น่าสงสารผู้ประกอบการในยามนี้เหลือเกินมันช่างเงียบเหงา เราแค่ผู้ชม แล้วเขาผู้ประกอบการเขาจะเงียบเหงาหัวใจขนาดไหนในยามไม่มีผู้คนมาท่องเที่ยว
เมื่อวันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม 2553 ได้ไปส่ง ผอ.ภูภัฐ ยกทวน ไปรับตำแหน่ง ผอ.กองการศึกษา ที่เทศบาลเมืองกระบี่ แต่กำหนดการเราช้ากว่าคณะไปนิดหนึ่ง ออกจากภูเก็ตบ่ายโมง ขับไปเรื่อย ๆ ถึงกระบี่ห้าโมงตามท่านไปที่บ้าน (เพื่อจะได้รู้ว่าท่านย้ายแน่แล้ว ตำแหน่งเดิมต้องเป็นของเรา อิอิ)
ออกจากบ้าน ผอ.ภูภัฐ ฯ ไหน ๆ ก็มาถึงเย็นแล้ว ก็ถือโอกาสไปพักที่อ่าวนางบ้านของเพื่อนครูโรงเรียนเทศบาล 1 กระบี่ (เพื่อนน้องดาที่ไปด้วยกัน)
ตกกลางคืนเขานำเราชมอ่าวนางยามค่ำคืน ก็คล้าย ๆ กับป่าตองบ้านเรา แต่ถนนหนทางกว้างกว่า น่าสงสารผู้ประกอบการในยามนี้เหลือเกินมันช่างเงียบเหงา เราแค่ผู้ชม แล้วเขาผู้ประกอบการเขาจะเงียบเหงาหัวใจขนาดไหนในยามไม่มีผู้คนมาท่องเที่ยว มีแขกต่างชาติเดินอยู่นับคนได้เลย อนิจจา ! (เสียดายไม่ได้ถ่ายภาพมาให้ดู)
หลังจากชมอ่าวนางยามค่ำคืนแล้ว ดึกพอสมควรจะไปถนนคนเดินก็คงไม่ทัน ก็แวะชิมมะตะบะกับชาร้อน หน้ามัสยิดใกล้ ขอบอกว่าอร่อย
เช้าวันใหม่ชุดนอนเมื่อคืนมันกลายเป็นชุดออกกำลังกายเช้านี้ทันที เพื่อให้ทันบรรยากาศยามเช้า รีบปลุกสมาชิกตั้งแต่ 5.30 น. รีบสวมรองเท้าผ้าใบที่อยู่ท้ายรถ ดิ่งตรงมาที่หน้าหาดนพรัตน์ธาราซึ่งอยู่ติดกับอ่าวนาง
ถนนหน้าหาดนพรัตน์ธารา ยามเช้า
ทะเลกระบี่ยามเช้า
มาเดินชมหาดยามเช้ากับเราด้วย
โคมไฟหน้าร้านอาหารเจ้าค่ะ (เข้าใจทำแฮะ)
ดอกปอทะเลหล่นอยู่ริมทางเดิน
พาหนะคู่ชีพ
ต้นไม้ชนิดนี้ปลูกอยู่เต็มเป็นระยะ ๆ
ดอกสีขาวคล้ายพุดมีผลเหมือนมะม่วง
ออกจากอ่าวนางยามสาย ไปแวะบ้านน้องดา (ครูโรงเรียนเทศบาลบ้านบางเหนียว) ทางไปอุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา
น้องดากับลานกว้างที่อุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา
เขียวสดงดงาม
แม้ยามแห้งแล้ง
น้ำใสไหลเอื่อย เรื่อย ๆ ริน ๆ
งามพันธุ์ไม้ป่า
มันคือโคนต้นไม้ที่ใหญ่มาก
มีนางไม้เฒ่านั่งอยู่
