ฝึกสมาธิอยู่ที่บ้าน แล้วจิตเป็นสมาธิแน่วแน่ จนกระทั่งไม่ได้ยินเสียง ไม่มีความรู้สึกทางกาย นั่นแสดงว่าจิตได้เข้าถึงสมาธิสูงสุด หรือเรียกว่าเป็นสมาธิระดับฌาน ซึ่งมีผลทำให้เกิดความสุขที่ละเอียดประณีต (ฌานสุข) สมาธิระดับนี้ไม่สามารถนำมาใช้ฝึกจิตให้เกิดปัญญาเห็นแจ้งได้ ส่วนเรื่องการนำจิตออกจากฌาน แล้วเกิดเป็นความกลัว ถือเป็นเรื่องปกติของคนไม่รู้จริง

   วิธีแก้ปัญหาความหลงและความกลัว ต้องถอยจิตให้ออกมาตั้งมั่นเป็นสมาธิจวนแน่วแน่ (อุปจารสมาธิ) จิตจึงจะรับสิ่งกระทบที่อยู่รอบตัวได้ เมื่อใดปรากฏส่วนของร่างกายเกิดขึ้นในจิต ให้ใช้จิตตามดูร่างกาย ว่าดำเนินไปตามกฎไตรลักษณ์ (อนิจจัง-ทุกขัง-อนัตตา) เมื่อใดที่จิตเห็นกายเป็นอนัตตา (ไม่มีตัวตนแท้จริง) จิตจะปล่อยวางร่างกาย จิตเป็นอิสระจากร่างกาย ปัญญาเห็นแจ้งในกายจึงเกิดขึ้น

   หากเวทนา (สุข,ทุกข์,ไม่สุขไม่ทุกข์) ปรากฏขึ้นกับจิต ต้องใช้จิตตามดูเวทนา จนเห็นว่าเวทนาเป็นสิ่งที่ไม่ใช่ตัวตนแท้จริง ปัญญาเห็นแจ้งในเวทนาจึงเกิดขึ้น

   เช่นเดียวกัน หากจิตที่รับสิ่งกระทบเข้าปรุงอารมณ์ดับไป (อนัตตา) ปัญญาเห็นแจ้งในจิตย่อมเกิดขึ้น และสุดท้ายหากธรรมที่เข้ากระทบจิตดำเนินไปตามกฎไตรลักษณ์ ปัญญาเห็นแจ้งในธรรมย่อมเกิดขึ้น การพิจารณา กาย เวทนา จิต ธรรม ตามกฎไตรลักษณ์ เรียกว่า พิจารณาสติปัฏฐาน ๔ ซึ่งเป็นหนทางทำให้จิตเกิดปัญญาเห็นแจ้ง ซึ่งอริยบุคคลทุกคนต้องมีปฏิปทาตามแนวทางนี้