หลักธรรม คำคม ข้อคิด ชีวิตรัก จากแดจังกึม
หลักธรรม คำคมข้อคิดชีวิตรัก จากแดจังกึม 2
โสภณ เปียสนิท
..................................
บทสรุปสารัตถะจากนิยาย “แดจังกึม” จอมนางแห่งวังหลวง พบสาระสำคัญหลายด้านที่ทำให้ได้รับความนิยม เช่น ใช้บุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์เกาหลีเป็นแกนแก่นของการดำเนินเรื่อง มีความรักเป็นเค้าโครง มีประเพณีแห่งวังหลวง วัฒนธรรมอาหาร เป็นองค์ประกอบหลัก ปรุงรสชาติด้วยการต่อสู้ชีวิตของนางเอก มุ่งมั่นเอาชนะตัวละครร้าย สอดแทรกโอสถบำรุงจิตใจของผู้อ่านด้วยภาษา สุนทรียภาพแห่งฤดูกาล หลักธรรม ข้อคิด คำคมให้ผู้เสพประเทืองปัญญา
ความรักของพระ-นางในเรื่องเป็นความรักแท้ที่ค่อย ๆ ก่อตัวและปลูกฝังด้วยระยะเวลาอันยาวนาน อดทนรอคอยแม้รู้ว่ายากจะสมหวัง ความรักเช่นนี้ยากนักจักหาได้ในสมัยดิจิทัลเช่นปัจจุบัน มีการช่วยเหลือเกื้อกูลกันโดยมนุษยธรรมอันสูงส่งไม่หวังตอบแทน เช่นครั้งที่ จึงกึม ช่วยรักษาชีวิตจองโฮในครั้งแรก ครั้งจองโฮถูกทำร้ายหมายชีวิตด้วยมีดสั้น
“ความเพียร” นอกจากพรสวรรค์ (gifted) แล้วนางเอกยังมีพรแสวง (diligent) อย่างยิ่ง ตลอดทั้งเรื่องชี้ถึงความพากเพียรของตัวเอกที่จะพยายามหาความรู้ นับจากปฐมบทแห่งชีวิตในหมู่บ้านกลุ่มชนชั้นล่าง (แพกจอง) หนีไปดูเด็กวัยเดียวกันเรียนหนังสือ แม้มีคำสั่งห้าม และรู้ว่าอาจถูกตีน่อง แต่เธอกลับไม่ละความเพียร เพราะมีความรักในการศึกษา ยามเป็นนางวังฝึกหัด (เซ็งกักชิ) นิสัยรักการศึกษายังคงเหนียวแน่น เธอเก็บผักหักสมุนไพรกัดกินทดสอบรสชาติโดยไม่คำนึงถึงอันตรายใด ๆ จนได้รู้เคล็ดลับการดับกลิ่นอาหารและยาด้วยน้ำส้มสายชู ก่อนบอกให้คึมยอง ซึ่งเป็นคู่แข่งนำไปใช้โดยไม่หวง
“ความกตัญญู” จังกึม มีความกตัญญูต่อบิดามารดา แม้ผิดพลาดครั้งแรกทำให้บิดามารดาต้องเสียชีวิต เธอต้องเผชิญชีวิตอันโหดร้ายเพียงลำพัง เธอมุ่งมันสืบเรื่องราวความหลังเพราะมีความมั่นใจว่า ซังกุงฮัน และแม่ผู้เปรียบเสมือนแม่คนที่สอง และเป็นอาจารย์ ไม่มีความผิด แต่ถูกใส่ความจนกลายเป็นคนผิดจนเสียชีวิต เธอมีความกตัญญูต่อราชวงศ์อย่างที่สุด สนองงานทั้งด้านอาหาร และด้านการแพทย์จนสุดตัวแบบเอาชีวิตเข้าแลก ยามที่พ่อบุญธรรม คังดึกกู ถูกจับคดีขายยาบำรุงพลังให้เชื้อพระวงศ์ จนมีผู้ดื่มกินล้มป่วยรักษาไม่หาย อาจทำให้ผู้ขายถูกประหารชีวิต จังกึมเอาตัวเองเข้าแลกศึกษาทดลองจนพบความจริงว่า ที่เชื้อพระวงศ์พระองค์นั้นล้มป่วยมิใช่เพราะยาบำรุงดังกล่าว
