การเดินทางไปจังหวัดตากดูไม่ถนัดและไม่คุ้นเคยกับการเดินทางเหมือนกับการเดินทางไปจังหวัดอื่น ๆ หลังจากที่ได้หาข้อมูลว่าจะมีรถตู้วิ่งตั้งแต่เวลา ๘.๐๐ น.เป็นต้นไป  ฉันจึงเลือกเวลานี้คิดว่าคงสะดวกและเผื่อไว้สำหรับเรื่องอื่น ๆ 

        ฉันออกจากบ้านก่อนรถออกไปถึงสถานีขนส่งรถโดยสาร ๓๐ นาที  ไปรอที่ช่องขายตั๋วเดินทาง  พบว่าหน้าต่างช่องบริการปิดเพราะพนักงานขายตั๋วยังไม่มาทำงาน  พนักงานคนอื่น ๆบอกว่าเธอมาสายใกล้ ๆ รถออกจึงจะมา  หลังจากที่ต้องรอคอยพบว่าพนักงานมาช้าจริง ๆ

        เมื่อเธอมาถึงก็ไม่ได้ใส่ใจที่ขายตั๋ว หยิบกระจกและเครื่องสำอางมาแต่งหน้า หันไปคุยกับคนโน้นคนนี้ เหมือนกับมีสายตาที่ไม่สามารถมองคนที่ยืนอยู่ข้างหน้าได้ จนกระทั่งมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งเดินมาหยุดยืนต่อจากฉันตะโกนส่งเสียงถามดัง ๆว่า "พี่ ๆ จะขายตั๋วไหมครับ"  ทำให้เธอทำท่าไม่พอใจขายตั๋วให้อย่างเสียไม่ได้  และตะคอกกลับว่า "แบ้งค์ ๕๐๐ ไม่มีทอนและหันหน้ากลับแบบไม่อยากขาย" ในความคิดของฉันเห็นว่าอาชีพของผู้บริการแบบนี้ทำตัวไม่น่ารักเลย  นึกปลงและให้อภัยกับการกระทำของเธอ  พร้อมกับคิดว่ามารยาทของคนจะต้องสอนกันไปถึงไหนหนอ

         รถตู้ออกจากพิษณุโลก ๘.๒๐ น.โดยความเพลิดเพลินกับบรรยากาศที่ร้อนอบอ้าว รถเก่า  และคบขับฉวัดเฉวียน ลูก่อนของผู้โดยสารคนหนึ่งร้องไห้งอแงตลอดทาง อาจเนื่องมาจากอากาศร้อนจัดนั่นเอง   และฉันได้เดินทางถึงจังหวัดตากอย่างปลอดภัยเวลา ๑๐.๔๕ น. คอยอยู่ที่สถานีขนส่งประมาณ ๕ นาทีหนานเกียรติ มารับไปทานก๋วยเตี๋ยวเจ้าอร่อย 

        วันนั้นได้พบกับน้องสาวคนน่ารักอีกคนหนึ่ง คุณหมออนามัย ได้พาฉันไปเที่ยวชมบรรยากาศชายแดนอำเภอแม่สอด  ที่นั่นคล้ายกับบรรยากาศของตลาดชายแดนทุกแห่ง มีสินค้าแบบเดียวกัน  แต่ครั้งนี้ได้พบว่าตลาดแม่สอดจัดเป็นระเบียบและสะอาดดีขึ้นกว่าเดิมมาก   ตอนกลับได้รับอาจารย์หน่อง  เพื่อนของคุณหนานเกียรติกลับไปที่ De'Mosoi ด้วย  วันนี้ทำให้ฉันมีเพื่อนใหม่รุ่นน้องที่เป็นคนดีและน่ารักถึง ๒ คน 

