แพทย์แนะ 3 สูตร วิธีอยู่อย่างสุขในยุคแห่งความเครียด....เหตุจากการสูญเสีย

แพทย์แนะ 3 สูตร วิธีอยู่อย่างสุขในยุคแห่งความเครียด....เหตุจากการสูญเสีย

              นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผอ.ศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ ได้เขียนบทความไว้ในเดลินิวส์ออนไลน์  น่าอ่านมากโดยเรื่มต้นว่านับจากเกิดเหตุการณ์ความสงบในประเทศไทย สื่อทุกแขนงนำเสนอข่าวกันตลอดเวลา ทำให้คนไทยได้รับภาพของความสูญเสียทุกวัน จนเกิดความทุกข์แบบไม่รู้ตัว เนื่องจากภาพเหล่านั้นผ่านเข้าไปถึงจิตใต้สำนึก ซึ่งนอกจากจะไม่ได้ช่วยอะไรแล้ว อาจจะยิ่งทำให้โหมไฟเครียดให้เพิ่มมากขึ้น และภาพลบเหล่านี้จะสร้างธาตุเครียดขึ้นมากัดกินสมอง เข้าทำลายส่วนกลีบเนื้องที่เป็นความจำดี ๆ ได้ หากมีความเครียดสะสมธาตุเครียดก็จะสร้างตะกรันทุกข์ขึ้นมาเป็นลักษณะก้อนโปรตีนใหญ่น้อยมาคอยแกะเนื้อสมองจนรุงรัง ดังนั้นเมื่อสมองถูกแย่งที่ส่วนดี ๆ ไปหมดแล้วก็ไม่อาจเก็บภาพที่สวยงามอื่นเพิ่มเติมได้อีก แถมความจำดีที่เคยมีก็จะยิ่งฝ่อหายไปด้วย มันสมองจึงกลายเป็นก้อนทุกข์ไปทั้งก้อนโดยไม่รู้ตัว 

                สำหรับ เคล็ดลับในการล้างทุกข์ออกจากสมองต้องใช้เทคนิคลอกทีละชั้นแทนการหักดิบ ซึ่งเรียกว่าแนวอายุรวัฒน์ มีอยู่ 3 ข้อหลัก คือ การผ่อนชีวิต คิดให้สวย ช่วยด้วยสัมผัส

               สูตรแรกคือการผ่อนชีวิต เรียกว่า "สโลไลฟ์" (Slow life) ซึ่งไม่ได้หมายความว่าให้ขี้เกียจ แต่ต้องปรับตัวคือ

                   1.นอนเร็วขึ้น อ่านหนังสือให้มากขึ้น เพื่อให้สมองได้พักจดจ่ออยู่นิ่ง เพราะถ้าว่างจัดสมองจะคิดว้าวุ่นไปจนเหนื่อย

                   2. กินข้าวเป็นเวลา โดยจัดเวลาอาหารให้ท้องและสมองให้ใกล้เวลาเดียวกัน แม้จะมีงานค้างอยู่ แต่ขอให้หาเวลารับประทานให้ได้เป็นเวลาใกล้เคียงกันในแต่ละวัน 3.ทำกิจกรรมทีละอย่าง เช่นถ้ากินข้าวก็กินอย่างเดียวอย่าดูทีวีหรืออ่านหนังสือ อาจมีการคุยกันระหว่างรับประทานได้บ้าง เป็นการผ่อนสมองจากที่ต้องทำหรือที่เรียกว่า "พหุงาน" (Multitasking job)

               สูตรสอง "คิดให้สวย" ให้คิดว่า สมองเหมือนคอมพิวเตอร์ที่ยิ่งเก็บข้อมูลดีไว้มากก็ทำให้เครื่องสะอาดทำงานคล่อง ยิ่งเก็บไว้จนล้นเลยยิ่งดี ทุกขณะเป็นภาพที่งามหัวใจได้หมด ให้เก็บไว้มากจนยามใดที่หลับตาแล้วสมองจะเล่นภาพนั้นขึ้นมาโดยอัตโนมัติ เช่น เปิดหน้าต่างออกมองท้องฟ้ากว้างสีฟ้าสวยแล้วถ่ายภาพเก็บไว้ในหัว แหงนดูดวงดาวยามค่ำคืนแล้วจะรู้สึกสงบเย็นไม่เป็นตัวตนอัตตา ให้รู้สึกว่าทุกนาทีชีวิตเป็นความสวยงามที่ต้องซาบซึ้งให้มากที่สุด นั่งวาดภาพสวยด้วยตัวเอง ชอบภาพไหนให้นึกไว้แล้ววาดออกมา ภาพข่าวใดที่น่ากลัวให้มองผ่านไปอย่าประทับในใจให้แน่นนัก  ให้ตระหนักเสมอว่าชีวิตสั้นมาก อยากให้ใช้สร้างสุขให้มากที่สุด

               สูตรสาม "ช่วยด้วยสัมผัส" การถูกลูบไล้ให้ตรงจุดนั้นช่วยปรุงให้เกิดความสบายขึ้นมาจากกายสู่ใจ  ดังนั้นวิธีดูว่าใครนวดดีหรือไม่ให้ดูที่ถ้านวดแล้วรู้สึกสบายออกมาจากใจนั่นแปลว่า ใช่เลย  โดยวิธีสัมผัส อาจเริ่มจากตัวเราทำเองก่อน เช่น แช่น้ำอุ่นสักพักแล้วใช้ฟองน้ำหรือผ้าขนหนูถูตัวสักครึ่งชั่วโมง เวลานอนให้เอาเท้าสองข้างถูกันไปมาจนกว่าจะหลับสนิท เอามือดันศีรษะแบบต้านแรงกันทีละข้าง ซ้าย,ขวา,หน้าและหลัง จุดน้ำมันหอมแบบ "สุคนธบำบัด" แล้วใช้น้ำมันหอมนั้น นวดตามจุดชีพจร ถ้าบำบัดเองไม่หายก็อาจลองหา "นักนวด" มานวดแบบผ่อนคลายให้ก็ได้

       ที่มา.....เดลินิวส์ออนไลน์  ประจำวันที่  27  พฤษภาคม  พศ2553