เขื่อนวชิราลงกรณ์

เริ่มก่อสร้างในเดือนมีนาคม 2522 เสร็จในปี 2527 แต่เดิมมีชื่อว่า เขื่อนเขาแหลม หลังสร้างเสร็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ฯ ทรงประกอบพิธีเปิดเขื่อนวชิราลงกรณ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 มกราคม 2529 และพระราชทานชื่อใหม่ว่า เขื่อนวชิราลงกรณ 

 

เขื่อนวชิราลงกรณ์ (เขื่อนเขาแหลม) ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าขนุน เขื่อนวชิราลงกรณเป็นเขื่อนหินถมดาดหน้าด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กสูง 92 เมตร สันเขื่อนกว้าง 10 เมตร ยาว 1,019 เมตร กั้นลำน้ำแควน้อย เป็นเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำเอนกประสงค์ มีความสวยงามตามธรรมชาติ บริเวณเหนือเขื่อนมีทิวทัศน์สวยงาม เหมาะสำหรับการล่องเรือชมทิวทัศน์สภาพธรรมชาติของอ่างเก็บน้ำ และสามารถชมสวนมะพร้าวกะทิบนเกาะกลางน้ำซึ่งต้องนั่งเรือจากเขื่อนไป 1 ชั่วโมง

เขื่อนวชิราลงกรณเป็นเขื่อนเอนกประสงค์โดยมีวัตถุประสงค์ด้านผลิตกระแสไฟฟ้าเป็นหลัก สร้างปิดกั้นแม่น้ำแควน้อยบริเวณตำบลท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี อยู่ห่างจากตัวอำเภอไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ประมาณ 6 กิโลเมตร ตัวอ่างเก็บน้ำอยู่ในท้องที่อำเภอท้องผาภูมิ และอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี มีพื้นที่รับน้ำฝน 3,720 ตารางกิโลเมตร

ด้านพลังงาน

สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้เฉลี่ยปีละประมาณ 760 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง

ด้านการบรรเทาอุทกภัย

โดยปกติน้ำในฤดูฝน ทั้งในลำน้ำแควน้อย และแควใหญ่จะมีปริมาณมาก เมื่อไหลมารวมกันจะทำให้เกิดน้ำท่วม ลุ่มแม่น้ำแม่กลองเป็นประจำ หลังจากได้ก่อสร้างเขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนวชิราลงกรณแล้วเสร็จ อ่างเก็บน้ำของเขื่อนทั้งสองจะช่วยเก็บกักไว้ เป็นการบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ดังกล่าวอย่างถาวร

ด้านการชลประทานและการเกษตร

ทำให้มีแหล่งน้ำถาวรเพิ่มขึ้นอีกแห่งหนึ่ง เพื่อช่วยเสริมระบบชลประทาน ในพื้นที่ของโครงการแม่กลองใหญ่ โดยเฉพาะทำการเพาะปลูกในฤดูแล้ง จะได้ผลผลิตการเกษตรเพิ่มขึ้น

ด้านการประมง

อ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนเหมาะสำหรับเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดได้เป็นอย่างดี และยังช่วยเพิ่มพูนรายได้ให้แก่ประชาชนอีกทางหนึ่งด้วยพร้อมกับรักษาคุณภาพน้ำแม่กลอง  ต้านน้ำเค็มและน้ำเสียในฤดูแล้ง รวมทั้งยังมีน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมของสองฝั่งแม่กลองอีกส่วนหนึ่ง และจากการปล่อยน้ำจากเขื่อนเพิ่มขึ้นในฤดูแล้งจะช่วยขับไล่น้ำเสียและผลักดันน้ำเค็มทำให้สภาพน้ำในแม่น้ำแม่กลองมีคุณภาพดีขึ้น

ด้านการท่องเที่ยว

เขื่อนวชิราลงกรณยเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย ในแต่ละปีจะมีนักทัศนาจรทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศมาเยี่ยมชมกันเป็นจำนวนมาก

ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ไปเที่ยวครับ

เลยนึกถึงภาพที่ถ่ายเก็บเอาไว้

และถามตัวเองว่าอยากไปที่ไหน

ที่แรกก็องค์พระปฐมเจดีย์ ไปกราบพระร่วง

ที่สองก็เขื่อนวชิราลงกรณ์ ที่นี้อากาศดีมากครับ มองทะเลสาบที่กว้างไกล พร้อมกับลมเย็นๆ สูดอากาศบริสุทธิ์ เข้าปอดให้เต็มที่

นึกแล้ว อยากไปอีกหลายๆครั้งจังครับ

สบายใจ สบายตามากครับ ลมเย็นๆ น้ำใสๆ


ตอนแรกก็งงครับ ว่าจะให้เอาไปทำไม

พี่ยามแกให้เอาไปกันลิง

และห้ามนำขนมติดตัวไปด้วย เดี๋ยวลิงจะแย่ง

ไอ้เราก็อยากทดสอบ

เลยติดขนมไปด้วยสองถุง

จากภาพจะเห็น น้องลิงแสดงอาการกลัวหนังกะติ๊ก แต่อย่าไปยิงน่ะครับ แค่โชว์เจ้าลิงก็กลัวแล้ว

จากภาพ เจ้าลิงดูน่ารักมาก  ในเวลาต่อมา  หล่อนกับเพื่อนๆของหล่อน มาเป็นฝูง

มาถึงตอนนี้หนังกะติ๊ก

ช่วยอะไรไม่ได้มากครับ

 วิ่ง กับ วิ่ง อย่างเดียว

 ไม่ต้องคิดชีวิต

ไม่ต้องนึกถึงพ่อแก้วแม่แก้ว 

ลองนึกภาพควายกำลังวิ่งหนีลิง

เห็นภาพใช่ไหมครับ

 

ทิ้งถุงขนมที่มีทั้งหมดไว้ให้พวกหล่อนเลย

ไม่ต้องเสียดาย

ตอนนี้หนังกะติ๊กช่วยอะไรไม่ได้มากจริง เพราะพวกหล่อนมากันเป็นฝูง แต่ถ้าเอาไปหลายๆอันก็คงช่วยได้

หลังจากนั้นไม่สามารถเก็บภาพมาฝากได้ครับ

กลัวพวกหล่อน

อยากจะได้กล้องขึ้นมาอีก

เลยต้องลงไปด้านล่างของเขื่อน

ยังไงถ้าไปเที่ยว

ก็ติดหนังกะติ๊กไปหลายๆอันน่ะครับ

แต่อย่าไปยิงเขาน่ะครับ

เอาภาพหนังกะติ๊กกับมีดส่วนตัวที่ใช้เป็นประจำมาฝากครับ

มีบริการบ้านพักและเรือ

(ต้องเช่าเป็นหมู่คณะ)

นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อสอบถามได้ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

โทร. 0 3459 8030, 0 3459 9077

ต่อ 2452, 2506

กรุงเทพฯ โทร. 0 2436 6046-8

http://www.tourdoi.com/travel/dam/wachirarongkorn.htm

http://www.moohin.com/021/021d003.shtml