ฉันมักจะปลอบโยนตัวเองเสมอว่า “พรุ่งนี้... ชีวิตจะดีขึ้น” ซึ่งคำพูดนี้ อาจไม่ใช่คำศักดิ์ที่จะใช้พยากรณ์วันพรุ่งนี้ แต่มันเป็นการ มอบกำลังใจให้ตัวเอง อนาคตอาจมองไม่เห็นด้วยตา ไม่เห็นด้วยใจ แต่ “พลังใจ” จะเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เราต่อสู้กับวันพรุ่งนี้ได้
ก่อนที่ฉันบันทึกเรื่องราวหลังจากได้ย้ายมาสอนที่อุตรดิตถ์ คงต้องขอขั้นรายการด้วยเรื่องนี้….
ฉันได้รับคำสั่งอนุมัติให้ย้ายกลับภูมิลำเนา ขณะนั้นฉันตั้งครรภ์ได้ 3 เดือน แต่ท้องฉันใหญ่ยังกับท้อง 5 เดือนแน่ะ... ขนาดท้องสาวนะ ถ้าฉันพึ่งแต่งงาน ใครๆ คงคิดว่า ฉันตุ๊บป่องก่อนแต่งงานแน่ๆ พอดีว่า แต่งมาแล้ว 2 ปี... (เอ่อ!!!แล้วไป...)
ใครจะรู้ล่ะว่า ในท้องมีเด็กอยู่ตั้ง 2 คน.... คุณสามีเที่ยวคุยกับใครๆ ใหญ่ว่าเค้าจะได้ลูกแฝด.... เอ่อ! นะ เห่อซะไม่มี ฉันเองกลับกังวลใจมากๆ กลัวเหลือเกินว่า จะเป็นเนื้องอกที่โตขึ้นมาพร้อมกับลูกในท้อง ยิ่งฉันเรียนจบด้านนี้โดยตรง (พัฒนาการเด็กและครอบครัว) มีความรู้ตั้งแต่ปฏิสนธิจนถึงวัยชรา... ความผิดปกติของการแบ่งเซลล์ โรคทางพันธุกรรม ฯลฯ ยิ่งรู้มากยิ่งกังวลมาก จะไม่ให้ฉันกังวลได้อย่างไร? ลองคิดดูซิคะ
หลังจากแต่งงาน ฉันมีอาการผิดปกติเกี่ยวกับประจำเดือน (ต้องขออภัย... ถ้าเป็นการไม่เหมาะสม) มีเลือดออกนานเป็นเดือน แพทย์ตรวจพบเนื้องอกในมดลูก นัดจะตัดมดลูกฉันทิ้ง ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ฉันทำอะไรไม่ถูก เหมือนโลกหยุดหมุน อายุ 22 จะต้องตัดมดลูกทิ้งแล้วหรือนี่... เศร้าร้องไห้สะอึกสะอื้นขณะโทรศัพท์บอกแม่...แม่เข็มแข็งมาก ปลอบใจฉัน “ไม่เป็นไรลูก รักษาชีวิตไว้ก่อน อยากมีลูกอีกหน่อยก็ขอเด็กมาเลี้ยงก็ได้...” แต่คุณสามี และพี่น้องทางสามีไม่ยอม บอกให้หาหมอหลายๆ แห่ง ฉันจึงตัดสินใจไม่เข้าโรงพยาบาลเพื่อตัดมดลูกทิ้งตามที่หมอนัด
ฉันกับสามีสู้กันสุดฤทธิ์ ตะเวนไปรักษาหลายต่อหลายโรงพยาบาล ตั้งแต่ เชียงใหม่-กรุงเทพฯ ยาอะไรที่ว่ารักษาหาย ฉันยอมซื้อมารักษาตัว แม้เงินไม่มีก็กู้สหกรณ์ เงินเดือนก็น้อยนิด มันทุกข์อย่างแสนสาหัสมาก เวรกรรมอะไรหนอ? ฉันต้องมาเจอกับเหตุการณ์ที่เลวร้ายเช่นนี้???
