การช่วยคนด้วยหลัก 3 ชอ คือ การให้โชค
เช้าวันอาทิตย์อากาศดีๆที่แจ่มใส ขอมอบโชคให้พวกเราชาวโกทูโนว์ ด้วยหลักสามชอครับ
หลักการนี้ ผมอ่านพบในแม่ไม้ครูไทย บันทึกประสบการณ์การสอนภาษาไทยและเด็กไทยในต่างแดน อ่านแล้วรู้สึกว่าชอบครับ จึงขอนำมาฝาก
เริ่มด้วยความท้าทายครับ
" ความยากของการสอนภาษาไทยในต่างประเทศ คือ เด็กๆถูกขอร้องแกมบังคับให้มาเรียนเนื่องจากช่วงปิดเทอม ทำให้ฮอลิเดย์การเรียนด้วยความรู้สึกที่ติดลบ เป็นเรื่องที่ครูต้องตระหนัก ผมได้ยินผู้ปกครองท้าทายลูกของตนว่า "ขอให้ยูมาเรียนก่อน 1 วีค ถ้าไม่ดีจะเลิกเรียนก็ได้" เพราะเขาเชื่อมั่นว่า ในหนึ่งสับดาห์ ครูจะสามารถจูงใจให้เด็กอยากเรียนจนจบหลักสูตร"
ผลการเรียน เด็กทุกคนมาเรียนแล้วไม่มีใครเลิกเรียนครับ ทุกคนเรียนจนจบหลักสูตร เพราะคุณครูใช้ทฤษฎี 3 ช คือ
ชอบ - เชื่อ - ช่วย
ครูต้องทำให้เด็กชอบโรงเรียนก่อนแล้วจึงสอนอ่านเขียน เด็กจึงจะเชื่อฟัง และ ช่วยเหลือ ให้ความร่วมมือ
ครับ ทีนี้ผมก็ขอนำมาขยายความครับ
ความท้าทายของคุณครูในที่นี้ อยู่ที่ "การจูงใจ" ครับ
สำหรับเด็กเก่ง เด็กที่มีความพร้อม เด็กที่มีแรงจูงใจภายในอยู่แล้ว ก็คงจะไม่ต้องจูงใจกันมาก เด็กไม่ต้องชอบครูเขาก็พร้อมที่จะเรียน
แต่ในกรณีที่เด็กไม่เก่ง เด็กไม่มีความพร้อมด้านจิตใจ หรือเด็กที่มีแรงจูงใจภายในต่ำ คุณครูคงจะต้องใช้แรงจูงใจในการให้เด็กต้องการที่จะเรียน
หัวใจสำคัญที่จะทำให้เด็กต้องการที่จะเรียน คือ "ชอบ" ครับ ทำอย่างไร ให้เด็กชอบครู ชอบโรงเรียน เมื่อชอบครูชอบโรงเรียน เขาก็จะชอบวิชาเรียนไปเองครับ
หลักการง่ายๆ (แต่อาจทำยากสำหรับครูบางคน) ที่จะทำให้เด็กชอบเรียน คือ หลักของ ปัญญาสามฐาน ครับ
ต้องเริ่มที่ฐานกาย ไปฐานใจ แล้วจึงเริ่มเรียนที่ ฐานคิด
ต้องเริ่มที่ฐานกายก่อนครับ ให้เด็กเขาได้เคลื่อนไหว ได้พูด ได้คุย ได้ร้องเพลง ได้เล่นเกม จากฐานกายที่เด็กชอบ สบายๆ ก็จะค่อยๆ พัฒนาไปสู่ฐานใจครับ เมื่อสบายกาย ก็สบายใจ ครูจะได้ใจเด็ก เด็กจะเริ่มชอบครู เพราะคุณครูให้ความสนุกสนาน ให้ความเป็นกันเอง สนุกและไม่เครียด
