เพลงอีแซว สายเลือดสุพรรณฯ
ความฝังลึก การเรียนรู้ที่อยู่ภายใน
หลากหลายงาน ในแต่ละสถานที่
บนเวทีการแสดง ที่แตกต่างกัน
โดย ชำเลือง มณีวงษ์
วันนี้ผมได้เก็บภาพการแสดงในหลายสถานที่ ที่ผ่านมา จากเวทีการแสดงหลายแห่ง ถึงแม้ว่าในบางสถานที่ไม่มีเวทีการแสดงให้ ต้องเล่นเพลงพื้นบ้านอยู่บนพื้นดิน แต่ก็ได้รับความอบอุ่น เด็ก ๆ นักแสดงทุกคนมีความพึงพอใจและประทับใจกับความเมตตา ความปรารถนาดีของท่านเจ้าภาพ ผู้ที่ติดต่องานการแสดงทำให้เด็ก ๆ ได้มีเวทีแสดงออกและที่สำคัญคือ พวกเขามีรายได้จากการแสดงความสามารถในแต่ละงานอย่างเหมาะสม
ผมมีความสุขใจที่เด็ก ๆ ในวงได้ทุ่มเทกำลังความสามารถจนมีคุณภาพ พร้อมที่จะออกไปรับใช้สังคมได้ตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมเล็กหรือใหญ่โตขนาดไหน ไม่ว่าจะมีเวลาให้ทำการแสดงมากน้อยเพียงใด ถ้าเป็นการแสดงเต็มเวลา (3-4 ชั่วโมง) เด็ก ๆ เขาจะมีความสุขกันมาก ๆ ได้แสดงออกอย่างเด่นชัด แต่ก็มีบางงานที่การแสดงเป็นเพียงการเกริ่นนำเข้าสู่กิจกรรมของงานนั้น ๆ บางครั้งแสดงรอบละ 15-20 นที (น้อยกว่านั้นก็มี) แต่จะเป็นการแสดงหลายรอบใน 1 วัน
เพลงอีแซว สายเลือดสุพรรณฯ กับงานแสดงเพลงพื้นบ้านที่ผ่านมา เป็นเวลาต่อเนื่องที่ยาวนาน 19 ปี แล้ว เมื่อหันหลังกลับไปมองกาลเวลาที่ผ่านมา ภาพเก่า ๆ เริ่มที่จะเลือนรางลงไปตามกาลเวลา เด็ก ๆ หลายคนผ่านมาเข้าวงเพลงอีแซว รุ่นแล้วรุ่นเล่า บางคนมาด้วยใจรัก (รักเพลงพื้นบ้านจริง ๆ) ประเภทนี้ฝึกได้และโดยมากมักจะอยู่กับวงจนจบการศึกษา แต่เด็ก ๆ บางคนก็มาโดยความประสงค์ที่หมิ่นเหม่ไม่ได้ฝังใจอะไร มาอยู่ได้สักระยะหนึ่งแล้วก็เลิกกลางคันไปอย่างน่าเสียดาย
ในแต่ละปี ผมและเด็ก ๆ รุ่นโตจะต้องสรรหาผู้แสดงเข้ามาร่วมในทีมงาน เพราะจะมีนักแสดงรุ่นพี่ จบการศึกษา ชั้น ม.6 ออกไป เด็ก ๆ บางคนมีความสามารถทางการแสดงสูงมากแต่เขาก็มิได้ส่อแววให้เราได้รับรู้ ได้เห็นเขาเลย การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในแต่ละชั่วโมง มิได้ทำให้ครูได้เห็นพฤติกรรมที่เรียกว่า ทัศนคติ (Attitude) ทัศนคติ, เจตคติ ค่านิยม, (ความเชื่อที่บุคคลนั้น ๆ คิดและรู้สึกต่อประเด็นหนึ่ง ๆ เช่น การแสดงเพลงพื้นบ้าน) ทั้งนี้เพราะความเชื่อ เป็นความรู้สึกตัวที่จะส่งผลถึงพฤติกรรมในอนาคตได้
บางท่านเคยกล่าวไว้ว่า เขาสืบสานเพลงพื้นบ้านโดยจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้กับนักเรียนทั้งห้อง ไม่มีเลือกกลุ่มนักเรียนมาสอน รูปแบบนี้ผมมั่นใจว่า จะได้แค่ เรียนรู้ เพราะพฤติกรรมชี้ให้เห็นเพียงการเรียนรู้ไม่น่าที่จะติดตัวยาวออกไปในอนาคตได้