ก็นอนร้องไห้ทุกคืนตามระเบียบ.... แต่เราก็ไม่เคยท้อ และไม่ยอมแพ้ ทุกครั้งที่ฉันพบหมอ “ฉันมีความหวังเสมอ... ว่าสักวันฉันจะต้องหาย ฉันจะต้องมีลูก...” สุดท้าย รักษาที่โรงพยาบาลศิริราช เนื้องอกยุบกลายเป็นพังผืดเกาะอยู่ที่ผนังมดลูก ฉันเสียเลือดมาก จนตัวซีด คุณหมอต้องสั่งให้เลือดเลยแหละ


หลังจากนั้นไม่นานฉันก็ตั้งครรภ์ แต่ขณะนั้นฉันกังวลเหลือเกิน กลัวไปสารพัด กลัวลูกพิการ ไม่ครบ 32 คุณสามีเธอปลอบโยนให้กำลังใจ รวมทั้งพี่ๆ และเสือเฒ่า (ครูใหญ่) ทำให้ฉันมีกำลังใจขึ้นเยอะ สามีจะพาฉันไปไหว้พระทำบุญ ไปไหว้หลวงพ่อเกษม เขมโก บ่อยๆ เพราะอยู่ใกล้บ้านพ่อแม่ของสามี ฉันฝันว่า หลวงเกษมเขมโก หยิบพระองค์เล็กๆ ใส่ในมือของฉัน 2 องค์ ตื่นมากรู้สึกดีมาก และสบายใจอย่างบอกไม่ถูก
แต่... เมื่อปิดเทอม สิ้นปีการศึกษา เราต้องแยกกันอยู่ ฉันต้องย้ายมาสอนที่อุตรดิตถ์บ้านเกิด ในขณะที่สามีต้องอยู่ที่ลำปางอีก 2 ปี ตามสัญญาใจที่ให้ไว้กับเสือเฒ่า มันทุกข์นะ คนท้องจะอ่อนไหวง่าย ขี้น้อยใจ ฉันซึ่งเป็นคนอ่อนไหวอยู่แล้ว... โอ! แล้วฉันมีความรู้สึกอย่างไร? อะไรนิดหน่อยน้ำตามันก็รื้อเอ่อที่ขอบตา แล้วไหลรินลงมาที่แก้ม... อารมณ์ความรู้สึก ณ เวลานั้น เหมือนโชคชะตาเล่นตลกกับฉันเสียจริง ><...
ฉันต้องขี่มอเตอร์ไซค์ ไปทำงานคนเดียวทุกวัน ท้องก็โต๊ โต... ไกลก็ไกลจากบ้านถึงโรงเรียน 35 กม. รถอ้อยวิ่งไปโรงงานน้ำตาลเอกลักษณ์ ถนนจึงเป็นหลุมเป็นบ่อ ไม่มีรถประจำทาง ลำบากสุดๆ เจ้าตัวเล็กในท้องก็ถีบท้องแม่จนรู้สึกเจ็บ... เค้าคงกระเทือน หัวคงคลอนไปคลอนมา เลยโมโหถีบท้องแม่เป็นการแก้แค้น ทำเอาจุก หายใจแทบไม่ออกแน่ะ ฮา....
