แลกเปลี่ยนเรียนรู้ กับครูครอบครัวสุจภาวะในโรงเรียน
เมื่อวานประมาณบ่ายสองโมง ผมมีโอกาสได้เข้าไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับคณะทำงานครอบครัวสุขภาวะในโรงเรียน ที่ร้านอาหารกรุงไทยคิทเชน จังหวัดตราด

นั่งหัวโต๊ะ คือ คุณป๊อบ จาก มูลนิธิเครือข่ายครอบครัว ที่เหลือก็เป็นผู้บริหาร คณะครู ที่ทำงานครอบครัวสุขภาวะในโรงเรียน และ บุคลากรจากมูลนิธิเครือข่ายครอบครัว
งานนี้ ผมจะฟังเสียเป็นส่วนใหญ่
สรุปสาระสำคัญที่ได้
1. นักเรียนหนีเรียน เพราะมาโรงเรียนแล้วไม่มีความสุข
2. การห้ามโรงเรียนตี แต่พ่อแม่ยังตีเหมือนเดิม
3. การทำงานครอบครัวสุขภาวะในโรงเรียน เน้นให้นักเรียนมีความสุข
4. การพัฒนาการศึกษาที่ผ่านมา เน้นให้นักเรียนเก่ง เน้นประกวดเด็กเก่ง
5. มีคำถามสะท้อนมาจากคุณครูบางส่วนว่า เด็กมีความสุข แล้วจะทำให้เก่งขึ้นได้หรือไม่
6. ครูที่ทำงานครอบครัวสุขภาวะในโรงเรียน ได้รับแรงกดดันจากนโยบายบริหารที่เน้นเด็กเก่ง
7. ครูส่วนหนึ่งไม่เชื่อว่าเด็กมีความสุขแล้วจะทำให้เด็กเก่ง
8. ที่ประชุมเสนอว่าเราน่าจะมีการประกวดโรงเรียนที่นักเรียนมีความสุข ประกาศยกย่องโรงเรียนที่จัดการเรียนการสอนแล้วเด็กมีความสุข
โจทย์ทั้ง 8 ข้อ ผมว่าเป็นโจทย์ใหญ่ทางการศึกษาเลยละครับ
สวัสดียามเช้าค่ะอาจารย์
เมื่อคืนขก.ฝนตกค่ะ อากาศดี
ดีนะค่ะมีการทำงานเกี่ยวกับครอบครัวสุขภาวะในโรงเรียน เหมือนโรงพยาบาลที่ต้องดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม ในทางจิตเวชก็มีการเน้นการดูแลทางจิตสังคมค่ะ ครอบครัวสำคัญมาก
เด็กกับครอบครัวเป็นสิ่งที่มาคู่กันอยู่แล้ว ครอบครัวก็มีส่วนอย่างมากกับความสุข ทุกข์ของเด็ก
อ่านสาระ8ข้อก็เห็นด้วยว่าปัจจุบันเขาเน้นเด็กเก่งกันมากนะค่ะ ถ้าเก่ง ดี สุข อีคิวดีด้วยก็น่าจะดีมากขึ้น
ขอบคุณบันทึกดีๆนี้ค่ะ
* เมื่อคืนที่ตราด อากาศร้อนมากเลยครับ ไหนจะการเมือง
* การทำงานเกี่ยวกับครอบครัวสุขภาวะในโรงเรียน เหมือนโรงพยาบาลที่ต้องดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม ในทางจิตเวชก็มีการเน้นการดูแลทางจิตสังคมค่ะ ครอบครัวสำคัญมาก
(ครับ ดูแลนักเรียนอย่างเป็นองค์รวม ลักษณะเดียวกับโรงพยาบาลนะครับ)
* เด็กกับครอบครัวเป็นสิ่งที่มาคู่กันอยู่แล้ว ครอบครัวก็มีส่วนอย่างมากกับความสุข ทุกข์ของเด็ก
(ครับ พื้นฐานของความรัก ก็มาจากครอบครัวแหละครับ)
* อ่านสาระ8ข้อก็เห็นด้วยว่าปัจจุบันเขาเน้นเด็กเก่งกันมากนะค่ะ ถ้าเก่ง ดี สุข อีคิวดีด้วยก็น่าจะ
(ครับเน้นแต่เก่ง เด็กเลยขาดความสุข และ ยิ่งเด็กที่ไม่เก่ง ก็เลยต้องไปหาความสุขที่ร้านเกมครับ)
ขอบคุณมากครับที่เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยครับ
ถูกต้องแล้วค่ะ
ไม่มีใครประเมินโรงเรียนมีความสุข
มีแต่ประเมินนักเรียนอ่านคล่อง คิดเลขเร็ว
ครูก็ต้องหาวิธีให้ลูกฝึกอ่าน ฝึกคิดเลข อย่างมีความสุข..
ฝึกอ่าน ฝึกคิดเลข อย่างมีความสุข..