บางท่านกล่าวว่า เขาฝึกหัดเพลงพื้นบ้านให้กับนักเรียนทั้งในเวลาเรียน นอกเวลาเรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน รวมทั้งนอกเวลาเรียน ท่านผู้นี้ผมมองว่ามีความเสียสละและทุ่มเทกำลัง แรงงานเต็มที่ เพียงแต่เราไม่ทราบว่า ตัวท่านมีความสามารถในระดับใด เพราะต่อให้ทุ่มเกิน 100 เปอร์เซ็นต์ก็ได้ผลแค่ นักเรียนปฏิบัติได้
บางท่านพยายามที่จะแสดงหาความรู้ฝึกหัดตนเองในกิจกรรมที่จะนำไปถ่ายทอดสู่นักเรียนอย่างน่ายกย่อง เมื่อจักกิจกรรมการเรียนรู้สามารถที่จะจำแนกได้ว่า นักเรียนกลุ่มใดแค่การเรียนรู้ก็เพียงพอแล้ว นักเรียนกลุ่มใดควรที่จะได้รับการฝึกปฏิบัติให้มีความสามารถในการแสดงออกที่สูงขึ้น และนักเรียนกลุ่มใดมีความสนใจเป็นพิเศษที่จะต้องผลักดันไปสู่ทัศนคติที่ดีต่อศิลปะการแสดงเพลงพื้นบ้านจนถึงขั้นระดับมืออาชีพได้
ผมเคยได้ยินมาว่า การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ที่สามารถจัดให้นักเรียนบรรลุพฤติกรรมทั้ง 3 ด้าน คือ ความรู้ ทักษะ เจตคติ จะเป็นความรู้ที่ติดแน่นคงทน ถาวร ในประเด็น ความรู้ ทักษะ ผมมั่นใจว่าเข้าถึงได้แน่ แต่ในประเด็น เจตคติ หรือ ทัศนคติ หรือความเชื่อ ความรู้สึกตัว มิใช่เรื่องง่ายที่จะจัดการเรียนรู้เพียง 1-2 ชั่วโมงแล้วเกิดตัวนี้ได้ ผมว่าจะต้องสั่งสมความรู้กันเป็นปีหรือยาวไกลออกไปเป็นหลาย ๆ ปี จึงจะเกิดขึ้นได้
เรื่องของทัศนคติ ค่านิยม ความเชื่อ เป็นความพร้อมของบุคคลที่มีเฉพาะเจาะจงกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งด้วยการแสดงความรัก หวงแหน ใกล้ชิด พึงพอใจในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แล้วแสดงออกอย่างมั่นใจ พูดให้เห็นอย่างชัดเจนคือ เป็นพฤติกรรมที่ซ่อนอยู่ภายใน ยากที่จะวัดได้จากรูปลักษณ์ภายนอก
สถานที่หนึ่ง มีกิจกรรมที่แสดงถึงการอนุรักษ์ สืบสานงานเพลงพื้นบ้านจนเป็นที่ยอมรับ ได้รับการยกย่องในการจัดทำเอกสารมากมาย แต่ผลผลิตไม่มีความโดดเด่นให้เป็นที่ปรากฏ อย่างนี้น่าที่จะเรียกได้ว่า เป็นเพียงการจัดการเรียนรู้ ความรู้ บอกได้ อธิบายได้เท่านั้นเอง ยังไม่ถึงขั้นการอนุรักษ์ หรือสืบสาน
สถานที่อีกแห่งหนึ่งมีการฝึกหัดเพลงพื้นบ้านให้กับนักเรียนที่สนใจ (แคบลงมาดูน่าเชื่อถือ) จนเด็กๆ มีความสามารถร้องเป็นเล่นได้ออกไปแสดงบนเวทีในงานต่างๆ ได้ 15-30 นาที (เวลาที่ทำได้ยังไม่ถึงขั้นที่จะยอมรับว่าปฏิบัติได้) น่าจะเป็นการเรียนรู้ที่สูงขึ้นเท่านั้น