ครูที่โรงเรียนแห่งใหม่ก็ดีกับฉันนะ ผู้บริหารก็น่ารัก ท่านสุเทพ ไตต่อผล ปัจจุบันท่านเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนอุตรดิตถ์ดรุณี (อณ.) ท่านมักทำกับข้าวอร่อยๆ ให้คนท้องทานเสมอๆ พี่ณา พี่อิ่ง ชงนมให้ฉันดื่มทุกวัน ...(ฉันทนดื่มนมเพื่อลูก.. โดยการบีบจมูก กลั้นหายใจดื่ม เพื่อไม่ให้อาเจียน ปกติฉันดื่มนมไม่ได้เลย...) พี่เขาช่วยกันดูแลน้องคนเล็กที่แก่แดด คนนี้มากๆ (ที่ว่าแก่แดด เพราะฉันอายุน้อยกว่าพวกเขา แต่ดันแต่งงานและมีลูกซะแล้ว... ) พี่เทพ (อ.สุเทพ มั่นคง ชื่อเธอเหมือนอาจารย์ใหญ่) หัวหน้าวิชาการหนุ่มโสด รูปหล่อเอามากๆ บอกว่า “เสียดายว่ะ... ถ้าแกยังโสด ฉันจะขอแกแต่งงาน” ฮาเลย.... “โอ๊ย! พี่ก็ว่าไปนั่น ท้องโย้ ตัวกลมอย่างนี้ น่าขอแต่งงานตรงไหนเนี่ย... ให้หนูเป็นน้องสาวน่ะดีแล้ว รอเป็นลุงเทพ ที่แสนดีของหลานก็แล้วกันนะจ๊ะ...”


ฉันเจ็บท้องจะคลอดขณะกำลังสอนหนังสือ พี่เทพ พี่ชายที่แสนดีมากๆ ขับรถมาส่งที่บ้าน พาไปโรงพยาบาล... แต่... อายุครรภ์ ไม่ถึง 37 week ซึ่งฉันก็ทราบดี นายแพทย์ทนง ที่ฉันฝากครรภ์ บอกว่า ให้เด็กคลอดออกมาไม่ได้ เดี๋ยวจะเลี้ยงลำบาก ปอดของเด็กยังไม่พร้อม ทำเอาฉันใจเสีย... พูดอะไรไม่ออก มันเหมือนก้อนสะอื้นมันจุกที่คอ และเจ็บแปลบที่หัวใจ (อาจเลี้ยงไม่รอด... หมอพูดอ้อมไปอ้อมมา กลัวว่าฉันจะไม่สบายใจ) หมอฉีดยาไม่ให้ฉันปวดท้อง (แปลกนะฉันก็พึ่งทราบว่ามีวิธีการแบบนี้ด้วย การยับยั้งไม่ให้ปวดท้องคลอด...) ฉันต้องนอนอยู่ที่โรงพยาบาล อยู่ในความรู้แลของพยาบาลอย่างใกล้ชิด หมอไม่อนุญาตให้อยู่ห้องพิเศษ เพราะความดันขึ้นสูงมาก หายใจก็ลำบาก นอนแทบไม่ได้ น้ำหนักตัวขึ้นสูงเกินเกณฑ์ (เกณฑ์ ประมาณ 12-15 กก.) แต่น้ำหนักของฉัน จาก 48 เป็น 75 กก. เกินเยอะเลย ฉันยังนึกกลัวว่าจะเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษเสียอีก ตอนนั้นทราบแล้วว่าเป็นแฝด (Twin) คุณหมอสั่งเอ็กซเรย์ ใครๆ ก็ตื่นเต้น พยาบาลคอยดูแลฉันเป็นอย่างดี รวมทั้งเพื่อนๆ สมัยเรียนที่ อ.ณ. ม. 1- ม.6 ที่เป็นพยาบาลหลายคนคอยมาดูแลฉัน... จองกันเป็นแม่ทูนหัวน้องแฝด


เมื่ออายุครรภ์ครบกำหนด คุณหมอจึงผ่าคลอด เพราะคลอดเองไม่ได้ ปากมดลูกก็ไม่เปิด สามีลาโรงเรียนมา 2 สัปดาห์ เขาตื่นเต้นมาก ยิ่งได้ลูกแฝด แหม... สมใจเขาเลยเชียว พี่เขาบอกว่า “พี่จะต้องได้เห็นหน้าลูกเป็นคนแรก” เพราะตอนนั้นฉันสลบอยู่ ไม่ได้เห็นหน้าลูกอยู่แล้ว ฮา....
