............      

 
วันอาทิตย์ที่ 17  พฤษภาคม  2553  ที่ผ่านมา มีความรู้สึกเหมือนมีหยากไย่ติดที่ผมหรือเปล่า  เพราะที่ตาของเราเหมือนมีอะไรติดอยู่  ส่องกระจกดูก็ไม่มี  ล้างหน้าแล้วก็ไม่หาย กลางคืนมีแสงเหมือนหิ่งห้อยลอยอยู่ตรงหน้า เช้าไปทำงานเล่าให้เพื่อนฟัง  เขาบอกทำเฉย ๆ ก็จะหายไปเองแหละ  ตาคงอักเสบ  หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป  ไม่เจ็บ  ไม่ปวด  ไม่มีอาการใด ๆ ทั้งสิ้นแต่รำคาญ
 
วันเสาร์ที่ 22  พฤษภาคม  2553  ตัดสินใจไปพบคุณหมอที่เคยผ่าตัดตาต้อกระจกให้เมื่อ 2 ปีที่แล้ว  ที่นี่เป็นคลินิกเอกชนของหมอกฤษฎา  คนไข้เยอะมาก ต้องรอคิวเป็นเวลานานพอสมควร การที่คนไข้ของหมอตาทั้งเด็ก  ผู้ใหญ่  ผู้สูงอายุ  มากอย่างนี้แสดงว่าปัจจุบันนี้คนมีปัญหาเรื่องตากันมาก  เมื่อถึงเวลาตรวจก็ปฏิบัติตัวตามการตรวจตา คุณหมอบอก "วุ้นตาเสื่อม" เป็นตามวัยรักษาไม่ได้  ไม่เกี่ยวกับเคยผ่าตัดต้อกระจก (เพราะเป็นข้างเดียวกัน) คุณหมอให้ยาบำรุงตามาทาน  ให้ยาหยอดตา ยาหมดให้ไปพบคุณหมออีก 
 
      ............      ถามคุณหมอว่าเราต้องปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อ "วุ้นตาเสื่อม" คุณหมอแนะนำให้สวมแว่นกันแดดทุกครั้งที่ต้องออกข้างนอกและมีแดด หากแดดแรงมากให้กางร่มด้วย  แต่เราเป็นครูสอนคอมพิวเตอร์จึงมีข้อกังขาในเรื่องนี้เพราะคนใกล้ชิดทั้งที่บ้านและที่ทำงานมักกล่าวโทษว่าเป็นเพราะคอมพิวเตอร์  คุณหมอบอกไม่เกี่ยวการใช้คอมพิวเตอร์ไม่มีผลต่อ วุ้นตาเสื่อม  เพราะวุ้นตาเสื่อมเป็นความเสื่อมตามวัย มักพบในคนที่อายุมากกว่า 50 ปี ขึ้นไป กลับบ้านหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตในเรื่องนี้ทันนี้เพื่อที่จะได้ดูแลตัวเองได้ถูกต้อง
 

ภาวะน้ำวุ้นตาเสื่อม (Vitreous degeneration)

 อาการน้ำวุ้นตาเสื่อม


น้ำวุ้นตา(vitreous) เป็นสารใสคล้ายเจลบรรจุอยู่ภายในลูกตาส่วนหลัง ทำหน้าที่เป็นตัวกลางให้แสงผ่าน ให้สารอาหารแก่จอประสาทตาและเซลผนังลูกตาชั้นใน และเป็นตัวพยุงลูกตาให้คงรูปเป็นทรงกลมอยู่ได้ถ้ามีภาวะใดก็ตามที่ทำให้บางส่วนของน้ำวุ้นตาขุ่นไป เราจะรู้สึกเห็นเหมือนมีเงาลอยไปมา อาจมีรูปร่างแตกต่างกันได้หลายแบบ เช่น เป็นจุดเล็กๆคล้ายลูกน้ำ เป็นวงกลม หรือเป็นเส้น จะรู้สึกและสังเกตได้ง่ายขึ้นเวลามองไปยังพื้นผิวที่เรียบและเป็นสีอ่อน เช่น ผนังห้อง กระดาษสีขาว หรือท้องฟ้า ลักษณะอาการแบบนี้เราเรียกว่า floater

 การเกิดน้ำวุ้นตาเสื่อมมีอันตรายหรือไม่


โดยทั่วไปเมื่อคนเราอายุมากขึ้นและเข้าสู่วัยกลางคน น้ำวุ้นตาจะมีการหดตัวและหนาตัวเป็นจุดหรือเป็นเส้นภายในลูกตา การหดตัวของน้ำวุ้นตานี้จะทำให้น้ำวุ้นตาแยกห่างออกจากจอประสาทตา รวมกันเป็นกลุ่มก้อนที่มีลักษณะทึบแสง ทำให้เห็นเป็นเงาเกิดขึ้น ถ้าการหดตัวนี้มีแรงดึงมาก อาจเกิดการดึงรั้งจอประสาทตาจนเกิดการฉีกขาด หรือเส้นเลือดที่จอประสาทตาฉีกขาดจนมีเลือดออกในน้ำวุ้นตาได้ อาจมีการหลุดลอกของจอประสาทตาตามมา ทำให้การมองเห็นในตำแหน่งที่จอประสาทตาหลุดลอกมืดไป และถ้าทิ้งไว้นานจอประสาทตาบริเวณนั้นจะตาย ทำให้สูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรและมักจะลุกลามจนทำให้ตาข้างนั้นบอดได้


