เป็นการสร้างสรรค์สิ่งที่ดีเอาไว้คู่กับวัฒนธรรมไทยทำให้ประเพณีทำขวัญนาคคงอยู่สืบต่อไป
พิธีทำขวัญนาค
ตอนที่ 10 คอยพบกับ บล็อก“ทำขวัญนาค”
ความรู้จากบล็อกสู่หนังสืออิเล็กทรอนิกส์
ชำเลือง มณีวงษ์ (เล่าเรื่อง)
สังคมไทยในยุคปัจจุบัน มีความสับสนวุ่นวายมากยิ่งขึ้น ทางสงบร่มเย็นเป็นเส้นทางหนึ่งที่จะนำพาเราเข้าไปสู่ประตูธรรม การบวช หรืออุปสมบท เป็นประเพณีที่คนไทยโดยเฉพาะผู้ที่นับถือศาสนาพุทธ ได้ยึดถือปฏิบัติสืบต่อกันมานานโดยส่งบุตรชายเข้าไปฝากตัวไว้กับหลวงพ่อที่อยู่วัดใกล้บ้าน เพื่อที่จะได้เตรียมตัวเข้าสู่การอุปสมบท แต่เรามักจะเรียกว่า บวชนาค เพราะว่าก่อนที่จะบวชเป็นพระ บุตรชายของบิดา มารดาทุกคนจะต้องปลงผมโกนคิ้ว หนวดเคราออกไป สละแล้วซึ่งความสวยงาม นุ่งขาวห่มขาว เรียกว่า “นาค” แปลว่าผู้ที่บริสุทธิ์ ผู้ที่ไม่ทำบาป
การที่จะส่งให้ผู้ที่กำลังอยู่ในภาวะแห่งความแข็งแกร่ง มีกำลังแข็งแรงไปบำเพ็ญปฏิบัติตามกิจของสงฆ์ คนในสมัยก่อนจึงเชิญผู้ที่รู้คัมภีร์ทางศาสนามาแนะนำสั่งสอนนาคให้ได้ล่วงรู้ถึงสิ่งใดควรมิควรปฏิบัติ โดยเฉพาะเป็นการเตือนสตินาคหรือผู้ที่จะบวชให้ได้รับรู้เรื่องราวความยากลำบากในการที่บิดา มารดาต้องเลี้ยงดูลูกมาเป็นเวลานานกว่าที่จะมาถึงในวันนี้ อีกอย่างคนโบราณเชื่อกันว่า บุคคลเราทุกคนมีสิ่งที่มองไม่เห็นเกาะติดอยู่กับตัว โดยเฉพาะที่หัว เมื่อผู้ที่จะบวชต้องถูกปลงผม โกนคิ้ว หนวดเคราไป ขวัญบนหัวก็หายไปด้วย จึงต้องให้ผู้รู้มาทำพิธี เรียกพิธีการนี้ว่า “ทำขวัญนาค”
ในอดีตที่ผ่านมา หมอทำขวัญนาค (โหรา) เป็นผู้ที่สูงวัย มีบทบามากในสังคมไทย เมื่อถึงวันที่ลูกผู้ชายไทยคนหนึ่งคนใดจะเข้าสู่พิธีอุปสมบท จะต้องไปหาหมอขวัญมาทำขวัญนาคให้กับลูกหลานที่จะบวช มีการกระทำสืบต่อเนื่องกันมาจนกลายเป็นประเพณี เรียกว่า ประเพณีการทำขวัญนาค แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไปสังคมไทยมีการเปลี่ยนแปลง สิ่งใดที่มีความยุ่งยากสลับซับซ้อนจะถูกมองว่าเสียเวลา สิ้นเปลืองเงินทอง จึงถูกตัดออกไปแล้วหาสิ่งอื่น พิธีการอื่นมาแทนที่ซึ่งก็เป็นสิทธิของแต่ละคนแต่ละครอบครัว
