เมื่อวันเสาร์ ที่ ๑๕ พ.ค.๒๕๕๓ คุณสนิท มณเฑียร นำรถยนต์ส่วนตัวมารับที่บ้านเวลา ๖.๓๐ น.จากนั้นไปเอาเครื่องฉายที่บ้านคุณสถาพร และไปรับคุณบี พวกเรา ๓ คนเดินทางออกจากตัวจังหวัดไปที่บ้านคุณรัตน์ ครุฑนา เพราะเขาประสานงานมาว่า อยากให้ไปพบชาวบ้าน ต.อ่ายนาไลย ( บ้านฝั่งหมิ่น และบ้านชมพู ) แวะรับประทานอาหารที่ในตัว อ.เวียงสา จากต้นทางถึงที่หมายเป็นระยะทางที่พวกเราเดินทางกันประมาณ ๔๕ กิโลเมตร http://tanuponanblog.spaces.live.com/default.aspx?sa=561640026

มีผู้เข้าร่วมรับฟังความรู้เรื่องโฉนดชุมชน และเป็นที่น่ายินดีที่ จ.น่าน มีการขับเคลื่อนจาก อ.นาน้อย ( ที่ ต.ศรีษะเกษ ต.บัวใหญ ) ทราบว่าวันนี้ ( ๑๖ พ.ค.๒๕๕๓ ) มีวิทยาการจาก พอช.มาให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดทำแผนที่ใช้อาคาร อบต.บัวใหญ่ อ.นาน้อย จ.น่าน เป็นสถานที่ฝึกอบรม ทราบว่าเป็นวิทยาการชุดเดียวกับที่เคยมาฝึกอบรมให้ที่สำนักงาน กศน.น่าน กลางเดือนกันยายน ๒๕๕๓
ที่ ต.อ่ายนาไลย อ.เวียงสา จ.น่าน เป็นที่น่าสนใจว่ากำนัน และผู้นำ รวมทั้งชาวบ้านให้ความสนใจรับฟังความรู้เรื่องโฉนดชุมชน แนวทางขับเคลื่อนเกี่ยวกับโฉนดชุมชน หลายท่านไม่เข้าใจว่า ไปส่งเสริมให้ชาวบ้านรุกป่าซึ่งความจริงแล้ว เป็นการสร้างเสริมให้มีการตรึงพื้นที่ และใช้ที่ดินเป็น พวกเราปล่อยปละละเลยชาวบ้านกันดีแต่ว่ากล่าวชาวบ้านโดยละเลยหรือไม่เอาใจใส่ หากไปใกล้ชิดแล้วจะสามารถดูแลแก้ไขปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้
ที่น่านเป็นโอกาสดีที่ผู้ใหญ่ในจังหวัดเอาใจใส่ เช่น ผวจ.หัวหน้าส่วนฯ อบจ.เทศบาล อบต.กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ภาคีเครือข่าย ได้มีการจัดตั้งศูนย์แผนที่ภูมิสารสนเทศทางภูมิศาสตร์จังหวัดน่าน เรียกย่อ ๆ ว่า ศูนย์แผนที่จังหวัดน่านได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก อบจ. พอช.UNDP และอีกหลายหน่วยที่จะมาร่วมสนับสนุนเติมเต็มต่อไป เชื่อว่าสามารถแก้ไขปัญหาหลาย ๆ สิ่งไปได้ในระดับเกิดผลดีต่อทุกฝ่าย

มีความรู้เกี่ยวกับโฉนดชุมชนที่ ครม.ประชุมไปเมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ขอสำเนามาแบ่งปันไว้ที่นี่ ดังนี้
5. เรื่อง ร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชน พ.ศ. .... (การกระจายการถือครองที่ดินในรูปแบบโฉนดชุมชน)
คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชน พ.ศ. .... (การกระจายการถือครองที่ดินในรูปแบบโฉนดชุมชน) ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว ตามที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเสนอ และให้ดำเนินการต่อไปได้
สาระสำคัญของร่างระเบียบ
1. กำหนดนิยามคำว่า “โฉนดชุมชน” หมายความว่า หนังสืออนุญาตให้ชุมชนร่วมกันบริหารจัดการการครอบครอง และใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐเพื่อสร้างความมั่นคงในการอยู่อาศัยและการใช้ประโยชน์ในที่ดินของชุมชน ซึ่งชุมชนมีหน้าที่ต้องดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้โดยกฎหมายและระเบียบนี้ (ร่างข้อ 3)
2. กำหนดให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า “คณะกรรมการประสานงานเพื่อจัดให้มีโฉนดชุมชน” เรียกโดยย่อว่า “ปจช.” และกำหนดหน้าที่ของ ปจช. เช่น เสนอนโยบาย แผนงาน และงบประมาณในการดำเนินงานโฉนดชุมชนต่อคณะรัฐมนตรี (ร่างข้อ 4 และร่างข้อ 7)
3. กำหนดคุณสมบัติกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิ (ร่างข้อ 5 - ร่างข้อ 6)
4. กำหนดให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีรับผิดชอบงานธุรการ งานประชุม การศึกษาหาข้อมูล และกิจการต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับงานของคณะกรรมการ รวมทั้งปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการมอบหมาย (ร่างข้อ 9)
