"ห้องสมุดฉบับกระเป๋า" ความรู้อ่านได้ทุกที่-ทุกเวลา "ตัวหนังสือทุกตัวและหนังสือทุกเล่มมีคุณค่า มีความหลากหลายและมีรูปเล่มที่สวยงามเหมาะสมกับวัยของเด็กๆ ที่ผ่านการคัดสรรมาจากศูนย์หนังสือจุฬาฯจะทำให้เด็กๆ เหล่านี้เกิดความรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าต่อสังคม กระตือรือร้นที่จะเรียนรู้มากขึ้นและเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพของประเทศต่อไป เพราะมีความเชื่อว่าการเข้าถึงการศึกษา เป็นอีกหนทางหนึ่งที่จะช่วยให้เยาวชนเข้าถึงการศึกษา เติบโตอย่างมีคุณภาพ เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ พ.ท.นพ.วิษณุประเสริฐสม ประธานกรรมการบริหารเมดิแคร์ คลินิกเวชกรรม จึงจัดโครงการ"ห้องสมุดฉบับกระเป๋า" ขึ้นเป็นปีที่ 2 มอบให้โรงเรียนบ้านหนองสองห้อง และโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านแก่งศรีโครต จ.อุบลราชธานี เพื่อหลอมเด็กไทยให้เกิดนิสัยรักการอ่าน ใช้เวลาว่างอย่างรู้คุณค่า เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลังจากปีแล้วมอบให้โรงเรียนวัดช่างเคี่ยน จ.เชียงใหม่ ปัจจุบันโรงเรียนหนองสองห้องมีนักเรียนที่ 158 คน มีครูสอนประจำและครูอัตราจ้าง รวม 5 คน ใช้ห้องพักครูเป็นห้องสมุด หนังสือมีจำนวนจำกัดและขาดความหลากหลาย ต้องจำกัดระยะเวลาและจำนวนการยืม นายอาจ ดวงแก้ว ผู้อำนวยการโรงเรียนบอกว่า การที่ได้รับห้องสมุดฉบับกระเป๋าในครั้งนี้ จึงเปรียบเสมือนเป็นการสร้างโอกาสให้แก่เด็กๆ เหล่านี้สามารถเข้าถึงหนังสือได้ในทุกที่ทุกเวลา โดยจัดให้เด็กสามารถอ่านทุกที่ในโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นตามร่มไม้และโต๊ะตามบริเวณโรงเรียน รวมทั้งในวิชาโฮมรูม นักเรียนทุกคนจะได้ฝึกอ่านนิทานให้เพื่อนฟังหน้าชั้นเรียน และแสดงความคิดเห็นจากสิ่งที่ได้ฟัง ถือเป็นการสร้างโอกาสทางการเรียนรู้ที่ยิ่งใหญ่ให้แก่อนาคตของชาติที่ยังขาดโอกาสทางการศึกษาเหล่านี้ ส่วนโรงเรียนตชด.บ้านแก่งศรีโคตร มีนักเรียนทั้งหมด 167 คน เปิดสอนชั้นอนุบาล-ป.6 ห้องสมุดโรงเรียนอยู่ระหว่างปรับปรุง เพราะได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม มีมุมเล็กๆ เป็นหนังสือพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี หนังสือไม่เพียงพอต่อความต้องการของนักเรียน เพราะเด็กๆ สนใจหนังสืออ่านนอกเวลา และนิทานประกอบภาพ ร.ต.อ.ศรีเขตดอน ผู้อำนวยการโรงเรียน เล่าว่านักเรียนให้ความสำคัญกับห้องสมุดเป็นอย่างมาก ห้องสมุดฉบับกระเป๋าจะช่วยเติมเต็มและสร้างโอกาสทางการเรียนรู้ให้แก่เด็กมากขึ้น "เด็กบางคนที่ยังอ่านหนังสือไม่เก่ง โรงเรียนก็ได้ทำกิจกรรมขึ้นมา โดยให้เด็กนำหนังสือในห้องสมุดมาใส่ตะกร้าตั้งไว้ในห้องเรียน ให้ตัวแทนห้องเลือกหนังสือที่สนใจใส่ตะกร้าเอาไปให้เพื่อนที่ห้องอ่านสลับหน้าที่กันไปทุกสัปดาห์ เป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์อีกด้วยช่วยให้เด็กมีความสุขและมีอิสระในการอ่าน ทำให้อ่านหนังสือได้มากขึ้น" ร.ต.อ.ศรีกล่าว ด.ญ.อรยา ปัดถวิง หรือ น้องยา อายุ10 ปี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เล่าว่า ชอบอ่านนิทานเรื่องหมูสีชมพูมาก เพราะสามารถฝึกทักษะและสระต่างๆ ในการอ่านได้ แถมยังสอดแทรกความสนุกและความรู้ไว้มากมาย บางครั้งจะเล่านิทานก่อนนอนให้น้องชั้นอนุบาลฟัง เพราะพี่ๆ ชั้นประถมจะผลัดกันเป็นครูชั้นอนุบาล บางครั้งจะยืมหนังสือกลับไปอ่านที่บ้าน เพื่อเตรียมนิทานมาอ่านให้น้องอนุบาลฟังวันรุ่งขึ้น และเอาไว้อ่านในเวลาว่างหลังจากที่ทำงานบ้านแล้ว จะว่าไปแล้วการส่งเสริมให้เด็กไทยรักการอ่าน อยู่โรงเรียนเป็นหน้าที่ของครู ด้วยการหาวิธีการสอนที่แปลกใหม่ และสร้างสรรค์ให้เด็ก เมื่อกลับถึงบ้านพ่อแม่ต้องสานต่อให้ความสนใจ จะช่วยให้เด็กไทยมีนิสัยรักการอ่านได้ในที่สุด โดย: ผการัตน์ ชูหนู ขอบคุณที่มา: คมชัดลึก และข่าวการศึกษา วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2552 อักษรเจริญทัศน์ (อจท.)
"ห้องสมุดฉบับกระเป๋า" ความรู้อ่านได้ทุกที่-ทุกเวลา
"ห้องสมุดฉบับกระเป๋า" ความรู้อ่านได้ทุกที่-ทุกเวลา
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
เกียรติก้องไกร บุญนำ · 2 มิ.ย. 2553
คุณครู บุญตา ราชวงษ์ · 2 มิ.ย. 2553
ศรีกรม · 2 มิ.ย. 2553
กัลนิกา · 2 มิ.ย. 2553
Eureka_au · 2 มิ.ย. 2553
อภิรักษ์ · 2 มิ.ย. 2553