ทุกบ่ายวันอังคารเว้นอังคาร ผมมีหน้าที่ประจำอย่างหนึ่งตอนนี้ คือ การมานำเสนอแนวคิดและงานที่ทำประจำ รวมถึง งานเชิงรุก

 

หลายๆครั้งที่มานำเสนอต่อที่ประชุมผู้บริหาร คนที่นั่งอยู่หัวโต๊ะมักไม่เห็นด้วยตามที่ผมนำเสนอ

 

และเมื่อทั้งฝ่ายผมเอง และคนที่นั่งหัวโต๊ะเอง ยกเอาแม่น้ำทั้ง 5 มาลบล้างกัน(ยืนกระต่ายขาเดียว) แบบว่าลืมว่าใครเป็นนาย ใครเป็นลูกน้อง แต่สุดท้ายก็ไม่มีข้อตกลง เพราะต่างคนต่างเห็นด้วยกับความคิดตัวเอง และมั่นใจตัวเองเป็นอย่างยิ่งยวด

 

ปัญหา คือว่า แล้วอีกหลายๆคนที่นั่งร่วมอยู่ในห้องด้วยกัน ห้าสิบ หกสิบคน ไม่มีใครพูดอะไรเลย อภิปราย หรือแสดงความคิดเห็นสนับสนุนแต่ละฝ่าย (นั้นแปลว่า ไม่เห็นด้วยกับความคิดของฝ่ายคนนั่งหัวโต๊ะ หรือ ผู้เป็นนาย)

 

ผมรู้ว่าหลายคนคันปากอยากจะพูดเพื่อสนับสนุนความคิดเห็นผม แต่เหมือนมีอะไรที่ทำให้เขาไม่กล้าพูด..(ผมเดานะครับ เพราะบรรยากาศการมานั่งคุยกันมันไม่ใช่แบบ KM มันมีแต่บรรยากาศของการระแวดระวังตัว ปกป้องผลประโยชน์ของงานตัวเอง เลยไม่อยากพูดมาก)

 

KM คือ อะไร? ถ้ามีคนนั่งอยู่ด้วยกัน ห้าสิบ หกสิบคน แต่มีคนแค่สองคน แสดงความคิดเห็น หรือดีเบท กัน

 

ผมมันก็เด็กตัวน้อยๆ แต่ก็ไม่กลัวที่จะแสดงความคิดเห็น และถกเถียงบนพื้นฐานของเหตุผล และประสบการณ์ของคนหน้างาน หรือ คนทำงานเรื่องที่ถกเถียงกัน กับผู้บริหารสูงสุด

 

ผมไม่ค่อยเป็นประเภท "ตามเสนอ หรือ จะรับไปดำเนินการ" ง่ายๆครับ ถ้าไม่เคลียร์กัน

 

ต้องมีคำตอบว่า Why? How to? Impact? และที่สำคัญต้องแบบ bottom up คือ นโยบายที่เกิดจากล่างสู่บน ตกลงกันตั้งแต่จุด start

 

ผมขอไม่บอกแล้วกันครับว่าเราถก ประเด็นอะไรกันในบ่ายอังคารวันนี้ แต่ทั้งสองความคิดนั้น ผมคิดว่ามีเหตุมีผลกันทั้งนี้ มีจุดดี จุดเสีย ทั้งสองแบบ

 

ถามว่าสุดท้ายจะตกลงกันอย่างไร นั้น ต้องมีจากภาคีประชาคมภายในที่เกี่ยวข้องมานั่งพูดคุยกัน แบบบรรยากาศกัลยาณมิตร เปิดใจ แลกเปลี่ยนอย่างจริงใจ เพื่อการพัฒนา "ระบบ" ครับ

 

ขจัดพฤติกรรม left hand (สิ่งที่ซ่อนไว้ในใจ แต่ไม่กล้าพูด ณ บัดนั้น) หมายถึง พอออกจากห้องประชุม หรือ เวทีแลกเปลี่ยน แล้วเกิดคำว่า .... "ว่าจะพูดแล้ว ว่าจะบอกแล้ว ว่าจะบอกไม่เห็นด้วยแล้ว..มากมายกับ คำว่า "ว่าจะ.." "