วันนี้เรามาเริ่มเรียนภาษาจีนกันอย่างจริงจัง ไม่รู้จะมีใครเรียนไหมน้อ เพราะดูๆมันก็ค่อนข้างยากใช้ได้ แต่ไม่มีอะไรยากเกินความสามารถหรอกค่ะ แค่พยายามสักวันต้องได้อย่างแน่นอน เรียนวันล่ะนิด ทุกๆวันเดี๋ยวก็เก่ง จริงไหมค่ะ
เราเริ่มเรียนกันที่ พินอิน มาดูว่า พินอิน หมายถึงอะไร ล่ะมีความสำคัญอย่างไร
พินอิน หรือ ฮั่นยฺหวี่พินอิน (จีนตัวเต็ม: 漢語拼音; จีนตัวย่อ: 汉语拼音; พินอิน: Hànyǔ Pīnyīn แปลว่า การถอดเสียงภาษาจีน) คือระบบในการถ่ายถอดเสียงภาษาจีนมาตรฐาน ด้วยตัวอักษรโรมัน ความหมายของพินอินคือ "การรวมเสียงเข้าด้วยกัน" (โดยนัยก็คือ การเขียนแบบสัทศาสตร์ การสะกด การถ่ายถอดเสียง หรือการทับศัพท์)
พินอินเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2501 และเริ่มใช้กันในปี พ.ศ. 2522 โดย รัฐบาลของสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยใช้แทนที่ระบบการถ่ายถอดเสียงแบบเก่า เช่น ระบบเวดและไจลส์ และระบบจู้อิน นอกจากนี้ ยังมีการออกแบบระบบอื่น ๆ สำหรับนำไปใช้กับภาษาพูดของจีนในถิ่นต่าง ๆ และภาษาของชนกลุ่มน้อยที่ไม่ใช้ภาษาฮั่น ในสาธารณรัฐประชาชนจีนด้วย
นับแต่นั้นมา พินอินก็เป็นที่ยอมรับจากสถาบันนานาชาติหลายแห่ง รวมทั้งรัฐบาลสิงคโปร์ หอสมุดรัฐสภาอเมริกัน และสมาคมหอสมุดอเมริกัน โดยถือว่าเป็นระบบการถ่ายถอดเสียงที่เหมาะสมสำหรับภาษาจีนกลาง ครั้นปี พ.ศ. 2522 องค์การมาตรฐานนานาชาติ (ISO) ก็ได้รับเอาพินอินเป็นระบบมาตรฐาน (ISO 7098) ในการถ่ายทอดเสียงภาษาจีนปัจจุบันด้วยอักษรโรมัน (the standard romanization for modern Chinese)
สิ่งสำคัญที่ต้องระลึกไว้ก็คือ พินอินนั้น เป็นการทับศัพท์ด้วยอักษรโรมัน (Romanization) มิใช่การถ่ายถอดเสียงแบบภาษาอังกฤษ (Anglicization) นั่นคือ การกำหนดให้ใช้ตัวอักษรตัวหนึ่ง สำหรับแทนเสียงหนึ่ง ๆ ในภาษาจีนไว้อย่างตายตัว เช่น b และ d ในระบบพินอิน เป็นเสียง "ป" และ "ต" ตามลำดับ ซึ่งแตกต่างจากระบบการออกเสียงส่วนใหญ่ ไม่ว่าอังกฤษ ฝรั่งเศส หรือภาษาอื่นในยุโรป ขณะที่อักษร j หรือ q นั้นมีเสียงไม่ตรงกับในภาษาอังกฤษเลย กล่าวสั้น ๆ ก็คือ พินอินมุ่งที่จะใช้อักษรโรมัน เพื่อแทนเสียงใดเสียงหนึ่งโดยเฉพาะ เพื่อความสะดวกในการเขียน มิได้ยืมเสียงจากระบบของอักษรโรมันมาใช้ การใช้ระบบนี้นอกจากทำให้ชาวต่างชาติเขียนอ่านภาษาจีนได้สะดวกแล้ว ยังสามารถใช้กับคอมพิวเตอร์ได้สะดวกอย่างยิ่งด้วย