ลูกตัวเล็กนิดเดียว น้ำหนักคนละ 2,000 กรัม โถ ก็อยู่กันตั้ง 2 คนนี่นา รวมกันก็ 4 กก. แล้ว เล่นเอาแม่แย่เลยลูกเอ๋ย เดินแทบไม่ไหว.... เพื่อนบ้านรวยกันถ้วนหน้า ยกเว้นบ้านฉัน ก็เขาเอาน้องแฝดไปตีหวย ลูกเกิดวันศุกร์ ตีเป็น 5 ลูกแฝด เขาตี เป็น 1 กับ 1 บังเอิญห้องพิเศษหลังคลอด ก็ห้อง 511 ด้วย โห... เห็นว่าได้กันคนละหลายหมื่น เลยแหละ แม่ตัวน้อยของฉันเลยกลายเป็นขวัญใจมหาชน ได้รับของเยี่ยมของฝากเพียบ เฮ่อ!... ไม่กระซิบแม่กับยายบ้างเลย... พูดไปงั้นแหละ ความจริงฉันไม่เคยซื้อหวยหรอกนะ
พ่อน้องแฝด เห่อลูกไปฝึกอาบน้ำให้ลูกกับพยาบาลทุกวัน (แอบไปจีบพยาบาลก็ใม่รู้...) เขาหนีบลูกไว้ที่แขนสองข้าง แหม... คล่องกว่าพยาบาลซะอีกนะ ส่วนฉัน ทำอะไรไม่ได้ เจ็บแผลมากเจ็บแทบขาดใจ ลุกให้นมลูกก็ไม่ค่อยจะไหวเลย
พอลูกเกิดมา สามีก็เริ่มเป็นทุกข์ เพราะอยากย้ายมาอยู่ที่อุตรดิตถ์เร็วๆ อยากเป็นหนุ่มลำปางตามเมีย ฮา เขามาหาฉันและลูกทุกอาทิตย์ ทั้งๆ ที่งานก็ยุ่งแสนยุ่ง สัญญาใจกับเสือเฒ่า ก็ยังไม่ครบกำหนด มันทรมานใจเขามาก ยามที่ลูกหลับ เราคุยกัน พี่เขาร้องไห้ “พี่ไม่ไหวแล้วนะ พี่อยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีจุ๋มกับลูก....” ฉันก็พูดไม่ออก เลยพากันร้องไห้....
พี่เขาอยู่บ้านพักครู แม้จะมีพวกพี่ๆ น้องๆ อยู่บ้านพักหลังเดียวกัน แต่มันไม่เหมือนเดิมแล้ว เขามีภรรยาและลูก ไม่ใช่เป็นหนุ่มโสดแล้ว .... เขาต้องการอยู่กับครอบครัว ได้เห็นหน้ากันทุกวัน สงสารพี่เขาเหลือเกิน แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร ส่วนฉันมีแม่ มีป้า มีน้อง คอยดูแล และช่วยฉันเลี้ยงลูก... ความทุกข์จึงมีน้อยกว่าเขา
“อดทนนะคะ... อีกไม่นานเราจะได้อยู่ด้วยกัน พร้อมหน้า
พ่อแม่ลูก.... หนูไม่ได้ไปไหน หนูรอพี่อยู่ที่นี่.....”
ฉันไม่รู้หรอกนะว่ารักสามีตอนไหน... เพราะฉันแต่งงานกับเขาเพราะแรงยุของพี่ๆ และเสือเฒ่า อีกอย่างพวกเขารวมหัวกันมัดมือชก... อยู่ๆ ก็ยกโขยงกันมาสู่ขอ วันที่ฉันกลับบ้านวันครู พวกเขามาสู่ขอฉัน ในวันครู 16 มค. แม่ร้องไห้ ไม่รู้ว่าดีใจหรือเสียใจที่ลูกสาวขายออก... แต่แม่ก็ยกให้เขาเฉยเลย... ตอนนั้นฉันไม่ได้รักเขานะ มันบอกไม่ถูก เวลาทำงานเราก็ทะเลาะกันทุกวัน พี่เขามาเฉลยตอนหลัง ว่า “เค้าแอบปิ๊งตั้งแต่ฉันไปรายงานตัววันแรกแล้ว บวกกับแรงยุจากเสือเฒ่า เลยแกล้งแหย่ ยั่วให้ฉันโกรธบ้าง โมโหบ้าง เวลาฉันโกรธ หรืองอนเนี่ย น่ารักชะมัด” ฮาเลย
แล้วตอนนี้ รักแค่ไหน?... ไม่รู้ซิ... ดูเอาเองละกัน...
