พักหน้างานฟังเพลงเรื่อยเฉื่อย จริง ๆ คิดว่าไม่มีอะไรจะบันทึก แต่ก็อยากบันทึก ก็เลยบันทึก อิ..อิ..อิ...

แสงจันทร์กระจ่าง ส่องนำทางสัญจร
คิดถึงนางฟ้าอรชร ป่านนี้นางนอนหลับแล้วหรือยัง
แสงจันทร์นวลใหญ่ ข้าจ่อมจมอยู่ในภวังค์
เรไรเสียงไพรแว่วดัง ยิ่งฟังยิ่งเหงาจับใจ คิดถึง

 

           "แสงจันทร์"  เสียงเพลงรอสาย ดังมากระทบหูแทบทุกครั้งที่กริ๊งกร๊างหากันระหว่างฉัน

กับพี่ครูคิม  ก่อนที่เจ้าของโทรศัพท์จะรับสาย

            " สวัสดีค่ะ  พี่คิมอยู่จังหวัดไหนคะ"  ฉันถามเป็นประโยคแรก เพราะทราบดีว่าพี่สาว

ชอบเที่ยวไปและร่วมกิจกรรมต่าง ๆ และเยี่ยมเยียนกัลยาณมิตรชาวบล็อกอยู่เสมอ ๆ 

            " ตาล...พี่อยู่จังหวัดตาก" ..............

            " ลองคุยดูสิ  แล้วลองทายว่าคุยอยู่กับใคร"  พี่คิมพูดพลางส่งโทรศัพท์ให้

กัลยาณมิตรท่านหนึ่ง  ฉันตื่นเต้น  แต่ก็กล่าวเริ่มต้นด้วยคำว่า "สวัสดีค่ะ"  อยู่สองครั้ง

           " สวัสดีครับ"  มีเสียงชายหนุ่มกล่าวขึ้น

           "ใครเอ่ย....." ฉันไม่ทายหละ  ถามตรง ๆ ไปเลย  ก็ไม่รู้จะเริ่มต้นพูดอะไร

           "ผม หนานเกียรติ ครับ"ฉันก็ยังไม่รู้จะพูดอะไรดีที่เป็นชิ้นเป็นอัน ก็ไม่ได้ตั้งตัวมาก่อน

ไม่รู้จะแทนตัวว่าอย่างไรดี  ชายหนุ่มน่าจะเป็นรุ่นน้อง  หรือรุ่นเดียวกัน ไม่แน่ใจ

           " อือ...เสียงหล่อ  คนก็หล่อ"  ฉันพูดกลั้วหัวเราะ  คุณหนานเกียรติจึงบอกว่า

           "พี่คิมมาพักกับผมได้ 2 คืนแล้วครับ  "   ............... 

           "บอกว่าหน้าหนาว จะไปรับครูอิงมาเที่ยวด้วย"  คุยกันต่อสองสามประโยค คุณหนาน

เกียรติก็ส่งโทรศัพท์ให้พี่คิม  ฉันรีบถามพี่คิมว่า  คุณหนานเกียรติเป็นน้องครูอิงหรือเปล่า  ได้

รับคำตอบอย่างชัดเจนถึงปีเกิด  ทำให้ทราบว่า เป็นรุ่นน้องของฉันอย่างน้อย ก็ 5 ปี แน่ะ ต่อ

ไปก็คงเรียก  "น้องหนานเกียรติ"  ได้โดยไม่เคอะเขิน

                   พี่คิมพรั่งพรูสาธยายถึงความสุข  ที่ได้ไปพักที่รีสอร์ท จนทำให้ฉันรู้สึกอิจฉา

และอยากไปเที่ยวมาก ๆ เพราะนานแล้วไม่เคยได้ไปเที่ยวทางเหนือ และไม่เคยไปที่ จ. ตาก

ส่วนมากก็เป็น  เชียงราย  เชียงใหม่  ลำปาง ฯลฯ 

                    ก่อนจบการสนทนา  พี่คิมไม่ลืมที่จะถามไถ่สารทุกข์สุขดิบของฉันและลูก ๆ ถาม

ถึงการปรับปรุงผลงาน ค.ศ. 3  พร้อมกับให้กำลังใจ  แต่ฉันตั้งใจไว้แล้วว่า  คงทำเองได้โดย

ไม่ต้องรบกวนพี่คิม แต่ก็รู้สึกซาบซึ้งในความมีน้ำใจของกัลยาณมิตรท่านนี้

                   สุดท้าย คุยไปคุยมา  ก็แวะมาที่ ส้มตำปูม้า  อาหารจานโปรด สงสัยว่าก่อนถึง

หน้าหนาว เราคงได้เจอกันที่ทะเล ก่อนขึ้นดอยแน่ ๆ เลยค่ะ

                   เที่ยวสนุก สุขใจ  เก็บกักตุนความสุขเป็นพลังใจในการทำงาน  ในวันพรุ่งนี้

เปิดกล่องชอล์กอย่าเป็นทางการแล้ว คิดว่าคุณครูหลาย ๆ ท่านคงได้ชาร์ทแบตเตอรี่ในช่วงปิด

เทอมกันเต็มที่  ก็ขอให้มีความสุขกับการทำงานกันทุก ๆ คนนะคะ  

                    ปล.  จะรออ่านบันทึกแลทัศนาภาพสวย ๆ จากการแบ่งปันของพี่คิมค่ะ

                                        ตุลานี้  มาทานส้มตำปูม้ากันอีกรอบนะคะ