ต่อไปนี้เป็นการถ่ายถอดเสียงภาษาจีน (ที่เขียนด้วยอักษรโรมันในระบบพินอิน) ด้วยอักษรไทย โปรดสังเกตว่า บางหน่วยเสียงในภาษาจีนไม่มีหน่วยเสียงที่ตรงกันในภาษาไทย จึงต้องอนุโลมใช้อักษรที่ใกล้เคียง ในที่นี้จึงมีอักษรไทยบางตัว ที่ต้องใช้แทนหน่วยเสียงในภาษาจีนมากกว่าหนึ่งหน่วยเสียง ทั้งนี้เพื่อเป็น "เกณฑ์อย่างคร่าว ๆ" สำหรับการเขียนคำทับศัพท์ภาษาจีน
ต้นพยางค์ (เสียงพยัญชนะต้น)
อักษรพินอินจะปรากฏเป็นตัวหนา อักษรไทยที่กำกับไว้หมายถึงเสียงพยัญชนะไทยที่ใกล้เคียง มิใช่การทับศัพท์
| ริมฝีปาก | ริมฝีปากกับฟัน | ปุ่มเหงือก | ปลายลิ้นม้วน | ปุ่มเหงือกกับ เพดานแข็ง |
เพดานแข็ง | เพดานอ่อน | ||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เสียงกัก |
b [p] (ป) |
p [pʰ] (พ) |
d [t] (ต) |
t [tʰ] (ท) |
g [k] (ก) |
k [kʰ] (ค) |
||||||
| เสียงนาสิก |
m [m] (ม) |
n [n] (น) |
||||||||||
| เสียงข้างลิ้น |
l [l] (ล) |
|||||||||||
| เสียงกึ่งเสียดแทรก |
z [ts] (–) |
c [tsʰ] (–) |
zh [ʈʂ] (–) |
ch [ʈʂʰ] (–) |
j [tɕ] (จ) |
q [tɕʰ] (ช) |
||||||
| เสียงเสียดแทรก |
f [f] (ฟ) |
s [s] (ซ) |
sh [ʂ] (–) |
r¹ [ʐ] (–) |
x [ɕ] (–) |
h [x] (คฺฮ) |
||||||
| เสียงเปิด |
r¹ [ɻ] (ยฺร) |
y² [j]/[ɥ]³ (ย) |
w² [w] (ว) |
|||||||||
- ¹ /ɻ/ อาจออกเสียงคล้ายกับ /ʐ/ (เสียงเสียดแทรก ปลายลิ้นม้วน ก้อง) ซึ่งเปลี่ยนแปรไปตามผู้พูด แต่ก็ถือว่าเป็นหน่วยเสียงเดียวกัน
- ² อักษร y และ w นั้นไม่ได้บรรจุอยู่ในตารางเสียงพยัญชนะของระบบพินอินอย่างเป็นทางการ แต่ใช้สำหรับแทนที่อักษรสระ i, u, ü เมื่อไม่มีเสียงพยัญชนะต้น ซึ่งจะเปลี่ยนรูปเป็น yi, wu, yu ตามลำดับ
- ³ อักษร y จะออกเสียงเป็น [ɥ] เมื่อตามด้วย u (ซึ่งลดรูปมาจาก ü)
การเรียงลำดับเสียงพินอิน (ไม่รวม w และ y) ได้รับการสืบทอดมาจากระบบจู้อิน (注音; Zhùyīn) นั่นคือ
-
-
b p m f d t n l g k h j q x zh ch sh r z c s
-
อย่างไรก็ตามในพจนานุกรมสมัยใหม่ ได้เรียงพินอินแบบ a-z เหมือนอักษรโรมันเพื่อให้การค้นหาสะดวกยิ่งขึ้น
ท้ายพยางค์ (เสียงสระและเสียงพยัญชนะสะกด)
