การเพิ่มมูลค่าเส้นใยตาลเป็นสิ่งทอธรรมชาติ เพื่อผลิตภัณฑ์ผ้าทอมือจากเส้นใย

ชื่อโครงการการเพิ่มมูลค่าเส้นใยลูกตาลเป็นสิ่งทอธรรมชาติ เพื่อผลิตภัณฑ์ผ้าทอมือจากเส้นใยลูกตาล

The Value of Palm Fiber is Natural Textile on Production Fabric Hand- Made

From Palm Fibers

คณะผู้วิจัย  พิทักษ์  อุปัญญ์1., อรสา   แถบเกิด2. และจุฑามาศ ช้อนนาค3.  

หน่วยงาน  วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุโขทัย

ทุนอุดหนุน  ประเภทการวิจัยประยุกต์   จากสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

ประจำปี งบประมาณ   2552    จำนวนเงิน   1,041,000 บาท 

ระยะเวลาทำการวิจัย  1 ปี ตั้งแต่  กันยายน 2551  ถึง  ตุลาคม  2552

 

บทคัดย่อ

     งานวิจัย การเพิ่มมูลค่าเส้นใยตาลเป็นสิ่งทอธรรมชาติ เพื่อผลิตภัณฑ์ผ้าทอมือจากเส้นใยลูกตาล มีวัตถุประสงค์ดังนี้ (1) สำรวจชนิด ปริมาณตาลโตนด และศึกษาปริมาณเส้นใยลูกตาลที่เหลือทิ้งจากกระบวนการยีตาล (2) ศึกษาโครงสร้างทางกายภาพและสมบัติทางเคมีของเส้นใยลูกตาล (3) ศึกษาวิธีการเตรียมเส้นใยลูกตาลที่เหมาะสมเพื่อเป็นวัสดุสิ่งทอ (4) พัฒนาและศึกษาอัตราส่วนผสมที่เหมาะสมของเส้นด้ายใยลูกตาลผสม (5) ผลิตผ้าทอมือจากเส้นใยลูกตาล

     ผลจากการสำรวจอัตราส่วนเพศของตาลโตนดใน 3 อำเภอของจังหวัดสุโขทัย โดยในเขตอำเภอคีรีมาศ สุ่มเลือกสำรวจ 4 ตำบล และ 2 ตำบล ในอำเภอเมือง และ อำเภอศรีสำโรง ขนาดแปลงสำรวจ 100 เมตร X 100 เมตร ทดสอบอัตราส่วนเพศของตาลโตนดด้วยไคสแควร์ พบว่ามีอัตราส่วนของตาลโตนดเพศผู้ต่อเพศเมียเป็น 1:1 ไม่แตกต่างกันทางสถิติ โดยรูปแบบการกระจายตัวของต้นตาลโตนดเพศผู้ เพศเมีย และไม่ทราบเพศ ขึ้นปะปนกันเป็นกลุ่มตามแนวคันนา มีรูปแบบการกระจายตัวเป็นแบบรวมกลุ่ม ในเขตอำเภอคีรีมาศมีปริมาณตาลโตนดมากที่สุด รองมา ไดแก่ อำเภอเมืองเก่า และอำเภอศรีสำโรง และผลการศึกษาปริมาณเส้นใยตาลที่เหลือทิ้งจากการยีตาลสุก โดยใช้ผลตาลสุกที่มีน้ำหนักทั้งผล อยู่ในช่วง 1,000–1,500 กรัม พบว่ากรรมวิธีการยีเนื้อตาลสุกแบบขยำกับน้ำโดยตรงและใช้กรรไกรตัดเส้นใยหลังการยีเนื้อตาลสุก มีเส้นใย 18.3–27.5% ต่อผล และกรรมวิธีการยีเนื้อตาลสุกหลังจากมีการเฉือนเอากากใยและเนื้อตาลออกจากส่วนที่ติดกับเมล็ดตาลออกก่อนแล้วนำมาขยำกับน้ำ มีเส้นใย 18.3 – 27.5% ต่อผล  ทั้ง 2 กรรมวิธีไม่มีผลทำให้ปริมาณเส้นใยที่ได้มีความแตกต่างกัน แต่พบว่าปริมาณเส้นใยแปรผันตามขนาดของผลตาลที่ใหญ่ขึ้น ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีของเส้นใยลูกตาล พบว่ามีองค์ประกอบของปริมาณความชื้น 1.87%, ปริมาณน้ำอิสระ 1.20%, เถ้า 1.06%, ไขมันและขี้ผึ้ง 0.80%,  ลินิน 12.20 %,  เซลลูโลส  62.90%,  เฮมิเซลลูโลส 18.42% และ เปกติน 1.55%  และเส้นใยลูกตาลมีปริมาณแคดเมียม เท่ากับ 0.31 mg kg-1 ปริมาณตะกั่ว เท่ากับ 4.52 mg kg-1 ปริมาณแมงกานีส 65.41 mg kg-1 ปริมาณทองแดง เท่ากับ 5.12 mg kg-1 ปริมาณสังกะสี เท่ากับ 56.52 mg kg-1 และปริมาณ เหล็ก เท่ากับ 153.41 mg kg-1 เส้นใยตาลมีปริมาณโลหะหนักดังกล่าวอยู่ในระดับปกติที่สามารถพบได้ในพืชทั่วไป และอยู่เกณฑ์มาตรฐานของร่างอนุโลมสูงสุดที่ยอมให้มีได้ของ Codex committee on food additives and contaminants (CCFAC) ผลการทดสอบสมบัติทางกายภาพของเส้นใยลูกตาล ด้านรูปทรงตามภาคตัดขวางของเส้นใย มีลักษณะเป็นรูปรี เกือบกลม  มีลูเมนเห็นได้ชัดเจน ผนังเซลล์ค่อนข้างบาง ด้านความแข็งแรง พบว่าเส้นใยตาลสดมีค่าเฉลี่ยการยืดตัวขณะขาด 6.74% ค่าความเหนียว เท่ากับ 27.37%  ขนาดของเส้นใย เท่ากับ 13.79 ดีเนียร์ และความแข็งแรง เท่ากับ 26.98 กรัมแรงต่อดีเนียร์ และผลจากการเตรียมเส้นใยลูกตาลโดยใช้สารเคมี (สูตรที่ 2) มีค่าเฉลี่ยของการยืดตัวขณะขาด เท่ากับ 7.89% ค่าความเหนียว เท่ากับ 35.31% ขนาดของเส้นใย เท่ากับ 8.37 ดีเนียร์ และค่าความแข็งแรง เท่ากับ 31.34 กรัมแรงต่อดีเนียร์ ในขณะที่ผลจากการเตรียมเส้นใยลูกตาลโดยใช้สารเคมี (สูตรที่ 3) มีค่าการยืดตัวขณะขาด เท่ากับ 6.66 % ค่าความเหนียว เท่ากับ 23.91%   ขนาดของเส้นใย เท่ากับ 8.33 ดีเนียร์ และค่าความแข็งแรง เท่ากับ 29.58 กรัมแรงต่อดีเนียร์