จบดีกว่า เขียนไปเขียน แหมชักเขินค่ะ 
ชมภาพประทับใจของครอบครัวครูใจดีกันนะคะ
ตอนท้องฉันฝันว่า หลวงเกษมเขมโก หยิบพระองค์เล็กๆ ใส่ในมือของฉัน 2 องค์ เลยเป็นเจ้าตัวเล็กฝาแฝดจอมซน
ลูกตัวเล็ก...แต่แข็งแรงมาก ไม่ต้องเข้าตู้อบเหมือนเด็กคนอื่นๆ

ถีบเก่งตั้งแต่อยู่ในท้อง คุณพ่อจะเห่อลูกมากๆ
อ้าว!.. เล่นบทเลิฟซีนซะแล้ว... เราพาลูกไปลำปาง หาปู่กับย่าทุกปี
แล้วต้องเลยไปที่โรงเรียนเดิมทุกครั้ง

ครูจับทำกิจกรรมแต่งแต่เริ่มเข้าเรียนชั้นอนุบาล

นุ๊กเซ็กซี่มั้ยจ๊ะ แอบเอาชุดว่ายน้ำของแม่มาใส่ ฮิ ฮิ
(ใส่ไปเถอะลูก... แม่ดึงไม่ขึ้นแล้ว แป่วๆๆๆ)
พอรำเสร็จ จะรีบเปลี่ยนชุดก่อนพี่เนทุกที อ่ะ!!! นุ๊กชนะอีกแล้ว เย้ เย้...
เมื่อก่อนคุณยายทำหน้าที่รับส่งหลานสาวไปโรงเรียน พระแม่ต้องไปโรงเรียน
ซึ่งไกลมากๆ ถ้าไม่มีคุณยายฉันคงแย่แน่ๆ...
พี่สาวเป่าเค้ก 5 ขวบ น้องนนท์ 8 เดือนแล้วคร๊าบ...
ล
ภาพล่างขวา ถ่ายที่น้ำตกหน้าอาคารโรงเรียนเสด็จฯ นุ๊กตื่นนอนใหม่ร้องไห้โย เย
สองสาวเห่อน้องมาก รักน้อง ชอบแยกกันอุ้มน้องนะ
สองสาวเริ่มโตแล้ว ชอบประจบพ่อคุณพ่อขี้เห่อ
เดี๋ยวนี้น้องนนท์เริ่มเป็นหนุ่ม พี่นุ๊กพี่เนก็ยิ่งปลื้มน้องเอามากๆ
หลังสงกรานต์ที่ผ่านมาเราไปพิษณุโลก ทานมื้อเที่ยงที่นีโอ เพราะลูกๆ
ชอบทานสเต็ก จุดประสงค์หลัก คือไหว้พระ และซื้อรองเท้าบาสเกตบอลให้น้องนนท์
ในวันที่ฉันรู้สึกแย่ ฉันมักจะปลอบโยนตัวเองเสมอว่า “พรุ่งนี้... ชีวิตจะดีขึ้น” ซึ่งคำพูดนี้ อาจไม่ใช่คำศักดิ์สิทธิ์ที่จะใช้พยากรณ์วันพรุ่งนี้ แต่มันเป็นการมอบกำลังใจให้ตัวเอง อนาคตอาจมองไม่เห็นด้วยตา ไม่เห็นด้วยใจ แต่ “พลังใจ” จะเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เราต่อสู้กับวันพรุ่งนี้ได้
