เมื่อวันที่ 26-27 พฤษภาคมที่ผ่านมา ได้ไปเข้าอบรมเรื่องการประเมินผลงานวิจัยเชิงปริมาณและคุณภาพ ที่จัดโดยหน่วยส่งเสริมและพัฒนาทางวิชาการของคณะแพทยศาสตร์ของเรานี่เองค่ะ ได้ความรู้ใหม่ที่รู้สึกว่าน่าจะเอามาบันทึกฝากไว้ด้วย

รู้สึกว่าการประเมินอะไรทั้งหลายนั้น การตั้งเกณฑ์ที่ดีนั้นถือเป็นหัวใจสำคัญจริงๆ

สำหรับคณะแพทย์ของเราก็มีการประเมินผลงานตีพิมพ์ของแต่ละภาควิชากันอยู่เป็นประจำ โดยเกณฑ์ของปีปัจจุบันนั้น พี่ไก่-สุกัญญา บอกว่าเป็นเกณฑ์ที่สกว.ใช้แล้วทางคณะเห็นว่าดีจึงนำมาใช้เพื่อประเมินงานของเราด้วย ซึ่งเกณฑ์เหล่านี้น่าจะเผยแพร่ให้นักวิจัยของเราได้รับรู้ เพื่อเป็นแนวทางในการเลือกวารสารตีพิมพ์ เพื่อให้โอกาสในการเผยแพร่งานกว้างขวางขึ้น รวมทั้งมีโอกาสในการขอทุนเพื่อทำวิจัยต่อๆไปได้เพิ่มขึ้นด้วย

สำหรับเกณฑ์ของภาควิชานั้น เกณฑ์แรกเป็นการประเมินในเชิงปริมาณ คือวัดความสามารถในการตีพิมพ์ผลงานเทียบกับวารสารนานาชาติ ซึ่งมีสองส่วนคือประเมินภาพรวม และประเมินต่อสัดส่วนของอาจารย์(ซึ่งภาระงานส่วนหนึ่งคือการทำงานวิจัย) ส่วนเกณฑ์ที่สองเป็นการประเมินในเชิงคุณภาพโดยใช้ Journal Impact Factor เป็นส่วนหนึ่งของการประเมิน

สำหรับเกณฑ์แรก ใช้ประเภทของวารสารและจำนวนผู้แต่งเป็นตัวให้น้ำหนักคะแนน สำหรับจำนวนผู้แต่งนั้นคิดง่ายหน่อยคือ ให้แบ่งสัดส่วนเท่ากันทั้งหมด เช่นถ้าผลงานตีพิมพ์นั้นมีผู้แต่ง 5 คนเป็นคนในภาควิชาเรา 3 คนก็จะได้คะแนน = 3/5 แต่สำหรับประเภทของวารสารนั้นจะมีการแบ่งเป็น 5 ระดับโดยมีค่าน้ำหนักลดหลั่นกันไปเริ่มตั้งแต่ 1, 0.75,0.5,0.25 ถึง 0.125 ตามลำดับดังนี้คือ 

ประเภทที่ 1 คือวารสารนานาชาติในฐานข้อมูล ISI Web of Knowledge (Web of Science) ซึ่งกลุ่มนี้จะเป็นประเภทที่มีค่า Impact factor แต่ละปีให้เราดูได้

ประเภทที่ 2 คือวารสารนานาชาตินอกฐานข้อมูล ISI Web of Knowledge ซึ่งประเภทนี้มีรายชื่อที่เป็นวารสารของไทยอยู่ด้วย เราจะหาดูรายชื่อได้ที่ รายชื่อวารสารวิชาการกลุ่มสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับ ระดับนานาชาตของ สกอ.

ประเภทที่ 3 วารสารระดับชาติ ของไทยเราดูได้จากลิสต์ของ สกอ. ที่ รายชื่อวารสารวิชาการกลุ่มสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับ ระดับชาตของ สกอ.

ประเภทที่ 4 วารสารระดับสถาบันหรือวารสารที่มี Impact factor > 0.01

ประเภทที่ 5 วารสารระดับสถาบันที่มี Impact factor < 0.01

ซึ่งจากการให้ค่าน้ำหนักนี้เมื่อรวมผลงานทั้งหมดในแต่ละปีก็จะหาค่าคะแนนออกมาได้เป็นผลงานในเชิงปริมาณ ส่วนในเชิงคุณภาพในเกณฑ์ที่สองนั้น เขาวัดกันด้วย Impact factor นั่นเองค่ะ

ก็ถือเป็นความรู้ใหม่ที่อยากบันทึกเอาไว้ เผื่อจะเป็นประโยชน์กับท่านทั้งหลายที่อยู่ในแวดวงวิชาการทางการแพทย์ ในการเลือกตีพิมพ์ผลงานต่อๆไปค่ะ