ป่าส่วนตัว

      ป่าโคกสูงตั้งอยู่ชุมชนโรงเรียนบ้านแดง ต.ยาง อ.บรบือ จ.มหาสารคาม เดิมมีเนื้อที่ ประมาณ 250 ไร่ มีถนนตัดผ่ากลาง ผู้นำชุมชนจึงแบ่งออกเป็น 2 แปลง แปลงที่ 1 อยู่ทางทิศใต้ของถนนเข้าหมู่บ้าน ปัจจุบันได้จัดสรรค์ให้ชุมชนปลูกหม่อนเพื่อเลี้ยงไหม แปลงที่ 2 อยู่ทิศเหนือถนนเข้าหมู่บ้านปัจจุบันเป็นที่ราชพัสดุอยู่ในความดูแลของโรงเรียนบ้านแดง มีเนื้อที่ประมาณ 75 ไร่

      ป่าโคกสูงเมื่อย้อนกลับไปก่อนปี พ.ศ.2535 เป็นป่าละเมาะที่รกร้างว่างเปล่าไม่มีการฟื้นฟูดูแลรักษาหรือทำประโยชน์ใดๆ เป็นเพียงป่าตัดฟืนของชาวบ้านและมีผู้บุกรุกเพื่อทำประโยชน์ส่วนตัวเท่านั้น  ป่าโคกสูงกลับเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ขึ้นมาได้นั้น เกิดจากความพยายามที่อยากจะมี "ป่าส่วนตัว" ให้ได้ ทั้งที่พื้นดินป่าเป็นที่สาธารณะที่ไร้คนเห็นความสำคัญมากไปกว่าเป็นโคกเหล่าหัวโล้น (ป่าหัวโลน) เพื่อหาฟืน กลับคืนมาเป็น "ป่าส่วนตัว" คำว่า ป่าส่วนตัวมิใช่ว่าอยากจะได้ที่สาธารณะมาเป็นป่าของตัวเอง แต่อยากสร้างป่าให้เป็นป่าส่วนตัว(สมบัติ)ของชุมชน ให้ชุมชนเห็นความสำคัญ ร่วมกันสร้างป่าจากโคกเหล่าหัวโล้นเดิมกลับมาเป็นป่าอุดมสมบูรณ์ ที่มีพืชผักสมุนไพร เพื่อเป็นแหล่งอาหารและยารักษาโรค มีสัตว์ป่าพื้นบ้านที่สร้างสีสรรเป็นนิทรรศการธรรมชาติ ให้ลูกหลานได้ชื่นชม มิใช่เป็นพียงตำนานของชาวบ้านว่า มีเห็ดปลวก เห็ดใค หรือมีแย้ มีกระปอมให้ลูกให้หลานได้เห็นเพียงภาพวาดหรือคำบอกเล่าเท่านั้น

        ปี พ.ศ.2535 คณะกรรมการศึกษา ผู้นำหมู่บ้านในเขตบริการของโรงเรียนบ้านแดง และคณะครู จึงได้หาเงินงบประมาณมาล้อมรั้วลวดหนามไว้ ครั้งแรกได้ทำโครงการของบประมาณจากองค์การแพลนประเทศไทย จำนวนเงิน 40,015 บาท เพื่อล้อมรั้วรอบบริเวณป่า เป็นเสาคอนกรีตขึงลวดหนามรอบทั้งสี่ด้าน

     

       ป่าโคกสูงเริ่มกลับฟื้นคืนมาเรื่อยๆ เมื่อปี 2544 เริ่มมีต้นไม้ พืชผักสมุนไพร ที่ใช้เป็นอาหารขึ้นพอสมควร และมีนก หนู แย้ กระปอม (กิ้งก่า) และมีมด แมลงที่เป็นอาหารกลับมาอีกครั้ง

       ปัจจุบันป่าโคกสูงมีความอุดมสมบูรณ์เทียบเท่ากับป่าทั่วไปในเขตจังหวัดมหาสารคามแล้ว  จากการพัฒนาป่าเสื่อมโทรมกับคืนมาได้ จึงคิดที่จะขยายผลอีกต่อไป  โดยการจัดตั้งกลุ่ม "คูโบตม" ขึ้นมาโดยคิดคำขวัญร่วมกันว่า "พลิกฟื้นก่อนสาย  ใช้ควายไถนา  มีป่าส่วนตัว  ครอบครัวพอเพียง"

       ขอยกประวัติความเป็นมาของกลุ่มคูโบตม  ครั้งแรกใช้ชื่อว่า ร.ร.วิถีป่านาน้ำ พ่อครูบาสุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ ได้มาเยี่ยมโครงการวิจัยปลูกฝังคุณธรรมสำหรับนักเรียนโรงเรียนบ้านแดง (สนับสนุนงบประมาณโดย สกว.) ได้มาเยี่ยมกลุ่มฯ ท่านได้มองเห็นควายกำลังนอนน้ำและอีกตัวหนึ่งกำลังเล็มหญ้าอยู่ข้างคูนาก่อนหน้าที่จะนำมาไถนาท่านได้เปรียบเทียบกับรถไถนาว่า รถกินน้ำมัน ควายกินหญ้าและนอนตม แต่ไถนาได้เหมือนกัน ด้วยความแหลมคมของท่านจึงเปลี่ยนชื่อให้ใหม่ว่า "คูโบตม" ชื่อนี้จึงดังติดตลอดมาจนทุกวันนี้ จากคำขวัญของกลุ่มฯ วลีที่ว่า "ป่าส่วนตัว" จึงถูกขยายผลไปสู่มวลสมาชิกโดยใช้คันคูนา ป่า สวน โคก เหล่า ตามหัวไร่ปลายนาของตัวเองปลูกไม้ยูง ไม้ยางที่เป็นต้นไม้ที่ขึ้นได้ดีในตำบลยางนี้เป็นป่าส่วนตัวขึ้นมา

 

       ป่าโคกสูงเดิมจะมีต้นไม้ใหญ่เหลืออยู่เพียงต้นเดียวคือต้นบก (คนสมัยก่อนไม่นิยมเอาต้นบกไปใช้ประโยชน์จึงเหลือรอดอยู่ได้หรือเหตุผลอื่นก็ไม่ทราบ) ต้นบกต้นนี้ใช้เป็นสัญลักษณ์กลางป่าโคกสูงเพราะอยู่ใจกลางป่าพอดี จากแหล่งเรียนรู้ในป่าซึ่งมีแหล่งเรียนรู้ 9 แห่ง ดังนี้ 1.ลานธรรมทางเข้า 2.เจ้าปู่พนา 3.ป่าพันธุ์ไม้งาม 4.น้ำใสนกสวย 5.ริมห้วยป่ารก 6.น้ำตกจำลอง 7.เสียงร้องนานา 8.กลางป่าโคกสูง และ 9.ทางมุ่งออกป่า

ภาพสำนักงานป่า และป้ายแหล่งเรียนรู้