รวมความว่า ปัญญาที่รู้อะไรก็ตาม ที่รู้ออกคือรู้ออกนอกไปจากตัวเรา เช่น วิชารบ วิชาเดินเรือ และวิชาทำดาวเทียม เป็นต้น เรียกวิชาทางโลก เพราะเป็นวิชาที่ทำให้เป็นอยู่ในโลกได้โดยสะดวก ส่วนปัญญาที่รู้เข้า คือ รู้เข้ามาในตัวเรา รู้สภาพความจริงในตัวตนของเรานี้เอง เรียกว่าวิชาในทางธรรม ในวิชาทั้งสองอย่างนี้วิชาโลกมีมากมาย เหลือที่จะคณานับเรียนเท่าไรก็ไม่รู้จักจบ เพราะวิชาโลกเกิดขึ้นเรื่อยๆ ตามความเจริญของโลก ดูเหมือนยิ่งเรียนยิ่งไม่รู้อะไรเลย และไม่มีทางที่จะประสบความสุขอย่างแท้จริงโดยปราศจากความทุกข์ได้
ส่วนวิชาทางธรรมนั้นเป็นวิชาที่ประเสริฐ เป็นวิชาที่เรียนจบได้ เพราะที่สุดของวิชา คือทำให้ผู้รู้แล้วพ้นจากทุกข์ได้โดยไม่ต้องเรียนอะไร จึงจัดเป็นวิชาที่ดีเลิศ และเป็นวิชาที่ทุกคนควรเร่งศึกษาให้จบ จนถึงที่สุดเสียโดยเร็ว เพราะถ้าเรียนวิชาทางธรรมจบแล้ว วิชาโลกก็ไม่มีความหมาย รู้สึกว่าจะเป็นเรื่องเล็กที่สุด ตอนนี้ขอแทรกคติธรรมให้นำไปคิดว่าดังนี้
วิชาโลก เรียนเท่าไร ไม่รู้จบ
เพราะพิภพ กลมกว้างใหญ่ ลึกไพศาล
วิชาธรรม เรียกแล้วทำ จนชำนาญ
ย่อมพบพาน จุดจบ สบสุขเอย
ที่มา : หนังสือที่เป็นเข็มทิศชีวิตเพื่อความสำเร็จ หน้าที่ของคน โดย พระสุธรรมเมธี (เขมกะ ผู้ก่อตั้งธรรมสภา)