      ............      ดังนั้นถ้ารู้สึกว่ามีอาการมองเห็นเงาลอยไปมา หรือ floater ควรพบจักษุแพทย์เพื่อทำการตรวจจอประสาทตาอย่างละเอียดว่า น้ำวุ้นตาที่เสื่อมนี้เป็นชนิดที่ก่อให้เกิดอันตรายหรือไม่ ส่วนความรู้สึกที่มีเงาลอยไปมาจะค่อยๆลดลงไปเองเมื่อเวลาผ่านไป และก่อให้เกิดความรำคาญน้อยมาก แม้ว่าในบางคนอาจยังรู้สึกอยู่ได้นานเป็นปี ไม่จำเป็นต้องให้การรักษา เนื่องจากภาวะน้ำวุ้นตาเสื่อมโดยลักษณะแล้วไม่ได้ถือว่าเป็นโรค แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงตามปรกติของร่างกายเมื่ออายุเพิ่มขึ้น ซึ่งแตกต่างจากโรคจอประสาทตาเสื่อมที่ถือว่าเป็นโรคร้ายแรง


ข้อแนะนำสำหรับคนที่มีภาวะน้ำวุ้นตาเสื่อม


ควรพบจักษุแพทย์เพื่อรับการตรวจจอประสาทตา เมื่อมีอาการดังต่อไปนี้

1.รู้สึกว่ามีเงาดำ หรือ floater ใหม่เกิดขึ้นอย่างทันทีทันใด
2.รู้สึกมีแสงสว่าง (flashing) คล้ายฟ้าแลบ หรือไฟแฟลชกล้องถ่ายรูปเกิดขึ้นในลูกตา
3.รู้สึกว่ามีลานสายตาผิดปรกติหรือแคบลง อาจเกิดจากมีจอประสาทตาฉีกขาดและหลุดลอก เพราะเวลาเกิดจอประสาทตาฉีกขาดจากการดึงรั้งของน้ำวุ้นตาจะเกิดที่บริเวณขอบจอประสาทตาก่อนเสมอ ทำให้ขอบภาพหายไป หรือมีลานสายตาแคบลง


      ............      เราสามารถตรวจเช็คลานสายตาได้ด้วยตนเอง โดยการใช้มือบังตาทีละข้าง ตาที่ทดสอบมองตรงไปข้างหน้า หาจุดมองที่สังเกตได้ในระยะ 3-4 เมตร ให้มองไปตรงๆ ตรงกลาง ตาไม่กลอก แล้วสังเกตว่าถ้าเรามองไปตรงๆ โดยตาไม่กลอกไปมา เราจะมองเห็นขอบเขตของภาพได้กว้างไกลแค่ไหน ขอบเขตของภาพที่เราสามารถมองเห็นได้นี้เรียกว่า ลานสายตา ถ้ามีการฉีกขาดและหลุดลอกของจอประสาทตา ขอบภาพจะมืดหายไป หรือเห็นภาพได้แคบลง ควรมองที่ตำแหน่งเดิมซ้ำทุกครั้ง เพื่อให้สังเกตถึงการเปลี่ยนแปลงได้ง่าย


หมอยุทธนา -- น้ำวุ้นตาเสื่อม
http://dr.yutthana.com/retina.html

 
       ............      ความเสื่อม ในเรื่องของสังขารเป็นภาวะที่ทุกคนหนีไม่พ้นอยู่แล้วจะเป็นเร็วหรือช้าเท่านั้นเองเพราะเป็น aging change เช่นเดียวกับผมหงอก หรือรอยตีนกา แต่สิ่งที่เราต้องเจอเป็นความเสื่อมที่ฟังแล้วตกใจ! ใจหาย! นั่นคือ มีภาวะที่ทำให้เกิดวุ้นตาเสื่อม แต่เมื่อฟังคุณหมออธิบาย  และศึกษาข้อมูล  รายละเอียดเกี่ยวกับโรคนี้บนอินเทอร์เน็ตแล้ว ก็ได้แต่ปลง! และทำใจ ว่า
อะไร??...ก็หยุดยั้ง "ความเสื่อม" ไม่ได้  เวลาที่เหลืออยู่ก็คงต้องหมั่นดูแลตัวเอง  ก็คงได้...ชะลอความเสื่อมเท่านั้นแต่ไม่สามารถหยุดยั้งไว้ได้
 
คำแนะนำที่ได้มามีดังนี้

1. พยายามอย่าเครียด

2. นอนพักผ่อนให้เพียงพอ ถ้าให้ดีไม่เกิน 4 ทุ่มหรือ อย่างมากเที่ยงคืน

3. อย่า ออกแรงหนัก

4. อย่า หักโหมงาน

5. พยายาม อย่าหันหน้า เร็วๆ ให้ทำ อะไรช้าๆ ลงบ้าง

6. ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ อย่าให้ขาด วิตามิน และ เกลือแร่นะคะ.....

 
 "ครูแอ๋ม"
23  พฤษภาคม  2553