ตอบความเห็นที่ 11 สมัส แตงงาม
พิธีบายศรีสู่ขวัญ จึงเป็นพิธีกรรมที่เป็นสิริมงคล ผู้ที่มาขอรับขวัญ จะได้รับฟังคำอวยพรดี ๆ จากพ่อหมอ (หมอขวัญ) พิธีเรียกขวัญ เพื่อมิให้เสียขวัญ เรียกขวัญเพื่อให้ขวัญกลับคืนมา เพื่ออวยพรให้มีความสุขกายสุขใจมีอายุมั่นขวัญยืน
สิ่งของเครื่องใช้ที่จะต้องจัดเตรียมในพิธีบายศรีสู่ขวัญ ประกอบด้วย
บายศรี จำนวน 3, 5 หรือ 7 ชั้น 1 ต้น หรือพานบายศรี 1 พาน (3,5,7 ชั้น) ประดับด้วยอกไม้
เหล้าขาว (เหล้าโรง) 1 ขวด หมูนอนตอง 1 ชิ้น (หมูต้มใส่จานวางบนใบตอง)
เครื่องกระยาบวช (อาหารคาวหวาน) และไข่ต้ม 1 ฟอง
พานคำนับครูของพ่อหมด 1 พาน ใส่หมากพลูที่มวนมาแล้ว ดอกไม้ธูปเทียน เงิน 12 บาท
เทียนจำนวน 9 เล่ม (3 แว่น) สำหรับเวียนเทียน (อาจไม่มีก็ได้ถ้าไม่มีพิธีเวียนเทียน) เทียนชัยอีก 1 เล่ม
ขันน้ำมนต์ สำหรับประพรมในพิธี (อาจไม่มีก็ได้) และขันข้าวสำหรับปักแว่นเวียนเทียน
ด้ายสายศีล และด้ายมงคลที่ตัดเอาไว้สำหรับผู้ข้อมือ ผูกแขน
ขั้นตอนในการประกอบพิธีบายศรีสู่ขวัญ
1. ผู้ทำพิธี เป็นชายผู้สูงอายุ (หมอขวัญ) เป็นเจ้าพิธี กล่าวเชิญชวนแขกมาร่วมในพิธี
2. เจ้าพิธีกล่าว ชุมนุมเทวดา “สักเค กาเมจรูเป คิริสิ ขะระตะเฏ.” แล้วว่า นะโม 3 จบ
3. เริ่มสวดเรียกขวัญ กล่อมขวัญ ให้ศีลให้พรด้วยท่วงทำนองเสนาะ (ตามท้องถิ่น) และบมอื่น ๆ ตามความจำเป็น
4. เจ้าพิธี นำเอาด้ายมงคลมาผูกข้อมือรับขวัญ (ข้อมือซ้าย) หยิบอาหาร ไข่ ให้ผู้ที่มา
รับขวัญกินอย่างละเล็กอย่างละน้อย (กินพอเป็นพิธีหรือไม่ต้องกินก็ได้)
5. ญาติมิตรและบุคคลทั่วไปเข้ามาผูกข้อมือให้กับผู้รับขวัญและจะต้องรักษาด้ายเอาไว้ 3 วัน
พิธีบายศรีสู่ขวัญ เป็นการให้กำลังใจและบำรุงขวัญ จึงเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคล ในโอกาสอันเป็นมงคลต่าง ๆ สิ่งใดดีมีสาระจึงสมควรยกย่องและรักษาไว้ เพื่อรักษาวัฒนาธรรมของชาติสืบต่อไป
(เรื่องของบายศรีสู่ขวัญ ผมเขียนเป็นบทความเอาไว้ ในห้วข้อ "บายศรีสู่ขวัญ" เปิดหาอ่านได้ในบล็อก "ทำขวัญนาค" นี้)
เรื่องของความนิยม เป็นไปตามกระแสของสังคม แต่ผู้ที่เจ้าของภูมิปัญญายังคงรักษาไว้ซึ่งเอกลักษณ์ที่ดีต่อไปอีกยาวนาน