อักษรพินอินจะปรากฏเป็นตัวหนา และปรากฏเป็นสองรูปแบบได้แก่ รูปแบบที่ไม่มีเสียงพยัญชนะต้น และรูปแบบที่มีเสียงพยัญชนะต้นซึ่งจะมีขีดนำหน้า
| ตัวท้าย | ตัวกลาง | ||||
|---|---|---|---|---|---|
| แกน | ตัวจบ | Ø | /i/ | /u/ | /y/ |
| Ø |
-i¹ [z̩], [ʐ̩] (อือ) |
yi, -i [i] (อี) |
wu, -u [u] (อู) |
yu, -ü² [y] (อวือ) |
|
| /a/ | Ø |
a, -a [ɑ] (อา) |
ya, -ia [i̯a] (ยา, เอีย) |
wa, -ua [u̯a] (วา, อัว/อวา) |
|
| /i/ |
ai, -ai [aɪ̯] (ไอ/อาย) |
wai, -uai [u̯aɪ̯] (ไว/วาย, อวาย) |
|||
| /u/ |
ao, -ao [ɑʊ̯] (เอา/อาว) |
yao, -iao [i̯ɑʊ̯] (เยา/ยาว, เอียว) |
|||
| /n/ |
an, -an [an] (อัน/อาน) |
yan, -ian [i̯ɛn] (เยียน, เอียน) |
wan, -uan [u̯an] (วัน/วาน, อวน/อวาน) |
yuan, -üan² [y̯ɛn] (ยวืออัน, อวืออัน) |
|
| /ŋ/ |
ang, -ang [ɑŋ] (อัง/อาง) |
yang, -iang [i̯ɑŋ] (เยียง/ยาง, เอียง) |
wang, -uang [u̯ɑŋ] (วัง/วาง, อวง/อวาง) |
||
| /ə/ | Ø |
e, -e [ɤ] (เออ) |
ye, -ie [i̯ɛ] (เย, อีเย) |
wo, -uo/-o³ [u̯ɔ] (วอ, อฺวอ) |
yue, -üe² [y̯œ] (เยฺว, เอฺว) |
| /i/ |
ei, -ei [eɪ̯] (เอย์) |
wei, -ui [u̯eɪ̯] (เวย์, เอฺวย์) |
|||
| /u/ |
ou, -ou [oʊ̯] (โอว) |
you, -iu [i̯oʊ̯] (โยว, โอฺยว) |
|||
| /n/ |
en, -en [ən] (เอิน) |
yin, -in [in] (อิน) |
wen, -un [u̯ən] (เวิน, เอฺวิน) |
yun, -ün² [yn] (ยฺวืน, อฺวืน) |
|
| /ŋ/ |
eng, -eng [əŋ] (เอิง) |
ying, -ing [iŋ] (อิง) |
weng, -ong [u̯əŋ], [ʊŋ]⁴ (เวิง, อุง) |
yong, -iong [y̯ʊŋ] (ยฺวืง, อฺวืง) |
|
- ¹ -i อักษรนี้ใช้ผสมกับ zh ch sh r z c s เท่านั้น
- ² ü จะเขียนเป็น u เมื่อตามหลัง j q x y
- ³ uo จะเขียนเป็น o เมื่อตามหลัง b p m f
- ⁴ -ong จะออกเสียงเป็น [ʊŋ] ในทางปฏิบัติเมื่อมีเสียงพยัญชนะต้น
อ้างอิง
- Yin Binyong 尹斌庸 and Mary Felley (1990). Chinese Romanization. Pronunciation and Orthography (Hanyu pinyin he zhengcifa 汉语拼音和正词法). Beijing: Sinolingua. ISBN 7-80052-148-6 / ISBN 0-8351-1930-0.
- http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99
สวัสดีค่ะ
มาเรียนค่ะ.. ดีจังเลย.. ขอบคุณค่ะ..
เยี่ยมเลยครับ ผมมีเว็บสอนพินอินดีๆมาแชร์เหมือนกันนะครับลองเข้าเว็บเรียนภาษาจีนออนไล์ฟรีนะครับหรือลองเข้าใปดูในนี้ก่อนนะครับ