ธรรมะสมานสังคม
การอยู่ร่วมกันหลาย ๆ คน ที่เรียกว่า "สังคม" นั้น ย่อมจะมีการสัมพันธ์ มีการเสียสละ มีการล่วงเกินซึ่งกันและกัน หากไม่มีเมตตาในคนแล้ว การอยู่ร่วมกันก็ย่อมจะเป็นไปด้วยความเดือดร้อนเสียหาย เพราะอาศัยเมตตาธรรมนี้เองเป็นเครื่องสมานสังคมเท่ากับพยุงไม่ให้เซ ไม่ให้ทรุด ให้สังคมชุมนุมชนเป็นอยู่ได้อย่างปกติ
อันว่าความเมตตานี้ แปลง่าย ๆ ว่า "ความรัก" แต่เป็นความรักที่ระบายออก ความรักเพื่อความสุขของผู้ถูกรัก หาใช่เพื่อความสุขของผู้รักเองไม่ เช่น พระโพธิสัตว์รักยาจกรักคนเข็ญใจก็หวังความสุขความเจริญของยาจกเข็ญใจ หรือมารดาบิดารักบุตรธิดา ก็หวังความสุขความเจริญของบุตรธิดาเป็นที่ตั้ง แม้ตัวเองจะลำบากบ้างจะขาดแคลนบ้าง หากแน่ใจว่าบุตรธิดาของตนมีทางจะดีได้ จะเจริญงอกงามได้ จะเจริญงอกงามได้ มารดาบิดาทุกคนก็ยินดีที่จะรับภาระความลำบากนั้นไว้ เหตุนี้จึงจัดมารดาบิดาเป็น "พรหม" โดยธรรมของบุตรธิดา
ฉะนั้น เมตตาธรรมนี้ จึงเป็นไปเพื่อความสุขความเจริญของผู้ถูกรัก หาใช่เป็นความรักแบบเห็นแก่ตัวไม่ ความรักแบบเห็นแก่ตัวย่อมนำมาซึ่งความบกพร่อง ความเสียหายกระทบกระเทือน เช่น ความรักผสมความใคร่ความรู้สึกทางเพศ ขออภัย เช่น หนุ่มรักสาว สามีรักภรรยา เช่นนี้หากถึงกันตามวิสัยโลกีย์แท้ ๆ แล้ว ก็จะต้องถือว่า ผู้ที่เข้าไปรักนั้น ไม่ใช่เพื่อความสุขของผู้ถูกรัก แต่เพื่อความสุขของตัวเองต่างหาก จึงได้ไปรัก...ถ้าไม่ได้รัก มันไม่มีความสุข มันนอนไม่หลับ มันให้กระสับกระส่าย มีอันเป็นไป
เพราะฉะนั้น จึงดิ้นรนเข้าไปรัก และในขณะที่เข้าไปรักนั้นก็กอกโดยผลประโยชน์เข้ามาสนองความสุขความต้องการของตนเอง ความรักชนิดนี้ไม่ใช่เมตตาธรรม เมตตาธรรมจะต้องเป็นไปเพื่อความเสียสละช่วยเหลือ เพื่อความอบอุ่น เพื่อความสุขของผู้ถูกรัก เยี่ยงในหลวงรักพสกนิกร พระเวสสันดรรักคนเข็ญใจ พ่อแม่ทั้งหลายรักบุตรธิดา
การสละ เป็นเครื่องสมานสังคม เยียวยาสังคมมิให้เกิดช่องว่าง จะบรรเทาความริษยาอาธรรม์ลงได้ จุดแรกขอให้แน่ใจว่าการสละนี้เป็นสิ่งที่สังคมต้องการมาทุกยุคทุกสมัย ยามใดคนในสังคมไม่สละ ยามนั้นจะมีแต่ความแตกร้าว
ฉะนั้น การสละจึงเป็นโอสถ รักษาอาการอาพทธของสังคม ป้องกันสังคมมิให้พิกลพิการ แต่การสละก็เป็นเรื่องที่คนไม่ชอบทำเหตุที่ไม่ชอบสละ ก็เพราะรู้สึืกว่าเป็นฝ่ายเสียเปรียบ มีวิธีใดบ้างที่จะช่วยให้คนเสียสละ โดยที่ตัวเองไม่รู้สึกว่าเป็นผู้เสียเปรียบ มีทางเดียวคือความรักนี่แหละ...จะทำให้สละได้อย่างที่ผู้สละ มิได้นึกว่าเป็นฝ่ายเสีย...
เพราะความรัก มันทำให้อยากเข้าไปทะนุทะถนอม ประคับประคอง การสละประโยชน์ให้แก่บุคคลที่ตนรักนั้น เป็นอาการถนอนความรักทำให้เข้าไปถนอม ด้วยการทำให้บุคคลที่ตนรักมีความสุข...