เรื่องของค่านิยมไทย ทัศนคติที่มีต่อศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น เป็นเรื่องที่ลึกซึ้ง หากมองเพียงผิวเผินดูเหมือนว่าใครก็ทำได้ แต่แล้วทำไมบนเวทีการแสดงที่มีมาตรฐาน งานใหญ่ ๆ ระดับจังหวัด ระดับภูมิภาคไปจนถึงระดับประเทศจึงไม่ปรากฏว่ามีผลงานประเภทนี้จากแหล่งที่จัดให้มีกิจกรรมการแสดงพื้นบ้านให้เห็นบนเวที แล้วที่ทำกันไปคนแล้วคนเล่า โยชน์ที่ได้คืออะไรกันแน่
ผมชี้ประเด็นให้ท่านได้เห็นข้อเท็จจริง ความจริง ความรู้ที่ลึกซึ้งอยู่ลึกลงไป จะเห็นได้ว่า ภูมิปัญญาท้องถิ่นมิใช่เรื่องของวิชาการล้วน ๆ แต่เป็นรากฐานของความรู้ที่จะต้องเข้าให้ถึงอย่างแท้จริง จึงจะได้ชื่อว่า เป็นผู้สืบทอด ต่อยอดสู่มืออาชีพให้กับนักเรียน และเมื่อนั้นแหละครับ คำว่า ทัศนคติ ความเชื่อ ค่านิยมของเด็ก ๆ จะฝังลึกอยู่ในตัวตนของเขาจนแกะแทบไม่ออก เพราะมันได้ฝังรากลงลึกไปจนสุดตัวของเขาเสียแล้ว
ผมมีภาพการแสดงจาก 3 สถานที่มาฝาก ขอให้สังเกตที่บรรยากาศ ตัวนักแสดงทั้งทีม บุคลิกลักษณะ ความพร้อมของนักแสดงรวมไปถึงวัสดุ อุปกรณ์การแสดงบนเวที
งานแรก เป็นการแสดงในงานวันผู้สูงอายุ ครั้งที่ 5 (งานสงกรานต์) ที่ อบต.คลองโยง อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2553 งานนี้เด็ก ๆ เขามีความสุขมากนะ พี่ ๆ เจ้าหน้าที่ของ อบต.คลองโยงให้การดูแลดีมาก แสดงกันตั้งแต่เวลา 08.30-11.45 น. เปียกชุ่มกันไปทั่วทุกคน
งานที่สอง เป็นการแสดงในงานสงกรานต์ (ถนนคนเดิน) อบต.ด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2553 งานนี้บริเวณจัดงานอยู่ในหมู่บ้าน ก่อนถึงหาดทรายด่านช้าง เด็ก ๆ บ่นกันมากว่า มืดแล้วยังไม่มีคนดูมาเลย เพลงเริ่มแสดงเวลา 20.30-23.45 น. ท่านผู้ชมมาให้กำลังใจหนาตา จนทำให้ผู้แสดงไม่อยากที่จะลาเวทีไปเลย

งานที่สาม เป็นการแสดงในงานแก้บนที่ศาลพ่อปู่ อยู่ที่วังหว้า อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2553 บริเวณของการแสดงอยู่ที่หน้าศาลพ่อปู่ทางเจ้าภาพมีเสื่อหลายผืนปูรองพื้นสถานที่แสดงให้ เด็ก ๆ บ่นกันบ้าง (ไม่มาก) ว่าพื้นไม่เรียบ งานนี้เจ้าภาพเลี้ยงดูดีมาก อิ่มไปตาม ๆ กัน ผู้ชมมาให้กำลังใจหนาตา แถมมีรางวัลน้ำใจมอบให้ผู้แสดงด้วย
ภาพที่ปรากฏบนเวทีอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน 19 ปี ต่างสถานที่ต่างเวลาเป็นตัวชี้ที่ไม่ต้องหาค่าใด ๆ ทางสถิติเพราะนี่คือความจริงที่บ่งบอกถึงคุณภาพได้ชัดเจนยิ่งกว่าปริมาณ
ความเชื่อ เป็นความรู้สึกตัวที่จะส่งผลถึงพฤติกรรมในอนาคตได้จริง เรื่องของค่านิยมที่ดี เป็นสิ่งที่สร้างได้ยาก ไม่เหมือนกับกระแสนิยมที่ปฏิบัติตามได้ง่าย และถูกใจวัยรุ่นด้วย ขอบคุณอาจารย์ชำเลือง มณีวงษ์ ที่ให้แนวคิดดี ๆ แก่เยาวชน