สวัสดีชาว Blog และ แฟนๆรายการคิดเป็น
วันนี้ประเทศไทยของเราเกิดวิกฤตการณ์ทางด้านการเมืองอย่างรุนแรง มีการแบ่งขั้วความคิดทางการเมืองอย่างชัดเจน เป็นเหตุให้เกิดการชุมนุมและก่อความวุ่นวาย และท้ายสุดเกิดเหตุการณ์จลาจลในกรุงเทพ มีคนเสียชีวิตจากการก่อจลาจล มีการเผาทำลายแหล่งการค้าสำคัญอย่างย่านราชประสงค์ สีลม อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายกับผู้ประกอบธุรกิจขนาดใหญ่จนมาถึงค้าปลีกรายย่อย รวมถึงชาวบ้านทั่วไปที่พักอาศัยอยู่บริเวณนั้นๆ ทางรายการ”คิดเป็นก้าวเป็น กับ ดร.จีระ” ต้องขอแสดงความเสียใจกับผู้สูญเสียในครั้งด้วย และเป็นกำลังใจให้ชาวไทยทุกคนช่วยการเยียวยาและฟื้นฟู สภาพบ้านเมืองที่เสียหายและจิตใจชาวไทยที่กำลังอ่อนแอ ให้กลับมาเป็นไทยดังเดิม
และสำหรับประเทศไทยในอนาคตจะเป็นอย่างไร พวกเราคนไทยต้องปรับตัวและเตรียมพร้อมอย่างไร หลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ จะมีบทเรียนอะไรให้เราใช้เป็นแนวทางในการแก้ปัญหาในอนาคตบ้าง วันนี้เรามาฟังการสนทนาของ ดร.จีระ กับ กูรูทางด้านการตลาดของเมืองไทยศาสตราภิชานไกรฤทธิ์ บุณยเกียรติที่จะมารวมกันวิเคราะห์ประเทศไทยในมุมต่างๆ หลังเกิดวิกฤตทางการเมืองให้ฟัง
ติดตามรายการคิดเป็น...ก้าวเป็น กับ “ดร.จีระ” ตอน จีระพบไกรฤทธิ์ กับอนาคตประเทศไทยหลังสงครามแบ่งสีตอนที่ 1 ได้ทาง TNN 2
วันเสาร์ที่ 29 พ.ค. 53 เวลา 23.30 น. และ เวลา 00.30 น.
วันอาทิตย์ที่ 30 พ.ค. 53 เวลา 12.00 น.
และสำหรับคำถามประจำสัปดาห์ ศาสตราภิชานไกรฤทธิ์ บุณยเกียรติ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านใด
ก.เศรษฐศาสตร์
ข.การตลาด
ทางรายการจะมอบหนังสือ เรื่อง the war for wealth สงครามเพื่อความมั่นคง ให้เป็นรางวัล สำหรับ blogger ถ้าสนใจอยากจะได้หนังสือนอกจากตอบคำถามแล้ว ให้ช่วยเเสดงความคิดเห็นและให้กำลังใจชาวไทยด้วยกันผ่านทาง blog นี้ได้
ทีมผลิตรายการ
ขอตอบคำถามน่ะครับ
ศาสตราภิชานไกรฤทธิ์ บุณยเกียรติ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน การตลาด
สถานการณ์ในบ้านเมือง ณ ขณะนี้ต้องการการประคบประหงมอย่างที่สุด เปรียบดังคนที่เพิ่งผ่านพ้นการป่วยหนักที่เกือบจะเอาชีวิตไม่รอด ฉะนั้นสิ่งที่ดีที่สุด คือขอให้ทุกฝ่ายหยุด สาดโคลนระหว่างกัน หยุดเติมเชื้อไฟ หยุดการยั่วยุ หยุดสร้างเงื่อนไขให้บางกลุ่มบางพวกสามารถนำมาเป็นประเด็นเรื่องสองมาตรฐาน....โปรดช่วยกันรักษาประเทศไทยให้กลับมาแข็งแรงดั่งเดิม...เพราะนี่เป็นบ้านของเรา..และเรามีบ้านแค่หลังเดียว
รายการคิดเป็นก้าวเป็นกับ ดร.จีระ ตอน จีระพบไกรฤทธิ์ กับอนาคตประเทศไทยหลังสงครามแบ่งสี
ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ประเทศไทยในอนาคต ภาพลักษณ์ประเทศไทย รายการคิดเป็นก้าวเป็นกับ ดร.จีระ
ศาสตราภิชานไกรฤทธิ์ บุณยเกียรติ
สวัสดีครับท่านอาจารย์ทั้งสอง ผมเคยแสดงความิดเห็นใว้ใน บล็อกปริญญาเอกนิเทศศาสตร์ ม.เกริก นวัตกรรมสื่อสาร “นายกรัฐมนตรีของไทย” ในครั้งนั้นคนไทย เสียชีวิตไปเพียงยี่สิบกว่า ขอหยิบยกมาให้ทบทวนส่วนหนึ่งคือ