ในสมัยก่อนการจัดงานบวชพระ 1 รูปจะต้องเตรียมการและจัดงานกัน 3-4 วันเป็นอย่างน้อย เรียกว่าเริ่มยุ่งกันตั้งแต่วันสุกดิบ วันต่อมาทำขวัญนาค วันรุ่งขึ้นเป็นวันบวช อีกวันหนึ่งเป็นวันฉลองพระบวชใหม่ ต่อมานิยมทำงาน 2 วัน วันทำขวัญนาคกับวันบวช หรือในบางงาน ตัดทอนจนเหลือเพียงวันเดียวเท่านั้น ดังที่ท่านได้อ่านในบทความทำขวัญนาคมาแล้วทั้ง 79 บทความ ในการจัดงานบวชนาคจะจัดกี่วันนั่นเป็นความประสงค์ของเจ้าภาพ แต่ถ้าจะมองดูเนื้อใน ประโยชน์ที่ตกอยู่กับสังคม ครอบครัวและผู้ที่จะบวช การเริ่มต้นข่มใจให้มีความสงบ มีสมาธิเกิดปัญญา น่าที่จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของผู้ที่จะผ่านเข้าไปในประตูแห่งธรรม
พิธีทำขวัญนาคเป็นกุศโลบายที่ชาญฉลาดของคนในสมัยก่อน ที่สรรหาวิธีการหลาย ๆ อย่างนำเอามาสอนใจคนที่จะบวชให้น่าสนใจในการรับฟังได้ด้วยเวลาที่ยาวนาน 2-3 ชั่วโมงแล้วไม่เบื่อหน่าย หากใช้คำพูดสอนอย่างเดียวคงไม่อาจที่จะฝากอะไรไว้ได้มากมายอย่างนี้ จึงเป็นความแปลกอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นในพิธีทำขวัญนาค ยิ่งถ้าได้ฟังหมอทำขวัญที่มีความชำนาญเป็นพิเศษจริง ๆ ผู้ที่รับฟังจะได้สัมผัสกับความแปลกใหม่ในบทพูด คำร้อง ที่ประทับใจอย่างที่ไม่เคยได้รับฟังที่ไหนมาก่อน เพราะหมอทำขวัญนาคบางท่านใช้มันสมองคิดสร้างสรรค์คำคม ด้นกลอนสดได้อย่างไพเราะจับใจ
ด้วยความเปลี่ยนแปลงของสังคมและด้วยความเจริญของเทคโนโลยีทำให้สามารถที่จะเก็บรวบรวมความรู้และเรื่องราวต่าง ๆ มาบรรจุเอาไว้บนพื้นที่ พื้นที่หนึ่งให้ผู้ที่สนใจได้สืบค้นหาความรู้ได้อย่างรวดเร็วฉับพลัน ในระบบเครือข่าย และเมื่อเกิดมีเว็บไซต์ GotoKnow.org ขึ้น ทำให้สมาชิกทั้งหลายได้มีโอกาสเรียนรู้ ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอย่างสะดวก รวดเร็ว
ขอขอบคุณโครงการความรู้ จากบล็อกสู่หนังสือ: คนทำงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้ GotoKnow.org (Blog to Book) ภายใต้โครงการระบบออนไลน์เพื่อการจัดการความรู้สุขภาวะ (Usablelabs) ผู้พัฒนาเว็บไซต์ GotoKnow.org ได้ทำการรวบรวมบันทึกที่ควรค่าแก่การเผยแพร่แก่สาธารณะ โดยให้ผมคัดเลือกบทความจาก บล็อก ทำขวัญนาค จำนวน 50 บทความ เพื่อทำการตีพิมพ์รวมเล่มเป็นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-book) ขออนุญาตนำเนื้อหา “ทำขวัญนาค” ขึ้นตีพิมพ์เป็นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ เพื่อเผยแพร่ต่อสาธารณชน
คอยพบกับ 50 บทความทำขวัญนาค สามารถดาวน์โหลดฟรี ได้จากเว็บไซด์ gotoknow.org ,เว็บไซต์รวมหนังสือโครงการความรู้จากบล็อกสู่หนังสือ: คนทำงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้ GotoKnow.org (Blog to Book)
