คืนที่ดาวแต้มฟ้าดารดาษ
ความหลังที่พังงา
คืนที่ดาวแต้มฟ้าดารดาษ
คราวที่หาดมืดดำยามดึกดื่น
ร่ำเสียงหริ่งเรไรในค่ำคืน
เราต่างยืนชมภาพซึมซาบใจ
เดินอยู่กลางความเงียบเลียบถนน
ความสุขล้นมีมิตรอยู่ชิดใกล้
เรื่องที่เล่าเท้าที่ย่างทางที่ไกล
ผ่านแมกไม้ครึ้มตาป่าชายเลน
มีความมืดเลือนรางอยู่ข้างหน้า
แต่ศรัทธาเรืองรองส่องให้เห็น
ชีพข้ามพ้นพันธะทุกประเด็น
ผองเพื่อนเป็นที่หนึ่งซึ่งศรัทธา
“พังงาเบย์” แหล่งหลักได้พักผ่อน
เพื่อหลับนอนสงวนแรงแสวงหา
เก็บความหวานฝันใฝ่ในนิทรา
รอเวลาสุขสันต์วันใหม่เยือน
เสียงนกร้องปลุกเร้าแต่เช้าตรู่
เพื่อรับรู้แสงทองก่อนผองเพื่อน
ก่อนน้ำค้างใบหญ้าจักลาเลือน
ก่อนดาวเคลื่อนลับฟ้าลาแผ่นดิน
ท้องทะเลสวยงามยามเรือล่อง
สุรีย์ส่องก่องเก็จน้ำเพชรดิ้น
“เขาพิงกัน” ฝันหาน้ำตาริน
ครวญถวิลไร้ที่ซึ่งจะพึ่งพิง
แทนความเหงา “เขาตะปู” ดูโดดเดี่ยว
น้ำเซาะเกลียวนานเข้าเขาคงกลิ้ง
“เกาะปันหยี” บ้านเรือนไม่เหมือนจริง
แต่เหมือนสิ่งเขาคัดจัดแสดง
เดินเลียบเลาะริมรั้วทั่วหมู่บ้าน
แวะทุกร้านพาลเศร้ากระเป๋าแห้ง
เดินทางกลับลับลาฝ่าแดดแรง
ชมเกาะแก่งงดงามมาตามทาง
ขอจดจำก่อนจากลาภาคใต้
เรียงถ้อยนี้ฝากไว้ยามไกลห่าง
ขอให้มิตรจิตใจไม่จืดจาง
รอวันว่างคราวใหม่ได้ย้อนคืน

บันทึกความทรงจำคราวเยือนหมู่บ้านเกาะปันหยี 31 เมษายน 2546

มาอ่านกลอนนิราศรู้สึกได้สาระ ได้อารมณ์ ได้ความรู้....ครับ....
ขอบคุณครับ ว่างก็เขียนมาแลกเปลี่ยนกันบ้าง ถือว่าเป็นสุนทรียะของชีวิตครับ
กลอนไพเราะ.. ชอบคำว่า สุนทรียะของชีวิต ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
พังงาเกาะปันหยี บ้านผมครับ
มีธุระก่อนค่อยกลับมาคุบใหม่ครับท่าน
ดูเหมือนว่าจะมาเยี่ยมเยือนครั้งแรกที่นี่นะครับ
ขอขอบคุณที่มา พังงามีสถานท่องเที่ยวอันงดงาม
เคยใช้ชีวิตช่วงเรียนปริญญาตรี อยู่ที่ภูเก็ต 4 ปีเต็มค่ะ นั่งรถผ่านพังงาตลอดแต่ยังมิเคยแวะชมดื่มดำ่ความงามของพังงา อ่านบทกลอนแล้วจะหาเวลาแวะไปพังงาชมดาวแต้มฟ้าบ้างแล้วค่ะ ขอขอบคุณอาจารย์น่ะค่ะที่มีบทกลอนดี เป็นกำลังใจให้แก่เพื่อนมนุษย์ตลอดมา
คราวนั้นผมเข้าร่วมสัมมนาผู้บริหาร
ของราชมงคล สนุกกันไป
กลุ่มใหญ่เชียว 40 กว่าคน
หลายแห่งด้วยกัน แต่ว่าที่อ่าวพังงาสวยงามที่สุด จนผมบันทึกด้วยบทกวีเชียว
วันนี้กลับมาอ่านบันทึกนี้อีกครั้ง
โดยบังเอิญ ใจวิ่งย้อนกลับคืนไปวันนั้น