหารกลางวัน และรองชนะเลิศหมวดการจัดการเรียนการสอน ,โรงเรียนวัดดอนไร่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศโรงเรียนในฝันด้านการส่งเสริมทันตสุขภาพระดับจังหวัด

การวัดผลและผลของการเปลี่ยนแปลง

1.เด็กวัยเรียนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทางทันตสุขภาพที่พึงประสงค์ตามเกณฑ์มาตรฐานโรงเรียนส่งเสริมทันตสุขภาพร้อยละ 80

2.นักเรียนที่แปรงฟันได้อย่างมีประสิทธิภาพร้อยละ 90

3.นักเรียนแปรงฟันที่บ้านก่อนนอนร้อยละ80

4.นักเรียนที่มีความถี่ในการรับประทานอาหารว่างไม่เกิน 1-2 ครั้งต่อวันร้อยละ85

5.อัตราการเกิดโรคฟันแท้ผุเท่ากับ 0

6.เด็กนักเรียนเจ็บป่วยด้วยโรคในช่องปากรายใหม่ไม่เกินร้อยละ 10

 

 

บทเรียนที่ได้รับ

-  การดำเนินงานส่งเสริมทันตสุขภาพที่มีการดำเนินงานอย่างมีส่วนร่วมทั้งจากคณะครู ผู้ปกครอง สถานีอนามัย โรงพยาบาล และมีการวิเคราะห์ วางแผน ดำเนินการ ติดตามผลตามตัวชี้วัดอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

- การพัฒนาแกนนำนักเรียนให้สามารถดำเนินกิจกรรมสร้างเสริมทันตสุขภาพส่งผลให้นักเรียนตระหนักถึงความสำคัญในการดูแลทันตสุขภาพของตนเองและน้องๆในโรงเรียน ทำให้เกิดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

- การพัฒนาทักษะส่วนบุคคล : การพัฒนาทักษะในการแปรงฟัน การเลือกซื้อ/รับประทานอาหาร ให้แก่นักเรียน รวมทั้งผู้ปกครองทำให้สามารถดูแลตนเองได้สามารถช่วยลดปัญหาการเกิดโรคในช่องปากได้อย่างมีประสิทธิภาพ

- การสร้างสิ่งแวดล้อมให้เอื้อต่อการส่งเสริมสุขภาพ: การจัดหาสถานที่แปรงฟันให้เพียงพอ รวมทั้งการจัดหาอุปกรณ์ สถานที่จัดเก็บอย่างเพียงพอ และการจัดให้มีระบบการแปรงฟัน รวมทั้งการสร้างสิ่งแวดล้อมเพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของนักเรียน ส่งผลต่อประสิทธิภาพการแปรงฟัน และการตระหนักในการดูแลทันตสุขภาพของตนเอง