http://www.portal.in.th/blogtobook/ และเว็บไซต์เผยแพร่เพื่อดาวน์โหลดหนังสือ http://gotoknow.org/blog/chamluang/362782 ในบล็อก “ทำขวัญนาค” ได้ในเร็ว ๆ นี้ จากการสร้างสรรค์สิ่งที่ดีเอาไว้คู่กับวัฒนธรรมไทย ให้ประเพณีทำขวัญนาคคงอยู่สืบต่อไปอีกยาวนาน
ติดตามอ่าน GotoKnow.org (Blog to Book) บล็อก "ทำขวัญนาค" 50 ตอน ได้ที่เว็บ Partal in THailand : http://portal.in.th/kwannak/pages/13087/ (11 ธ.ค. 2553)
พวกเราจะคอยติดตามผลงานของครู โดยเฉพาะบทความเรื่องทำขวัญนาค เป็นสิ่งที่มีคุณค่าต่อสังคมไทยมาก
จะคอยเป็นกำลังใจให้คุณครูได้สร้างสรรค์ผลงานดี ๆ ต่อไปอีกนาน ๆ
สวัสดีค่ะ คุณครูชำเลือง
ต้องบอกว่าทีมงานได้อ่านบันทึกดีๆ ของคุณครูชำเลืองแล้วได้ประโยชน์และความรู้มากมายเกี่ยวกับวัฒนธรรมไทยค่ะ
ดังนั้นคุณค่าดีๆ จากผู้มีประสบการณ์เป็นสิ่งสำคัญที่จะส่งต่อภูมิปัญญาไทยต่อรุ่นต่อไป
ขอเป็นกำลังใจและดีใจมากๆ ที่คุณครูได้ให้ความกรุณาในการจัดทำหนังสือ e-book ในโครงการ Blog to Book ค่ะ :)
สวัสดีค่ะท่าน กำลังสนใจในการทำ E-book ค่ะ จะติดตามและขอคำแนะนำในการนำลงในบล็อกนะคะท่าน ขอบคุณค่ะ
สวัสดี มะปรางเปรี้ยว
ขอบคุณ rinda
จะรอติดตามผลงาน "ทำขวัญนาค" ของคุณครูผ่านทางเว็บไซต์ และจะติดตามทุกเรื่องที่ครูเขียน ชอบที่ครูเล่าจากประสบการณ์
ดีใจมากครับ ที่อาจารย์จัดทำ สำเร็จเมื่อไรจะติดตามครับ
ขอเป็นกำลังใจให้อาจารย์และทีมงานเสมอครับ
สวัสดี คุณมนัส แตงงาม
ขอขอบพระคุณครับ
มนัส ระยอง
ตอบความเห็นที่ 11 สมัส แตงงาม
พิธีบายศรีสู่ขวัญ จึงเป็นพิธีกรรมที่เป็นสิริมงคล ผู้ที่มาขอรับขวัญ จะได้รับฟังคำอวยพรดี ๆ จากพ่อหมอ (หมอขวัญ) พิธีเรียกขวัญ เพื่อมิให้เสียขวัญ เรียกขวัญเพื่อให้ขวัญกลับคืนมา เพื่ออวยพรให้มีความสุขกายสุขใจมีอายุมั่นขวัญยืน
สิ่งของเครื่องใช้ที่จะต้องจัดเตรียมในพิธีบายศรีสู่ขวัญ ประกอบด้วย
บายศรี จำนวน 3, 5 หรือ 7 ชั้น 1 ต้น หรือพานบายศรี 1 พาน (3,5,7 ชั้น) ประดับด้วยอกไม้
เหล้าขาว (เหล้าโรง) 1 ขวด หมูนอนตอง 1 ชิ้น (หมูต้มใส่จานวางบนใบตอง)
เครื่องกระยาบวช (อาหารคาวหวาน) และไข่ต้ม 1 ฟอง
พานคำนับครูของพ่อหมด 1 พาน ใส่หมากพลูที่มวนมาแล้ว ดอกไม้ธูปเทียน เงิน 12 บาท
เทียนจำนวน 9 เล่ม (3 แว่น) สำหรับเวียนเทียน (อาจไม่มีก็ได้ถ้าไม่มีพิธีเวียนเทียน) เทียนชัยอีก 1 เล่ม
ขันน้ำมนต์ สำหรับประพรมในพิธี (อาจไม่มีก็ได้) และขันข้าวสำหรับปักแว่นเวียนเทียน
ด้ายสายศีล และด้ายมงคลที่ตัดเอาไว้สำหรับผู้ข้อมือ ผูกแขน