. การสื่อสารด้านการเมือง กล่าวคือผู้นำสูงสุดทางการเมืองในปัจจุบัน ในสายตาของนักศึกษาปริญญาเอก
วันที่ ๑๐- ๑๘ เมษายน ๒๕๕๓
เรียน...ท่าน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ...ในนามนักศึกษาปริญญาเอก ของมหาวิทยาลัยเกริก ขอแสดงความคิดเห็น และนำเสนอมายังท่าน นายกอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดยขอถือโอกาสนี้ใช้ ขบวนการการสื่อสารนวัตกรรมของ ท่าน ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์
เป็นสะพานส่งผ่านไปยังท่านนาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี สภาวะการทางการเมืองในปัจจุบัน ความขัดแย้งทางความคิด
. ที่ดำเนินอยู่อย่างหนักหน่วงในขณะนี้ ขอเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหา ‘ที่เรียกได้ว่า’ “ในฐานะผู้ชมที่มองดูแล้วเห็นการแสดง
ทั้งสองฝ่าย คิดว่าข้อเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาน่าจะตรงประเด็นที่สุด คือ Solutions should be most relevant. การลงมือทำด้วยตัวของท่านนายก นั้นเอง ที่จะสามารถแก้ปัญหานี้ได้โดยง่ายดาย และใช้เวลาเพียงพลิกฝ่ามือเท่านั้น
ปัญหาสำคัญๆที่เกิดขึ้น ขึ้นอยู่กับใจของท่านนายกเองทั้งสิ้น “ท่านพร้อมหรือไม่” ที่จะแก้ไขปัญหานี้ เมื่อท่านพร้อม กระบวนการฐานความคิด
ที่ท่านจำเป็นต้องใช้ “ในฐานะที่ท่านสวมใส่หัวโขนมงกุฎดอกไม้นายกแห่งประเทศไทยอยู่” เพื่อความสำเร็จผล ต่อการแก้ไขปัญหาในครั้งนี้ มีแนวความคิดอยู่เพียง ๔ ประเด็นก็คือ
๑) ในมุมมองของท่านนายก ท่าน ต้องเห็นว่าประชาชนทั่วประเทศ ทุกผู้ทุกนามเป็นพรรคพวกของท่าน หรือญาติพี่น้องของตัวท่านเอง โดยมองภาพรวมให้ทั่วถึง และพระยายามทำความเขาใจที่ดี ที่น่าเชื่อถือต่อประชาชน ให้ครบถ้วนทั่วทุกตัวนาม
๒) ในทางการสื่อสารท่านนายก ท่านต้องใช้ความกล้าหาร แสดงความจริงใจต่อประชาชน ทั่วไป ทั้งทางวาจากิริยาท่าทางและเนื้อหา
๓) ในฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง ท่านต้องแสดงภาพลักษณ์ออกมาจากใจโดยคำนึงถึงสภาพความเป็นจริงที่ท่านมีความจำเป็นที่จะต้องบริหารบ้านเมืองโดยต้องคำนึงถึงประชาชนทุกภาคส่วน การแสดงท่าทีที่จะยุดติบทบาททางการเมือง
ด้วยเหตุต่างๆที่มีอยู่จริง และเหตุผลของฝ่ายการเมืองตรงข้าม ท่านต้องหยิบยกขึ้นมาอธิบาย โดยที่ท่านไม่ต้องรอเชิงให้สองฝ่ายมาเจรจาด้วยเลย
๔) ในฝ่ายมวลชล เพื่อแสดงให้ประชาชนเห็นถึงความจริงใจว่าตัวตนท่านนายกทำเพื่อประชนและประเทศชาติจริงๆ
โดยไม่จำเป็นต้องเสียเลือดเนื้ออีก และขอเวลาบ้างเมื่อประชาชนเข้าใจในความจริงใจของท่านแล้วประชาชนก็จะไว้วางใจให้โอกาส
กลับบ้านไปรอเวลาที่ท่านนายกขอ และหากฝ่ายการเมืองในสังกัดหรือฝ่ายตรงข้ามก็ตามไม่ยอมรับความคิดของประชาชนเขาก็จะถูกประชาชนจะคลางแคลงใจและไม่ชื่อถือไปเองโดยที่ท่านไม่ต้องออกแรงปิดกั้นสื่อและหรือใช้ความรุนแรงให้เสียคะแนนเลย.....
ทั้งหมดนี้หากนำไปปรับใช้เหตุการหลัง18 พค.2553 อาจไม่เกิดขึ้นก็เป็นได้
"ความคิคอันน้อยนิดหากผิดพรังโปรดอภัย"
( ด้วยความปรารถนาดีจาก) นายจิตรการ กาญจนเลขา