และแม้ว่าจังกึม ได้ดีมีงานทำยังส่งข้าวให้กับครอบครัวพ่อแม่บุญธรรมโดยสม่ำเสมอ ครั้งหนึ่งเธอได้รับคำชมจากไทเฮา เธอกลับนึกถึงผู้มีพระคุณ หนังสือบรรยายว่า “จังกึม ในใจลอบร้องหามารดา ร้องหาบิดา ทั้งร้องหาซังกุงฮัน ทุกท่านล้วนอยู่ในร่างตน อย่างไรคงได้ยินวาจาของไทเฮาพร้อมกับตนเป็นแน่”
“ความอดทน” เป็นคุณธรรมอีกประการที่ทำให้ จังกึม ก้าวสู่ความสำเร็จได้ตามมุ่งหมาย อดทนทำงานรับใช้ในร้านหมักเหล้าโดยไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย อดทนต่อคำกล่าวประณามว่าเป็นคนชั้นต่ำ อดทนต่อความง่วง ศึกษาตำราจนดึกดื่นไม่ว่าจะเป็นด้านตำราอาหาร และตำราทางการแพทย์ เธอศึกษาจนจดจำได้อย่างแม่นยำ พร้อมนำความรู้นั้นนำมาใคร่ครวญหาทางพลิกแผลงก้าวสู่ตำราเล่มใหม่ หรือความรู้ใหม่ ความลำบากดูเหมือนว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตของเธอ แม้ถูกเนรเทศไปสู่ส่วนงานการเกษตร เธออดทนทำงานจนสร้างผลงานใหญ่หลวงและได้รับการอภัยโทษ แม้ถูกเนรเทศไปเป็นทาสกวานบี ที่เกาะเชจูโด เธออดทนเรียนแพทย์กับอาจารย์คนใหม่ และตำรับตำราเล่มใหม่ ๆ จนกลับเป็นแพทย์มือหนึ่งได้อย่างอัศจรรย์
“อ่อนน้อมถ่อมตน” จังกึมไม่เคยแสดงให้เห็นถึงความลืมตัวเอง วางตนสม่ำเสมอ (สมานัตตะตา) รักใตร่ชอบพอใครแล้วไม่เคยลืม แม้ คึมยอง ซึ่งเป็นคู่ต่อสู้กันบนเวทีแสดงฝีมือ จังกึมรำลึกถึงวันเวลาที่เคยช่วยกันหาสูตรอาหารใหม่ ๆ เสมอ นึกถึงยามคึมยองเคยช่วยเหลือสอนให้เธอหลับตาใช้นิ้วมือสัมผัสร้อยใบสนในขนม แม้ได้ดีแล้วยังอ่อนน้อมต่อพ่อแม่บุญธรรม มีความรู้มากแล้วไม่ดูถูกคนมีความรู้ต่ำกว่า กลับตั้งใจศึกษาจากคนรอบข้างทุกด้าน เช่นการศึกษาการเก็บและตากธัญพืชจากนักการศึกษาพื้นบ้าน (ปราชญ์ชาวบ้าน) จนได้เรียนรู้เคล็ดสำคัญแห่งการทำอาหารธรรมชาติ นั่นคือการรอคอยอย่างอดทน