ถึงตอนนี้ ขอนำความคิดเห็นของคุณครูบางคน ที่มองไม่เห็นความสำคัญของฐานกาย ไปมองว่าการเล่นเกม กิจกรรมเคลื่อนไหว เป็นกิจกรรมที่ไร้สาระ เสียเวลาเปล่า ไม่เกิดประโยชน์ คุณครูประเภทนี้ มักจะเน้นไปที่ฐานคิดเลยครับ ไม่สนใจ ฐานกาย ฐานใจ พอเด็กไม่สนใจเรียน ไม่ให้ความร่วมมือ ก็เครียดไปด้วยกันทั้งครูทั้งเด็ก
เรื่องนี้ ท่าน ผอ.เขต ท่านหนึ่ง พูดทีเล่นทีจริงว่า ถ้าเขาเป็นผู้บรรหารโรงเรียน เขาจะบรรจุครูเอกพละ ให้มาก เพื่อให้เด็กมีความสุขสนุกสนานจากการเล่นพละ เมื่อเด็กมีความสุขแล้วจึงค่อยให้เรียนวิชาการ ครับ คุณครูเอกอื่นๆอาจจะประท้วงก็ได้นะครับ เพียงแต่ท่านต้องการให้คุณครูเห็นความสำคัญของฐานกาย และ ฐานใจ
มาเข้าเรื่องต่อครับ ทีนี้ ถ้าคุณครู ทำให้เด็ก "ชอบ" ทั้งชอบคุณครู และ ชอบโรงเรียน จากการพัฒนาด้วยปัญญาฐานกาย และ ฐานใจแล้ว ต่อไปเด็กก็จะอยู่ "ข้างเดียว" กับคุณครูครับ รู้สึกว่าคุณครูเป็นพวกเขา ต่อไปเขาก็จะเชื่อฟังคุณครู ที่นี้คุณครูจะสอนอะไร บอกอะไร ให้ทำอะไร เขาก็เต็มใจจะทำตาม เพราะเขาเชื่อและศรัทธาคุณครู ให้ทำอะไรเขาก็จะช่วยเหลือครับ
เรื่องนี้ เป็นเรื่องจริงครับ ประสบการณ์จริงในโรงเรียน ก็คงหาได้ไม่ยาก กับคุณครูประเภทนี้ แต่คุณครูประเภทนี้ บางทีก็ถูกต่อต้านจากคุณครูประเภทที่เน้นฐานคิดอย่างเดียว
ทีนี้เกี่ยวอะไรกับการให้โชคครับ เกี่ยวอย่างมากๆเลยนะครับ เพราะสามชอเป็น "การให้" ที่ยิ่งใหญ่เลยนะครับ จะทำให้เด็กชอบ เป็นการให้ที่ฐานกาย ฐานใจ จะต้องให้มาจากใจของครู และ การให้ในทีนี้ คือ "ให้อภัย" ครับ ครูต้องให้อภัยเด็กทุกคน จึงจะให้ที่ฐานใจได้ และก็เป็นที่ทราบกันว่าการให้อภัย มีอานิสงส์สูงกว่า การให้วัตถุเงินทองมากมายหลายเท่า ทีนี่เมื่อคุณครูให้เด็กชอบครูแล้ว ต่อไปเขาก็จะเชื่อฟัง เมื่อเด็กเชื่อฟัง คุณครูก็ให้ "ธรรมทาน" แก่เด็ก ถึงความประพฤติปฎิบัติที่ถูกที่ควร เด็กก็จะรับฟัง จากการ "เชื่อ" และสามารถนำไปปฏิบัติได้จากการ "ช่วย" การให้ "ธรรมทาน" ก็ยิ่งใหญ่ไปกว่าการให้ "อภัยทาน" อีกครับ