5. กำหนดให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการฯ ภายในหกสิบวันนับแต่ระเบียบนี้ใช้บังคับ และกำหนดให้มีพื้นที่นำร่องในการดำเนินงานโฉนดชุมชนจำนวนไม่น้อยกว่าสามสิบพื้นที่ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่ระเบียบนี้ใช้บังคับ (ร่างข้อ 10)
มติ ครม.ก่อนหน้า 11 พ.ค.2553 คือ มติ ครม.20 ต.ค.2553 ดังนี้
สืบเนื่องจากเมื่อวันหยุดที่ผ่านมา โดยการประสานงานทางโทรศัพท์ วันนี้ ๙ - ๑๒ น.คุณสนิท มณเฑียร ในฐานะหน.คณะทำงานศูนย์แผนที่ฯ และคณะ เดินทางไปที่บ้านฝั่งหมิ่น อ.เวียงสา จ.น่าน เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการกระบวนการจัดทำโฉนดชุมชน สอบถามทราบว่าประชาชนในพื้นที่ให้ความสนใจเป็นอย่างดี และที่สำคัญ อบต.อ่ายนาไลย พร้อมให้การสนับสนุนงบประมาณขับเคลื่อนอีกด้วย
สาระสำคัญของร่างระเบียบการกระจายการถือครองที่ดินในรูปแบบโฉนดชุมชน กำหนดให้มี“คณะกรรมการประสานงานเพื่อจัดให้มีโฉนดชุมชน” หรือ ปจช. และจัดตั้งคณะกรรมการฯ ภายใน 60 วันนับแต่ระเบียบนี้ใช้บังคับ
วันนี้ (11 พ.ค.) คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชน พ.ศ. .... (การกระจายการถือครองที่ดินในรูปแบบโฉนดชุมชน) ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว ตามที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเสนอ และให้ดำเนินการต่อไปได้ โดยมีสาระสำคัญของร่างระเบียบ ดังนี้
1. กำหนดนิยามคำว่า “โฉนดชุมชน” หมายความว่า หนังสืออนุญาตให้ชุมชนร่วมกันบริหารจัดการการครอบครอง และใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐเพื่อสร้างความมั่นคงในการอยู่อาศัยและการใช้ประโยชน์ในที่ดินของชุมชน ซึ่งชุมชนมีหน้าที่ต้องดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้โดยกฎหมายและระเบียบนี้ (ร่างข้อ 3)
2. กำหนดให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า “คณะกรรมการประสานงานเพื่อจัดให้มีโฉนดชุมชน” เรียกโดยย่อว่า “ปจช.” และกำหนดหน้าที่ของ ปจช. เช่น เสนอนโยบาย แผนงาน และงบประมาณในการดำเนินงานโฉนดชุมชนต่อคณะรัฐมนตรี (ร่างข้อ 4 และร่างข้อ 7)
3. กำหนดคุณสมบัติกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิ (ร่างข้อ 5 - ร่างข้อ 6)
4. กำหนดให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีรับผิดชอบงานธุรการ งานประชุม การศึกษาหาข้อมูล และกิจการต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับงานของคณะกรรมการ รวมทั้งปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการมอบหมาย (ร่างข้อ 9)
5. กำหนดให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการฯ ภายในหกสิบวันนับแต่ระเบียบนี้ใช้บังคับ และกำหนดให้มีพื้นที่นำร่องในการดำเนินงานโฉนดชุมชนจำนวนไม่น้อยกว่าสามสิบพื้นที่ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่ระเบียบนี้ใช้บังคับ (ร่างข้อ 10)
จากนั้น เรื่อง ข้อเสนอแนวทางให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการจัดการที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน คณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามมติคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในคราวประชุมครั้งที่ 1/2553 เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2553 ตามที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเสนอ โดยให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีรับความเห็นเพิ่มเติมของรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย) ที่เห็นว่า อาจนำเรื่องนี้รวมพิจารณากับประเด็นกฎหมายภาษีและที่ดิน โฉนดชุมชน การแก้ปัญหาที่ดินหวงห้าม โดยการมอบหน่วยงานหรือรัฐมนตรีกระทรวงใดรับผิดชอบ จัดสัมมนาเชิงนโยบายด้านที่ดิน แล้วกำหนดวันนำเสนอต่อสาธารณะพร้อมกันต่อไป ไปพิจารณาดำเนินการด้วย