การพัฒนาเยาวชน ต้องทำโดยเปิดโอกาสให้เยาวชนได้ใช้พลังของเขาในการลงมือทำสิ่งที่ดี มีประโยชน์ (ยิ่งมีประโยชน์ต่อผู้อื่นหรือต่อชุมชนยิ่งดี)

          ผมคิดต่างเรื่องเยาวชน   ผมไม่เน้นมองปัญหา แต่เน้นมองโอกาส   มองจุดแข็งมากกว่าจุดอ่อน   มองพลังมากกว่าความอ่อนแอ   และได้บันทึกเรื่องราวและแนวความคิดเรื่องการพัฒนาเยาวชนแบบ “พูนพลัง” (empowerment) ไว้ที่นี่
          เวลาได้อ่านเรื่องราวปัญหาต่างๆ ของเยาวชนที่มีอยู่ดาดดื่น   ผมกลับมองว่า โอ้โฮ โอกาสที่เราจะช่วยกันทำงานมีมากมาย   และหากเราพลิกกลับวิธีคิดอีกที   ไม่เข้าไปแก้ปัญหา    แต่กลับเข้าไปชวนเยาวชนทำงานที่มีคุณค่าต่อสังคมและต่อตนเอง   ให้เยาวชนคิดริเริ่มกันเอง ตามแนวทางที่ตนชอบ
          จุดสำคัญคือต้องให้เยาวชนได้คิดเอง ทำเอง ๙๐ – ๙๕%   ผู้ใหญ่เข้าไปจุดประกาย และช่วยอยู่ห่างๆ   และเมื่อมีปัญหาก็เข้าไปให้กำลังใจให้เขาหาทางแก้เอง    จนเมื่อเกิดผลสำเร็จก็เข้าไปชื่นชม และชวนทบทวนว่าได้เรียนรู้อะไรบ้าง
          หากมีการดำเนินการเช่นนี้ทั่วแผ่นดินไทย   เยาวชนคนเกเรชนิดทำลาย ก่อความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น สร้างความเสื่อมเสียให้แก่ตนเอง ก็จะไม่มี   หรือมีก็น้อยมาก   เพราะเขาได้ใช้พลังไปในทางสร้างสรรค์เสียแล้ว   มีความสุขความมีตัวตนจากการทำดี ทำประโยชน์แก่ผู้อื่นเสียแล้ว   สมองส่วนรักดีของเขาได้รับการกระตุ้นจนไปกลบสมองส่วนรักชั่วเสียแล้ว
          ผมคิดย้อนหลังกลับไปสมัยเด็กๆ และวัยรุ่น   จำได้แม่นยำในสมองด้านชั่วที่ผมมีล้นเหลือ   เดชะบุญคุณพระช่วย ให้รอดพ้นบ่วงมารมาได้   เพราะได้โอกาสสร้างสรรค์โดยการเรียน และหมั่นฝึกฝนตนเองด้านต่างๆ ด้วยความเจียมตัวในฐานะ    จึงได้เป็นตัวเป็นตนเช่นทุกวันนี้
          การพัฒนาเยาวชน ต้องทำโดยเปิดโอกาสให้เยาวชนได้ใช้พลังของเขาในการลงมือทำสิ่งที่ดี มีประโยชน์ (ยิ่งมีประโยชน์ต่อผู้อื่นหรือต่อชุมชนยิ่งดี) ที่จะหล่อหลอมความเป็นคนดีให้แก่ตนเองในอนาคต
วิจารณ์ พานิช
๑๘ พ.ค. ๕๓