ยามที่ความทุกข์เข้ามาเยือน อาจสร้างความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส แต่มันอาจสร้างให้เราเป็นคนใหม่ให้เข้มแข็งขึ้นกว่าเดิม ความทุกข์ อุปสรรคและความเจ็บปวด จะทำให้เราเติบโตขึ้น แข็งแกร่งขึ้น รับรู้และเข้าใจชีวิตมากขึ้น
อย่าลืมนะคะ ถ้าทุกข์ ก็รับรู้ว่าทุกข์ ไม่ต้องแกล้งบอกว่าไม่ทุกข์ แต่อย่ากอดความทุกข์นั้นไว้นาน... เพราะมันจะทำให้เราไม่ได้ลิ้มรสความสุข ยิ้มไว้นะคะ เพราะ “พรุ่งนี้...มันจะดีขึ้น”
ขอให้กัลยาณมิตรทั้งหลายมีความสุขกับวันนี้ พรุ่งนี้ และทุกๆ วัน ตลอดไปนะคะ









มาชื่นชมชีวีมีสุขหลังเมฆหมอกนะคะ..รูปน่ารูปมากๆค่ะชวนไป "ยื่นลาออกจากความทุกข์ "ที่ :
http://gotoknow.org/blog/nongnarts/363751
สวัสดีค่ะ..พี่ครูใจดีที่รัก..
รูปน่ารักมากๆค่ะ..ได้เห็นครอบครัวเต็มๆของครูใจดี..สดชื่นจริงๆๆ..
สวัสดีอีกครั้งค่ะ..
เป็นเรื่องราวที่น่ารักมาก อ่านไปยิ้มไป แถมท้ายยังได้ข้อคิดดีดีอีกด้วยค่ะ ขอบคุณนะคะ
“พรุ่งนี้...มันจะดีขึ้น”
...ซาบซึ้ง..เกินคำบรรยาย..
ส่วนคำบรรตา..ก็ยังนึกไม่ออก...
สวัสดีค่ะครูใจดี
อ่านแล้วมีความสุขตามครอบครัวของพี่ไปด้วยนะคะ ขอให้เป็น ครอบครัวที่พบกับสายรุ้งทุกคืนวันนะคะ
น่ารักกันทั้งบ้านเลย คุณพ่อหล่อ คุณแม่สวย
ลูกๆก็สุดสวย สุดหล่อตามๆกัน ครูวิไลมีน้องแฝดค่ะ แต่แฝดเทียม ชายหญิง
คนหนึ่งเกิดตอนเย็นวันเสาร์ อีกคนก็เช้าวันอาทิตย์ (สงสารแม่จัง)
เดี๋ยวนี้แก่ตามๆกันหมดแล้ว น่ารักดี
สายรุ้ง งามยามหลังฝน
ชีวิตงาม..เพราะความดี
ขอให้ครูใจดี..เป็นเช่นสายรุ้งงาม
ขอบคุณมากค่ะพี่ใหญ่
ทุกข์อยู่ที่ใจ ทุกข์ของใครก็ช่างมัน
ทุกข์อยู่ที่ใจ ใครจะเก็บไว้ก็ช่างมัน
สุขอยู่ที่ใจ ฉันเก็บมันไว้ทุกวัน
สุขอยู่ที่ใจ ฉันจะให้กันและกัน
** ประทับใจจริงๆค่ะ ขอบคุณ ขอบคุณค่ะ**
เย้.. น้องจำเนียรวดี คนดีมาแล้ว
โอ๋ โอ๋ ยังนึกอยู่นะว่าน้องจะทานเนื้อหรือเปล่าน๊า!....
พี่ก็ไม่ทานเนื้อ มื้อหน้าแก้ตัวใหม่นะจ๊ะ... ปลาเซมอลเลยนะ....