การให้ "ทาน" ที่ยิ่งใหญ่ จะนำความดีที่เป็นโชคดีกลับคืนมาอย่างแน่นอนครับ
ทีนี้ ประเด็นก็มีอยู่ที่ "ทิฐิ" ครับ ที่จะให้เด็กชอบ ระหว่าง
ก. ครูจะชอบเด็กได้ก็ต่อเมื่อเด็กต้องชอบครูก่อน
(เป็นการให้ที่มีเงื่อนไข)
ข. ครูต้องชอบเด็กก่อนเด็กจึงจะชอบครู
(เป็นการให้ที่ไม่มีเงื่อนไข)
ที่พบมา ก็มีทั้งสองกรณีครับ ส่วนใหญ่ จะพบข้อ ก มากกว่า
สำหรับผม ผมเน้นที่ข้อ ข ครับ
มารับความรู้เพิ่เติม..ทฤษฎี 3 ช ..ค่ะ แต่
ประเด็นก็มีอยู่ที่ "ทิฐิ" เหมือนที่ท่าน ผอ.เขต small man กล่าวไว้จริงๆค่ะ
ที่จะให้เด็กชอบ ระหว่าง
ก. ครูจะชอบเด็กได้ก็ต่อเมื่อเด็กต้องชอบครูก่อน
ข. ครูต้องชอบเด็กก่อนเด็กจึงจะชอบครู
ครูกระเเตเน้นข้อ ข ค่ะ ท่าน ผอ.เขตฯ
ครับคุณครูเราส่วนใหญ่ก็อยู่ที่ทิฐิครับ คือ ต้องให้เด็กมาชอบก่อน จึงจะชอบเด็ก ทีนี้ อะไรๆ ที่ไม่ดี ๆ ก็โทษเด็กอย่างเดียวละครับ เพราะเด็กไม่ชอบครู ครูก็เลยไม่ชอบเด็ก
สำหรับ ผอ.เขต ผมก็อยากเป็นนะครับ เรียกมาล่วงหน้า ประเดี๋ยวจะไม่ได้เป็นเอานะครับ 555....
ขอบคุณมากครับ
สวัสดีค่ะ
ชอบ เชื่อ ช่วย
ถ้าชอบก็เรียนอย่างมีความสุขนะค่ะ
ทิฐิ ถ้าข้อ ก.ก็มีข้อแม้ เป็นแบบมีเงื่อนไข ถ้าข้อข.คุณครูเปิดใจกว้าง น่าจะดีกว่า ครูให้เด็กก่อน ให้ความรัก ให้อภัย
ขอบคุณข้อคิดดีๆยามเช้านี้ค่ะ
ครับ ครูหลายท่านยัง "ขาด" อยู่ครับ จึงต้องการให้เด็กมาชอบก่อน จึงจะสามารถชอบเด็กได้ ตาม ข้อ ก เป็นการให้ที่มีเงื่อนไข
ข้อ ข นี่ คือ คุณครูที่ "เต็ม" แล้วครับ จึงพร้อมที่จะ "ให้" ทั้งให้ความรัก ให้อภัย ให้โอกาส เป็นการให้โดยไม่มีเงื่อนไขครับ
ขอบคุณมากครับที่เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้
ทิฐิ นี่สำคัญจริงๆนะคะ
การลดทิฐิเพื่อให้เปิดใจให้กว้างก็จะทำให้เกิดความชอบขึ้นได้
เด็กก็จะมีความสุขในการเรียนนะคะ
เห็นใจคุณครูด้วยค่ะ ต้องหาทุกวิถีทางเพื่อเด็กๆ
แวะมาอ่ามาจับประเด่น สามชอให้โชค
^^ ..."การจูงใจ"ให้"ชอบ"ทั้งชอบคุณครู และ ชอบโรงเรียน จากการพัฒนาด้วยปัญญาฐานกาย และ ฐานใจ..