         พวกเราแวะที่ตลาดดอยมูเซอเก่า  ซื้อผักไปทำกับข้าว  เดิมฉันเคยเห็นตลาดแห่งนี้ขายผักและพืชที่ชาวเขาปลูกกันเอง และสินค้าพื้นเมือง ลูกค้าส่วนใหญ่ก็คือนักท่องเที่ยว  แต่ปัจจุบันดูเหมือนเป็นสินค้าทั่ว ๆไปเหมือนตลาดนัด  จากตลาดมูเซอเก่าไปอีกนิดเดียวก็ถึงปากทางเข้าไปบ้านมูเซอ ระยะทางจากถนนตากแม่สอดเลี้ยวซ้ายเข้าไป De'Mosoi ประมาณ ๑ ก.ม แม้ว่าทางจะเลียบเลาะไปตามความโค้งของภูเขา  แต่ก็เป็นถนนลาดยาง  ไม่ไกลเหมือนที่ฉันคิดไว้เลย

            เวลา ๑๕.๔๕ น. พวกเราเดินทางถึง De'Mosoi  ก้าวแรกที่ฉันได้สัมผัสคือความเย็นสบาย  มีลมพัดและเสียงที่ได้ยินเป็นเสียงนก เสียงเด็กเล่นกันได้ยินมาไกล ๆ แต่รู้สึกว่าเป็นสัมผัสของความเป็นธรรมชาติมาก ยังไม่ทันจะก้าวเดินแม้แต่ก้าวเดียวในใจก็คิดว่าจะต้องมาอีกเรื่อย ๆ เป็นครั้งต่อ ๆ ไป  เจ้าของบ้านเองก็ตื่นเต้นและดีใจไม่น้อยเลย  รีบมารับกระเป๋าและพาเดินลงเขาไปยังบ้านพัก  ที่อยู่ชายเขาด้านล่างอีกระดับหนึ่งของบ้านหลังใหญ่ที่ครอบครัวอาศัยอยู่  และเป็นบ้านสำหรับจัดเป็นเรือนพักของแขก  มองออกไปรอบ ๆ จะเห็นภูเขาสลับซับซ้อน เห็นบ้านและสวน ไร่นา ขั้นบันได เห็นต้นไม้ใหญ่ปกคลุมหนาทึบ บรรยากาศขณะนั้นเหมือนปลายฝนต้นหนาว พวกเราก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน 

          ฉันนั่งพักไม่นาน จึงออกไปเดินเล่นไปสูดอากาศหายใจ ถือโอกาสถ่ายภาพไปด้วย  มื้อเย็นมีอาหารจากฝีมือพ่อครัวคุณหนานเกียรติสำหรับการต้อนรับที่อบอุ่นและกินอิ่มท้อง อิ่มใจ  และเป็นไปตามแผนความคาดหวัง กินไปคุยไปและสร้างความสุขเล็กน้อยด้วยคาราโอเกะ 

         ฉันและคุณหมออนามัย  เข้านอนก่อนเที่ยงคืน  ส่วนคุณหนานเกีบรติและอาจารย์หน่องรอเพื่อน ๆ ที่เดินทางมาจากสมุทรสาคร  ทราบว่าคณะเพื่อน ๆ เดินทางมาถึงประมาณตี ๑  

          เริ่มต้นกับการอิ่มความสงบภายในที่ไม่อาจซื้อหาได้ด้วยเงิน  คืนนั้นอากาศเย็นสบายต้องห่มผ้าหนานุ่ม  ไม่ต้องปิดหน้าต่างหรือประตู ได้ยินเสียงลำไม้ไผ่เสียดสีและเสียงสัตว์บางชนิดที่ออกหากิน กลิ่นความบริสุทธิ์ของอากาศกระทบจมูกเป็นระยะ ๆ ทำให้เห็นใจผู้คนที่ประสบกับอากาศร้อนจัดในฤดูร้อนนี้มาก ตั้งใจว่าจะต้องตื่นแต่เช้าเพื่อเสพกับสิ่งที่ต้องการ

ประตูบ้าน De'Musoi ยินดีต้อนรับค่ะ