ขั้นตอนในการประกอบพิธีบายศรีสู่ขวัญ
1. ผู้ทำพิธี เป็นชายผู้สูงอายุ (หมอขวัญ) เป็นเจ้าพิธี กล่าวเชิญชวนแขกมาร่วมในพิธี
2. เจ้าพิธีกล่าว ชุมนุมเทวดา “สักเค กาเมจรูเป คิริสิ ขะระตะเฏ.” แล้วว่า นะโม 3 จบ
3. เริ่มสวดเรียกขวัญ กล่อมขวัญ ให้ศีลให้พรด้วยท่วงทำนองเสนาะ (ตามท้องถิ่น) และบมอื่น ๆ ตามความจำเป็น
4. เจ้าพิธี นำเอาด้ายมงคลมาผูกข้อมือรับขวัญ (ข้อมือซ้าย) หยิบอาหาร ไข่ ให้ผู้ที่มา
รับขวัญกินอย่างละเล็กอย่างละน้อย (กินพอเป็นพิธีหรือไม่ต้องกินก็ได้)
5. ญาติมิตรและบุคคลทั่วไปเข้ามาผูกข้อมือให้กับผู้รับขวัญและจะต้องรักษาด้ายเอาไว้ 3 วัน
พิธีบายศรีสู่ขวัญ เป็นการให้กำลังใจและบำรุงขวัญ จึงเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคล ในโอกาสอันเป็นมงคลต่าง ๆ สิ่งใดดีมีสาระจึงสมควรยกย่องและรักษาไว้ เพื่อรักษาวัฒนาธรรมของชาติสืบต่อไป
(เรื่องของบายศรีสู่ขวัญ ผมเขียนเป็นบทความเอาไว้ ในห้วข้อ "บายศรีสู่ขวัญ" เปิดหาอ่านได้ในบล็อก "ทำขวัญนาค" นี้)
เรื่องของความนิยม เป็นไปตามกระแสของสังคม แต่ผู้ที่เจ้าของภูมิปัญญายังคงรักษาไว้ซึ่งเอกลักษณ์ที่ดีต่อไปอีกยาวนาน
ขอฝากตัวกับอาจารย์ด้วยครับ และขอบคุณสำหรับความรู้ที่อาจารย์นำมาถ่ายทอด ทั้งชีวิตที่ผ่านมา ผมรู้สึกว่า บททำขวัญนาค บทไหว้ครู ตำราอาหารไทย ถูกบดบังจากสิ่งทีเรามองไม่เห็น สืบทอดแบบคนใกล้ชิด ไม่ได้เผยแพร่ วันนี้มาพบแล้ว ดีใจมากที่สิ่งที่ดีงามของไทยยังไม่สูญหาย เหมือนคนดีอย่างอาจารย์ก็มิได้สูญหายจากแผ่นดินไทย
ตอบความเห็นที่ 13 ผู้ใฝ่รู้
หวัดดีครับผม ครูครับ ผมอยากรู้พิธีการทำขวัญนาค อย่างละเอียดเลยอ่าครับผม
พอดีในรายวิชาที่ผทเรียนเข้าให้ไปศึกษาวิธีการต่างๆๆๆอ่าครับ
แล้วนำมาแสดงอ่าครับ
ไม่ทราบว่าจะติดต่อ อาจารย์ได้ทางไหนบ้างอ่าครับ
นี่นะคับเบอร์ติดต่อผม 0875877589 บาสคับ
ตอบความเห็นที่ 15
สวัสดีคับ ครู เป็นอย่างไรบ้างครับ สะบายนะครับ
ตอนนี้ลมหนาวมาแล้วดูแลสุขภาพให้แข็งแรงนะครับ
ผมต้องการที่จะบันทึกคลิบไว้ฟังที่บ้านต้องทำอย่างไร
บ้างครับครู
ตอบความเห็นที่ 17 ต้นกล้า
สวัสดีครับครูไม่เจอครูนานเลยวันนี้มีโอกาสผ่านมาเยี่ยมครับผมมีผลงานล่าสุดมาให้ครูช่วยคอมเม้นให้หน่อยครับ
เพราะทุกครั้งที่ครูชี้เเนะมักตรงใจผมมากๆผมจะได้นำไปปนับปรุงให้ดีขึ้นครับ
http://www.youtube.com/watch?v=20vFvsvznUk เเวะมาติชมนะครับ..
ศิษย์คนเดิม
ชนินทร์ สุขสำราญ
ตอบความเห็นที่ 19 ชนินทร์