ครับ ไปด้วยกันครับ ทั้งเก่ง และ มีความสุข คือ เก่งอย่างมีความสุข
ขอบคุณครับ
ท่านอาจารย์ครับ
ผมขอว่าตาม Model ของ Kirkpatrick ครับ
ท่านว่าไว้ว้า
Motivation (ฉันทะ) นำมาสู่การเรียนรู้ (Learning) ซึงจะนำมาสู่ การเปลี่ยนพฤติกรรม (Behavioral Change) และสุดท้ายทำให้เขามีผลงานดีขึ้น (Organizational Performance) ครับ
ผมเห็นตามนี้จริงๆครับ (ผมสอนผู้ใหญ่ MBA) มันเข้ากันได้จริงๆ
จนปัจจุบันผมจะถามพวกเขาอยู่เรื่อยๆ ว่า ยังสนุกอยูไม๊
ถึงกับบอกว่า ถ้าไม่สนุก ให้สงสัยก่อนว่าไปผิดทางแล้ว
รีบกลับมาคุยกันด่วน
ความสุข ความสนุก ความรู้สึกดีๆ กับวิชานั้น และกับตัวคุณครู เป็นเหตุไกล้ (Proxy) ให้เกิด ฉันทะ ครับ
สวัสดีค่ะ
* Model ของ Kirkpatrick
* Motivation (ฉันทะ) นำมาสู่การเรียนรู้ (Learning) ซึงจะนำมาสู่ การเปลี่ยนพฤติกรรม (Behavioral Change) และสุดท้ายทำให้เขามีผลงานดีขึ้น (Organizational Performance)
อาจารย์ครับ Model นี้ ขออนุญาตนำไปขยายผลอ้างอิงนะครับ
* ผมเห็นตามนี้จริงๆครับ (ผมสอนผู้ใหญ่ MBA) มันเข้ากันได้จริงๆจนปัจจุบันผมจะถามพวกเขาอยู่เรื่อยๆ ว่า ยังสนุกอยูไม๊ถึงกับบอกว่า ถ้าไม่สนุก ให้สงสัยก่อนว่าไปผิดทางแล้วรีบกลับมาคุยกันด่วน
อาจารย์ครับ ขนาดอาจารย์สอนผู้ใหญ่ ยังเน้นให้มีความสุขเลยนะครับ แล้วนับประสาอะไรกับเด็ก เขาคงต้องการความสุขอย่างแน่นอนเลยนะครับ ความสุขในการเรียนรู้ หรือ เรียนรู้อย่างมีความสุข
ผมเอง เวลาไปอบรมประชุมอะไร ถ้าไม่มีความสุข ก็ไม่อยากรับรู้เลยละครับ
ขอบคุณอาจารย์มากครับสำหรับองค์ความรู้ที่มาเสริมเติมเต็ม
ความสุข ความสนุก ความรู้สึกดีๆ กับวิชานั้น และกับตัวคุณครู เป็นเหตุไกล้ (Proxy) ให้เกิด ฉันทะ
ขอบคุณมากครับ ผมขออนุญาตนำไปขยายผลต่อนะครับ
คนเราเมื่อเขามีความสุข..ครูจะแทรกสิ่งอื่นๆเข้าไปได้อย่างสบายๆ...ปัญหาที่ออกนอกลู่นอกทางคงลดน้อยลงอย่างแน่นอน
ประเด็นสำคัญอยู่ที่อาจารย์ยกมานี่แหละครับ
ขอบคุณมากครับที่เข้ามาเสริมเติมเต็ม
อรุณสวัสดิ์ค่ะท่านรองฯ
ปูว่า ทัศนคติ สำคัญที่สุด อาจจะมองว่าเป็นนามธรรมหากแต่แท้จริงแล้ว นี่ล่ะ ความลับ
ข้อ ๗ ถ้ามีในครู ต่อถ่ายถึงเด็ก เชื่อมั่นว่า ทำได้ แล้วความสุข ขอยกตัวอย่างจำได้แม่นเลยค่ะ ตอนเรียนปูไม่ชอบคณิตฯ มากๆคือหัวไม่ถึง แต่ครูม.๓ ท่านทำให้เราสนุกและเข้าใจได้ เกรด๔ ตัวเลขของวิชาที่ยากมากๆในสายตา อาจไม่สำคัญไปกว่า สิ่งที่ท่านทำให้เราเชื่อมั่นว่า สุดท้ายแล้ว ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ ขอบพระคุณมากมายค่ะ;)
คุณPooครับ
ทัศนคติ สำคัญมากเลยนะครับ
คุณปูยกตัวอย่างไม่ชอบคณิต แต่คุณครูทำให้สนุกและเข้าใจได้ ได้เกรด 4
ต้องขอชืนชมคุณครูของคุณปูนะครับ ผมว่าข้อสำคัญอยู่ที่ความรักนะครับ ถ้าคุณครูรักเด็ก ก็คิดสอนให้เด็กมีความสุข เด็กก็สนุกและได้ความรู้
เรื่องนี้ ประมาณว่า "ให้ความรัก ก่อนให้ความรู้" ครับ
ขอบคุณมากครับที่เข้ามาแชร์ประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์
สวัสดีค่ะ......
อ่านๆดูแล้วแสดงว่าเขาอยากจะให้เน้นที่ EQ แล้วถึงจะ IQ ตามมานะคะ ซึ่งมันกลับกันกับคำที่ว่า เก่ง ดี แล้วถึงจะมีความสุข...
คงต้องเขียนเสียใหม่ว่า....สุข เก่ง ดี เสียแล้วล่ะค่ะ
สำหรับตัวความสุขนี่....มันต้องสุขทั้งผู้สอนและผู้เรียนด้วย แล้วพากันเดินทางไปสู่จุดหมายพร้อมๆกันคือ.....ต่างฝ่ายต่างพอใจนั่นเอง
มีความสุขกับการทำงานนะคะ
ผมชอบคำพูดของครูสมพรสอนลิงครับ ที่ว่า
"ให้ความรักก่อนให้ความรู้"
ถ้า "สุข เก่ง ดี" ก็ดีมากเลยครับ
ขอบคุณครับ