ความจริงอยากจะขึ้นไปที่น้ำตกห้วยโต้ เพราะมีพันธุ์ไม้ป่านานาพันธ์ให้ดูชมทั้งสองข้างทางเดิน แต่ทางเดินขึ้นน้ำตกเป็นดินเหนียว ซึ่งเมื่อคืนฝนตกหนัก ลองเหยียบ ๆ ดูแล้วมีสิทธิลื่นกลิ้งลงมาได้ทุกเมื่อ จึงเปลี่ยนใจเดินกลับลงมา
ขับรถเดาสุ่มหาเส้นทางจะไปรับประทานอาหารกลางวันที่ฟิ่งชิ่งปาร์ค หลงอยู่สองเที่ยวจึงตัดสินถามทางชาวสวนปาล์มแถวนั้น จนเจอซึ่งเป็นครั้งแรกที่มาที่นี่ เป็นบ่อปลาขนาดใหญ่ ของนักการเมืองตระกูลดังเมืองกระบี่ มีรีสอร์ทให้พัก ให้เช่าเบ็ดตกปลา เหยื่อต้องนำไปเอง ปลาที่ได้ จะให้ประกอบอาหารที่นั่นหรือนำกลับบ้านก็ได้ จากการสังเกตปลามีเยอะพอสมควร จำพวกปลาสวาย มีคนไปหย่อนเบ็ดอยู่หลายรายได้ตัวใหญ่ น่าตื่นเต้นไม่น้อยเมื่อเขาสาวเบ็ดและมีปลาติดมาด้วย
อาหารแนะที่ไปชิมเองว่าอร่อย คือ ตำผลไม้จานนี้ พิเศษตรงที่นอกจากมีผลไม้ทั่วไป เช่น แครอท มะเขือเทศ องุ่นไม่มีเมล็ดทั้งเขียวทั้งแดงแล้วยังมีผลไม้ประจำภาคใต้เกือบครบทุกจังหวัดด้วย เช่น ระกำหวาน ลองกอง มังคุด เม็ดมะม่วงหิมพาน กุ้งแห้งรสดี ฯ รับรองว่าอร่อย
ส่วนจานอื่น ๆ ไม่แนะนำเพราะเหมือนกันทั่วไป
อ้อยสร้อยอยู่ที่นั่นประมาณชั่วโมงกว่า ขับรถกลับภูเก็ตตัดทางอำเภออ่าวลึก ถึงถูเก็ตประมาณ 3.30 น. พักผ่อน พรุ่งนี้มีงานสำคัญรออยู่
ชื่นชมมากครับ สวยจริงๆ...
สวัสดีค่ะคุณ
สวัสดีค่ะพี่จิน
พี่จินยังชีพจรลงเท้าบ่อยเหมือนเดิมนะคะ กระบี่เงียบจริงๆด้วย
มีความสุขกับการงานค่ะ
สวัสดีค่ะคุณ poo
ก็ว่าง ๆ วันหยุดออกไปพบปะโลกภายนอกบ้างมีอะไรให้เราเสพเยอะเลย
ธรรมชาติที่เราคิดไม่ถึงว่าเราจะได้พบเราก็ได้พบ
อย่าเครียดกับเหตุการณ์บ้านเมืองจนล้มป่วยนะค่ะ
เพราะพี่กำลังเป็น
หากมีโอกาสคงได้ไปเยียน ตอนนี้ชาวต่างชาติไม่กล้ามาบ้านเรา เราคนไทยก็ต้องเที่ยวไทยช่วยประเทศไทยกันไปน๊ะค่ะ
เมืองไทยไม่ไปไม่รู้..เมืองไทยมีอะไรดีๆ ให้ดูอีกตั้งเยอะแยะเนอะพี่เนอะ...
สวัสดีค่ะหนูเบียร์
ตอนนี้เมืองไทยกำลังจะแย่ คนไทยกำลังฆ่ากันเอง
เราต้องเอาใจช่วยให้ผ่านพ้นไปได้โดยไม่สูญเสียไปมากกว่านี้
แล้วคำว่า"เมืองไทยน่าอยู่"จะกลับมาอีกครั้ง