ถามว่าเหนื่อยมั้ย!... ถ้าบอกว่า ไม่เหนื่อย คงผิดศีลที่ มุสา...นะ ฮา
บอกตรงๆ ว่า เหนื่อย แต่ไม่เป็นไร พักเดี๋ยวก็หายเหนื่อย แต่สิ่งที่เราทำให้ลูกศิษย์นั้นมันคุ้มค่ากับความเหนื่อยค่ะ
ขอบคุณมากๆ จ้า น้องสาวคนดี
คิดถึงมากมาย
Spring flower from Canada สบายดีนะคะ
เปิดเพลงระยะทำใจอยู่..
เอ๊ะ!ทำไมมีเสียงซ้อน
"พรุ่งนี้จะดีกว่าวันนี้" แน่นอน..ชัวร์
ภาพครอบครัว"น่ารัก"มากๆๆ
(คิดถึงน้องคู่แฝดอยู่..น่ะซี)
เฮ้ๆๆ..ครูจุ๋มคุณแม่พันธ์ดี..แต่งสองปีมีลูก..ก็นั่งสิลูกโตถึงป่านนี้คุณแม่ยังสาวอยู่เลยนะคะ..ฮิ..นึกได้หมดล่ะว่าลำบากแค่ไหนเลี้ยงลูกแฝด..ฮ่าๆๆ..มหัศจรรย์นะคะ..
คู่นี้ก็แค่คนละ 2000 กรัม ค่ะ..
* ขอบพระคุณค่ะ พี่ใหญ่ ลูกๆ อยู่ไกล นั่งอยู่เงียบๆ ก็คิดถึงเขา นึกถึงตอนก่อนที่ลูกจะได้เกิดมา.... พ่อกับแม่ต้องต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บ แถมพ่อกับแม่ต้องแยกกันอยู่อีก เลยเขียนเรื่องนี้ ชาว Gotoknow ได้เห็นสมาชิกในครอบครัวครูในดีครบเลย....
น้องจำเนียรวดีที่น่ารัก
* ได้เลยคาถา "พรุ่งนี้..มันจะดีขึ้น" ด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่งค่ะ
* ถ้าเรามัวจมอยู่กับความสุข ก็จะไม่มีวันที่จะพบความสุข
* เราต้องให้กำลังใจตังเอง อย่ารอให้คนอื่นมาหยิบยื่นให้...
* ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนค่ะน้อง พี่ถือคติอย่างนี้
* ความทุกข์ที่เกิดขึ้นเป็นบททดสอบที่จะทำให้เราแข็งแกร่งยืนหยัดที่จะกว้าต่อไป
* ขอเพียงเรา "ไม่ยอมหมดหวัง" หลังพายุที่โหมกระหน่ำ..ย่อมเกิดสายรุ้งงาม ค่ะ
สวัสดีค่ะครูใจดี
กระแตชอบประโยคนี้จัง
อ่านบันทึกครูใจดีแล้วมีความสุขมากๆค่ะ พ่อบ้านครูใจดีน่ารักมาก คนละเวอร์ชั่นกับพ่อบ้านกระแตเลยค่ะ..เมื่อก่อนกระแตทุกข์ใจจนไม่รู้จะทุกข์อย่างไร แต่เมื่อเห็นทุกข์ก็เห็นธรรม เห็นแสงสว่าง วางไว้ได้ ทรัพย์สมบัติที่มีค่าที่สุดคือลูกของเราค่ะ เป็นหลักบุญให้ลูกดีกว่า แต่วันนี้..กรรมดีที่เรากระทำส่งให้เขาหันหน้าเข้าวัดกับเราแล้ว...ขอบคุณบันทึกนี้ที่ทำให้กระแตอ่านแล้วมีความสุขนะคะ...ระลึกถึงค่ะ
อ่านบันทึก...ชมภาพประกอบ...ชื่นชมค่ะ ครอบครัวน่ารักมากๆ ค่ะ...น้องแฝดก็ประสบผลสำเร็จแล้วในระดับหนึ่ง ก็ถือว่ารุ้งงามแล้วค่ะ ยินดีด้วยนะค่ะ