“ความเมตตากรุณา” เป็นนิสัยพื้นฐานอีกอย่างของจังกึมที่ฝั่งแน่นอยู่ในส่วนลึก และอยู่นอกเหนือการควบคุมของจิตด้วยซ้ำ เธอช่วยเหลือ มินจองโฮที่ถูกมีดสั้นล้มลงโดยไม่รู้จักว่าเป็นใคร ทั้งที่มีความจำเป็นเร่งด่วนเสี่ยงชีวิตของเธอ แต่เธอเลือกการช่วยเหลือคนให้รอดโดยไม่คำนึงถึงชีวิตตนเอง เธอช่วยเหลือคึมยองหาไก่ฟ้าคึมเก พระกระยาหารสำหรับเสวยที่หายไปมาจนได้ แม้รู้ว่าอาจทำให้ตนเองถูกทำโทษ เธอหาข้าวชนิดพิเศษมาให้อดีตนางวังพี่เลี้ยง ตามคำร้องขอก่อนถึงวาระสุดท้าย เธอช่วยเหลือชาวบ้านผู้ติดเชื้อโรคโดยไม่รังเกียจ
หลักแห่งการพึ่งตนเอง ไม่ว่าจะมองจากมุมของคุณธรรมข้อใด จังกึมนำพาชีวิตของเธอก้าวสู่ความสำเร็จด้วยตัวของเธอเอง ต้นไม้แห่งความรักในความรู้ที่เธอปลูกไว้ในใจตั้งแต่ยามเด็กค่อย ๆ เติบโตขึ้นอย่างไม่หยุดนิ่งตลอดชีวิต เรื่องของความสำเร็จจึงเป็นเรื่องของการลงมือทำจริง มิใช่ “อ้อนวอนแล้วนอนคอย” ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพระเจ้าองค์ไหน
หลักแห่งการ “ใฝ่รู้สู่สิ่งยาก” เป็นอีกมุมมองหนึ่งที่ควรพิจารณา กล่าวกันว่าเด็กไทยในปัจจุบันขาดคุณธรรมข้อนี้มาก มุ่งเพียง “การส่องเสพแต่ไม่สรรค์สร้าง” แต่คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตเช่นจังกึม กลับพกพาคุณธรรมข้อนี้อย่างเต็มดวงใจ ปัญหาคือสิ่งที่เธอก้าวข้ามไปที่ละขั้น ๆ จนได้รับการยอมรับว่าเป็นนักแก้ปัญหา เมื่อถึงทางตันทางการรักษาไข้ เธอนำตัวเองเข้าแก้ไขไม่หลบเลี่ยงจนชนะในที่สุด
หลักแห่งการทำความดี ละความไม่ดี ทำใจให้บริสุทธิ์ มองจากตัวละครเรื่องนี้เห็นได้ชัดว่า หลักการสามประการนี้ที่บ่งชี้ทิศทางของชีวิต ในขณะที่นางเอก คือจังกึม ฝ่ายสัมมาทิฐิ ปลูกฝังความดีตามคุณธรรมต่าง ๆ ที่ได้กล่าวมา มุ่งละความไม่ดี คือไม่นำความแค้นส่วนตนเร่งด่วนแก้แค้นในทางที่ผิด แต่เธออดทนรอคอยให้กฏหมายจัดการคนผิดเหล่านั้นด้วยความยุติธรรรม ชีวิตเธอก้าวสู่ฐานะที่สูงขึ้นตามลำดับ