     ผลการผลิตเส้นด้ายใยลูกตาลผสม (เส้นใยลูกตาลกับฝ้าย) แบบหัตถกรรม ที่เหมาะสมที่สุดคือเส้นใยลูกตาล 60% ผสมกับฝ้าย 40% โดยที่เส้นด้ายมีค่าเฉลี่ยความเหนียวหรือความแข็งแรง เท่ากับ 4.86 นิวตัน และเส้นด้ายมีขนาด เท่ากับ 2.8 Ne และผลจากการทดสอบผืนผ้าท้อใยตาลผสมแบบหัตถกรรม พบว่า ผ้าทอมีการขึ้นขนบนผิวผ้าเล็กน้อยและ/หรือเกิดเม็ดบนผ้าเป็นบางส่วน และไม่มีการขึ้นขนและเม็ดบนผิวผ้าปานกลาง ผ้าทอมีค่าทดสอบขาดจากจำนวนรอบการขัดถู อยู่ในช่วง 1850 – 2200 และมีค่าความคงทนของสีต่อการซักอยู่ในระดับ 4-5 (สีมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย และไม่มีการตกติดของสี) โดยผลการทดสอบแนวเส้นด้ายพุ่ง (เส้นด้ายใยลูกตาลผสม)  มีค่าความแข็งแรงทนต่อแรงดึงขาด อยู่ในช่วง 544.89 – 602.66 นิวตัน ค่าความต้านแรงฉีกขาด อยู่ในช่วง 39.29 – 51.99 นิวตัน และมีค่าการเปลี่ยนแปลงขนาดหลังการซัก อยู่ในช่วง - 3.66 ถึง - 6.23 ควรพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ตกแต่งบ้านต่างๆ เช่น ผ้าม่าน หมอนอิง ชุดบนโต๊ะอาหาร  

* ผู้รับผิดชอบบทความ (corresponding author)  ที่อยู่; วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุโขทัย 108 ถนนสิงหวัฒน์  ต.ธานี   อ.เมือง  จ.สุโขทัย 64000  โทรศัพท์ 055-611-789   E-mail: pitakupan@hotmail.com