^^ แล้วต่อไปเด็ก จะมีการ"การให้" คือ "ให้อภัย" ^^ ...ความประพฤติปฎิบัติที่ถูกเมื่อเด็กเชื่อฟัง คุณครูก็ให้ "ธรรมทาน" เด็กก็จะรับฟัง จากการ "เชื่อ"
^^ ...และสามารถนำไปปฏิบัติได้จากการ "ช่วย" การให้ "ธรรมทาน" ก็ยิ่งใหญ่ไปกว่าการให้ "อภัยทาน" อีก
ขอบคุณครับที่แบ่งปันแนวคิดดีๆ
@@@ชอบเชื่อช่วย...หลักสามชอ...ขอครูใช้
แล้วจะได้...บรรลุผล...ตามที่หวัง
การเรียนรู้...สู่เป้าหมาย...เพิ่มพลัง ( ใจ )
อีกทั้งยัง...โชคดีด้วย...รวยธรรมทาน@@@
ชอบ=ชอบในสิ่งที่เป็นอย่างสร้างรรค์
เชื่อ=เชื่อในสิ่งที่เห็นอย่างมีวิจารณญาณ
ช่วย=ช่วยในสิ่งที่ควรช่วยอย่างกัลยาณมิตร สมเหตุสมผล ไม่ใช่ด้วยอามิสสินจ้าง
===================================
แหวกๆหน่อยนะคะ..ร่วมแจมค่ะท่านผอ.
การลดทิฐิเพื่อให้เปิดใจให้กว้างก็จะทำให้เกิดความชอบขึ้นได้
ขอบคุณมากครับ
สามชอให้โชค ก็คือ ทำให้ "ชอบ" เมื่อชอบแล้วก็ย่อมจะ "เชื่อ" เมื่อเชื่อว่าดีแล้วก็ต้อง"ช่วย" ได้โชคสามชอแล้วกำลังใจก็เกิด กำลังใจเกิดแล้วก็จะเจริญเติบโตใปอย่างมีคุณภาพแน่นอนครับ
ขอบคุณมากครับที่เข้ามาเสริมเติมเต็ม
การเรียนรู้...สู่เป้าหมาย...เพิ่มพลัง ( ใจ )
อีกทั้งยัง...โชคดีด้วย...รวยธรรมทาน@@@
ขอบคุณมากครับที่เข้ามาเสริมเติมเต็ม
ขอบคุณสำหรับแนวคิดสร้างสรรค์ครับ
มาต่อ อีก 4ช
ขอบคุณสำหรับแง่คิดดีๆที่บางทีครูรุ่นใหม่ก็ยังคิดไม่ถึงเลยค่ะ
ผมเองช่วงหลังๆนี่เองครับ ทีได้มาสัมผัสกับฐานกาย ฐานใจ จะต้องเรื่มมาก่อนฐานคิด เป็นการปูพื้นมาก่อนครับ
บางคน ถ้าฐานกาย ฐานใจ ไม่ถอดหมวกใบโต ฐานคิด ก็คง "ผูกขาดความคิด" เหมือนเดิมนะครับ
ขอบคุณมากครับ
ช วิชาชีพ อาชีพ ช ชีวิต ช ชุมชน ช ชาติ
ขอบคุณมากครับที่เข้ามาเสริมเติมเต็ม
ขอบคุณมากครับที่เข้ามาเยี่ยมชม
สวัสดีค่ะ
* แม้ว่าจะถูกต่อต้านจากกลุ่มฐานคิด หากมีจิตใจมั่นคง เข้มแข็งก็ไม่รู้สึกหวั่นไหวนะคะ
(ครับ ไม่หวั่นไหว แต่ก็ไหวหวั่นอยู่เหมือนกัน)
ขอแนะนำให้ท่านรองฯ ไปอ่านบันทึกเกี่ยวกระบวนการ CSR ที่สุดยอด
http://gotoknow.org/blog/maeklongcamp/360576
(เข้าไปเยี่ยมชมมาแล้วครับ นี่แหละครับ คือ การเรียนรู้ที่แท้จริง)
ขอบคุณครับ