ผู้ร้ายในเรื่องแต่ละคน ฝ่ายมิจฉาทิฐิ ปลูกฝังความผิดคิดร้าย ใช้อำนาจในทางผิด ใช้อาหารเป็นใบเบิกทางก้าวสู่อำนาจ ใช้อำนาจสร้างความร่ำรวย สร้างเครือข่าย สร้างวงศ์ตระกูลด้วยเล่ห์กลต่าง ๆ อย่างไม่หยุดหย่อน ทั้งการทำร้ายปาร์คเมียงอี (แม่ของจังกึม) ซังกุงฮัน(อาจารย์) จังกึมเอง และคนอื่น ๆ ดังเนื้อหาตอนหนึ่งว่า “ดูท่าตำแหน่งซังกุงสูงสุดคงมิอาจสนองตัณหาได้เพียงพอ ครานี้ต้องการล้มล้างนายผู้เคยช่วยเหลือตนไปแล้ว ความใคร่ในอำนาจของวังกุงแชดูไม่มีที่สิ้นสุดจริง ๆ โลกนี้คงมิมีสิ่งใดชั่วร้ายไปกว่า ความใคร่ในอำนาจเป็นแน่” ชีวิตของคนเหล่านี้ก้าวสู่ฐานะต่ำสุดอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง บทสรุปของตัวร้ายตอนหนึ่ง ที่บรรยายไว้กินใจ “ใต้กิ่งของต้นไม้ต้นนั้น สตรีในอาภรณ์ขาว แขวนคอห้อยอยู่นั้นเป็นคึมยอง ทั้งศีรษะที่เอียงลงด้านข้าง และสองเท้าที่ยืดออก ล้วนมุ่งตรงลงหาพื้นธรณีเบื้องล่างทั้งสิ้น”
ภาษาสัญลักษณ์ในเรื่องบรรยายได้ดีสอดคล้องกลมกลืนกับชีวิตของตัวละคร “ในวังหลวง สายลมพัดผ่านดูหนาวเย็นยะเยือก ทุกครา ก่อนเปลี่ยนผ่านฤดูกาล มักมีลมพายุพัดแรง มีฝนตกห่าใหญ่เสมอ สายลมที่พัดผ่านจนประตูสั่นไหว ราวสัตว์ป่าผู้หิวโหยส่งเสียงร้องจากที่ห่างไกล” “ฤดูร้อนที่มาเยือนพร้อมกับพายุฝน ที่สุดก็ได้สั่นแผ่นฟ้าสะเทือนผืนดิน ก่อนจากไปพร้อมพายุฝนอีกครั้งอีกครั้ง หากฝนหยุดลง ฤดูใบไม้ร่วงคงกลับมา บรรดารวงข้าวในนาคงได้ออกดอกผล พร้อมให้เก็บเกี่ยวได้แล้ว”
เคยดู ชอบมาก ดีใจที่ได้อ่าน ยินดีที่จะซึมซับทุกข้อความ มาทบทวนซ้ำๆ ไว้ต้องเข้ามาอ่านอีกค่ะ
สวัสดีค่ะ
*** ประทับใจเรื่องนี้ค่ะ จังกึม กล้าหาญ เด็ดเดี่ยว และฉลาดมาก
*** ขอบคุณมุมมองดีๆในบันทึกนี้ค่ะ
ดีใจจังครับที่มีคนอ่านแล้ว
โสภณ เปียสนิท
ภาพนี้ให้ความรู้สึกได้ดี สีแดงเหมือนสีเลือด โหดร้ายต่อชะตากรรมของชีวิต หยดน้ำตาเป็นผลของสีแดง
ตัวอักษร อ่านไม่ออก ฮาครับ
วันนี้กลับมาอ่านข้อคิดคำคมจากแดจังกึมอีกคราว ย้อนรอยความรู้สึกอันงามเก่าๆ สมัยโน้นจังเลย
แม้วันเวลาจะผ่านไปเนิ่นนาน แต่ความทรงจำยังยั่งยืนอยู่ในใจ
ขอบคุณข้อคิดดีๆนะคะ ชอบมากเลย
Maprang
ขอบคุณครับ คุณมะปราง ชอบแบบเดียวกัน
อ่านดู และอ่าน นิยายเรื่องจริงนี้ แล้วขีดเส้นใต้ตรงที่ชอบไว้
แล้วนำมาผูกโยงกันเขียนความเรียงไว้ได้หลายตอน
เก็บไว้อ่านยามว่างๆ และมอบเพื่อนร่วมทางเดิน