ช่วงสุดท้ายของชีวิตจะเลือกใส่ท่อช่วยหายใจหรือให้จากไปอย่างสงบ

ตอนเย็นๆของเวรบ่าย วันที่ 26 พค 53...ซึ่งเป็นเวลาที่กำลังเตรียมจะฉีดยา ให้น้ำเกลือผู้ป่วย...เด็ก...

ฉันก็ได้ยินเสียงเรียกมาจากเตียง 2 ...มาดูลูกสาวหน่อย...อยู่ๆก็หายใจเฮือกๆๆ...

ฉันรีบไปดูพร้อมกับหมอเด็กเจ้าของไข้...ที่งานยุ่งมาก จนเลยเวลากลับบ้านไปนาน....

หมอรีบตรวจการหายใจ และก็เตรียมให้ออกซิเจน...

เตียง 2 เป็นเด็กผู้หญิงวัย 2 ชวบ กำลังน่ารักเชียว  ป่วยเป็นมะเร็งจอประสาทตา ซึ่งโรคมีการลุกลามไปสมองแล้ว...ขณะนี้ตาซ้ายบอดสนิท...มีอาการปวดตามตัว...และให้ยากันชักอยู่

 

หมอ...

แม่คะหมอคิดว่า...ตอนนี้โรคของน้องคงลุกลามไปสมอง และมีภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบ...(เพิ่งไปตรวจ CT SCAN )จะมีอาการทรุดลงเร็วมาก......ผลการตรวจดูออกซิเจนในเลือดก็ดี...หมอจะดูแลให้น้องสุขสบายที่สุด...ให้ยาฆ่าเชื้อ...ให้ยาแก้ปวด...ถ้ากินไม่ได้ก็จะให้น้ำเกลือ...

แม่คะ ถ้าเกิดน้องมีอาการไม่ดี...หายใจเองไม่ได้จะใส่ท่อช่วยหายใจไหม...ถ้าหัวใจหยุดเต้น...ปั๊มหัวใจไหม...

แม่ที่ยืนมองลูกน้อย...พร้อมน้ำตาที่ไหลริน...ได้แต่พยักหน้าช้าๆๆ...ใส่ท่อเลยค่ะ...ทำทุกอย่างเต็มที่...

หมอซึ่งรู้ว่าโรคของน้องมีการลุกลามไปมากแล้ว....การใส่ท่อช่วยหายใจคงเป็นแค่การยืดเวลาออกไป...ไม่ได้เป็นการรักษาให้หาย...ผลที่ตามมาจะต้องมีการดูดเสมหะ การติดเชื้อ...และทำหัตถการที่เจ็บปวด...

เมือเจออย่างนีคุณหมอจะให้ข้อมูลอย่างไร...เพื่อให้คุณแม่และครอบครัวยอมรับการเจ็บป่วย...และใช้การรักษาแบบประคับประคอง...ดูแลช่วงเวลาที่เหลืออยู๋ให้ลูกไม่ทุกข์ทรมาน...

ฉันที่เป็นพยาบาลจะพูดอย่างไร...เมือแม่น้องบอกว่า...ป้าแดง...จะทำอย่างไร...แนะทางเลือกที่เหลืออยู่น้อยนิด...

พรุ่งนี้จะมาบันทึกต่อค่ะ...