ผศ.ดร.ผดุงศักดิ์ สุขสะอาด ผอ.โครงการสหกิจศึกษาฯ กล่าวถึงบทบาทของการนิเทศงานสหกิจศึกษาที่ดีว่าคืออะไร สกอ. และสมาคมสหกิจ...ได้กำหนดเกณฑ์มาตรฐาน สิ่งที่อยู่ในมาตรฐานนั้นเป็นสิ่งที่ มวล.ทำมาแต่แรก พอทำมานานอาจารย์ก็อาจเกิดสภาพความเคยชิน ก็เลยหลงลืมบางสิ่งบางอย่างที่ควรกระทำไป บางคนคิดว่าเป็นกระบวนการประเมินผลสัมฤทธิ์ บางคนคิดว่าเป็นการไปเก็บข้อมูล (เชิงประจักษ์) นั่นเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น
กระบวนการนิเทศแบ่งเป็น ๓ ระยะ
๑. ก่อนไปต้องเตรียมตัว รู้จักเด็กหรือเปล่า ต้องทำการศึกษาข้อมูลของลูกศิษย์ก่อน เขาไปทำงานอะไร พฤติกรรมควรเป็นอย่างไร มีความสามารถอะไร ต้องพัฒนาส่วนไหน วุฒิภาวะเป็นอย่างไร เขาเปลี่ยนไปอย่างไร ไปทำงานในตำแหน่งงานอะไร งานที่ได้มอบหมายสอดคล้องหรือไม่ หน่วยงานนั้นเขาทำงานเกี่ยวกับอะไร แล้วต้องนัดหมาย ยกตัวอย่างจริงประกอบ
๒. การพูดคุย ไม่ใช่การพูดคุยแบบ checklist ผู้นิเทศอาจต้องมีความสามารถทางจิตวิทยาพอสมควร พูดคุยไปอาจต้องสอดส่ายสายตาดูบริบทไปด้วย เมื่อคุยกับเด็กต้องดูว่าเป็นอย่างไรบ้าง มีการพัฒนาศักยภาพหรือไม่ นักศึกษาร้อยละ ๘๐ ไม่เข้าใจสหกิจศึกษา คิดแต่ว่าไปแล้วจบ...สหกิจเป็นเครื่องมือให้ค้นพบว่าเขาชอบงานนั้นไหม เขายังขาดตกบกพร่องอะไรบ้าง...เด็กบางคนยังมีความไม่พร้อมเป็นผู้ใหญ่ กระบวนการอย่าไปดูเฉพาะเอกสาร Checklist ต้องดูข้อมูลเชิงนามธรรม บริบท ด้วย
๓. การประมวลผลจากการนิเทศทั้งหมด รวมทั้งการพิจารณาว่าสถานประกอบการนั้นเหมาะสมหรือไม่ มีแผนจะ ranking สถานประกอบการ...ประเมินตัวเด็ก ตรวจเล่มรายงาน กระบวนการที่เด็กทำมา ขอให้มองในมิติการพัฒนาศักยภาพของตัวเด็กเป็นสำคัญ การที่อาจารย์ให้ comment เป็นเรื่องสำคัญ ทำให้เด็กรู้ว่าเขายังขาดตกบกพร่องอะไร เมื่อประเมินผลแล้ว อยากให้เติมว่าเขาควรพัฒนาอะไรเพิ่ม ถ้าอาจารย์สามารถสอนคนให้เป็นมนุษย์ได้นั่นแหละดี ...ยกตัวอย่างตัวเองตอนสอบสอนขาสั่น ประหม่า...ตอนนี้ขึ้นสอนในห้อง ๑,๕๐๐ ได้แล้ว... จะทำอย่างไรให้ลูกศิษย์ก้าวผ่านขั้นตอนนี้ไปได้ อาจารย์นิเทศไม่ควรประเมินผลสัมฤทธิ์ของเด็กตามเอกสาร ต้องประเมินอย่างลึกซึ้ง ดูบริบทสถานประกอบการด้วย
การนิเทศเป็นศาสตร์และศิลป์ จึงได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ขึ้นเพื่อให้มีการแลกเปลี่ยนกัน Best practice ระหว่างกัน Best practice ไม่มีสูตรตายตัว
ย้ำว่าอย่ามองเฉพาะเอกสาร ให้มองครบทุกมิติ ใช้ความเมตตากรุณา อย่ามีอคติ เวลาไปนิเทศงานอย่าเอาภาพของความเป็นนักวิชาการติดตัวไปเยอะนัก...หาโอกาสสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงาน
หลังพักรับประทานอาหารว่าง เกือบ ๑๐.๓๐ น. ผู้เข้าประชุมหายไปหลายคน คุณนิรันดร์ จินดานาค หัวหน้าหน่วยพัฒนาองค์กร มาช่วยทำกิจกรรมสัมพันธ์โดยให้ผู้เข้าประชุมแนะนำตัวเอง บอกชื่อ+บุคลิก ๒ พยางค์ ได้รู้จักกันแบบง่ายๆ เช่น ป๊อป-ดูดี, สั้น-ดำขำ, เย็น-ยิ้มสวย, แมว-ยิ้มสวย, ตู่-ตาสั้น, เปิ้ล-คนอ้วน...พอครบก็ให้ทวนว่าจำใครได้บ้าง
ทีมงานของหน่วยพัฒนาองค์กรแจกบัตรคำคว่ำหน้าให้ผู้เข้าประชุมคนละ ๔ ใบ ห้ามเปิดดู ในบัตรคำเป็นคุณสมบัติ นิสัย พฤติกรรม ถ้าเปิดดูแล้ว อะไรที่ไม่ใช่ตัวเราให้เอาไปแลกกับคนอื่น คว่ำหน้าบัตรแลก ถ้าใช่เก็บไว้ ถ้าไม่ใช่แลกต่อ...เมื่อหมดเวลาให้แต่งเป็นประโยค มีอะไรที่ได้มาจากเพื่อน มีอะไรที่ได้มาแล้วเก็บไว้เลย....เห็นได้ว่าเราจะหาสิ่งดี สิ่งที่ไม่ดีจะเอาไปให้คนอื่น แต่อย่าคิดว่าเอาไปแลกแล้วจะได้สิ่งดี
ต่อจากนั้นดิฉันทำหน้าที่แนะนำกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ พูดถึงการฟังอย่างลึกซึ้ง การเล่าเรื่อง สุนทรียสนทนา และ AI พร้อมให้ลองฟังเพลงที่มีเนื้อหาเป็นการเล่าเรื่อง สะท้อนว่ามีใครที่ฟังแล้วแว๊บไปเรื่องอื่น มีใครติดตามฟังตั้งแต่ต้นจนจบ....กิจกรรมกระจก ตามด้วยเกมเชฟมือทอง...
จับคู่ ฝึกฟัง-ฝึกเล่าเรื่องราวดีๆ
ทั้งหมดใช้เวลาอย่างย่นย่อ ให้ผู้เข้าประชุมได้ทำความรู้จักกับการฟัง การเล่าเรื่อง การเรียนรู้จากผู้ปฏิบัติจริง จบตอน ๑๒ น. ได้เวลารับประทานอาหารกลางวันพอดี
วัลลา ตันตโยทัย