ก้าวผ่านความกลัวด้วยพลัง

ความกลัวกับความกล้า

        ความกลัวคืออะไร  ? พจนานุกรมให้คำจำกัดความของความกลัวว่า กลัว [กฺลัว] ก. รู้สึกไม่อยากประสบสิ่งที่ไม่ดีแก่ตัว รู้สึกหวาดเพราะคาดว่าจะประสบภัย ...เช่น กลัวความยากจน กลัวถูกตำหนิติเตียน กลัวเจ็บป่วย กลัวสูญเสียสิ่งที่รัก หรือของรัก กลัวแก่ชรา กลัวตาย ฯลฯ ความรู้สึกกดดันที่เกิดจากความเจ็บปวดที่จะเกิดขึ้น, หรืออันตราย หรือสิ่งเลวร้าย และอื่น ๆ หรือโดยความคิดเช่นนั้น ความกลัวจึงเป็น ต้นเหตุของความทุกข์ ได้แก่ ตัณหา ความอยากทั้ง ๓ ได้แก่ กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา ความอยากในกาม ความอยากมีอยากเป็น ความอยากไม่มีอยากไม่เป็น คือความเกลียดชัง ความกลัวต่างๆ ไม่อยากจะพบ ไม่อยากจะเจอ ตัณหาทั้ง ๓ นี้ เป็นเหตุที่สร้างความทุกข์ให้เกิดขึ้นมาในจิตใจ ถ้าไม่มีตัณหาก็จะไม่มีความทุกข์   ขอเรียนรู้เพิ่มเติมได้จากhttp://variety.teenee.com/saladharm/24531.html 

        ในหนึ่งขีวิตของคนเรา  ประสบการณ์ที่เผชิญกับความกลัวย่อมมีแตกต่างกันไป  และฉันเองก็เป็นหนึ่งในนั้น ที่เกิดความกลัวสารพัดจน ไม่กล้า ที่จะเผชิญ  ตอนที่ฉันยังเด็ก กลัวปลิง มาก ไม่กล้า แค่เห็นมันว่ายอยู่ในน้ำก็มีอาการปางตาย วันหนึ่งไปเล่นน้ำในหนอง  โดนปลิงกัดเข้าที่ตาตุ่ม ร้องเรียกใครให้มาช่วยไม่มีใครได้ยิน  ในวินาทีแห่งความกลัวนั้น  ทำให้ฉันดึงเจ้าปลิงที่กำลังดูดเลือดฉันอย่างอร่อยจนตัวพอง  ตัวนั้นออกด้วยมือเปล่าๆ  แต่มันก็ยังเกาะติดแน่นอยู่อย่างนั้น  การต่อสู้กับความกลัวในตอนนั้น จนทำให้ฉันเกิดพลังฮึดสู้ขึ้นในใจ ลอง กล้าเผชิญกับความกลัวดู ด้วยการถามตัวเอง แค่เจ้าตัวเล็กๆแค่นี้ไม่ทำให้ฉันตายได้หรอก เดี๋ยวเถอะแก พูดอยู่คนเดียวดังๆ  จนจัดการกับเจ้าปลิงจนได้  ก็แค่นั้นเอง....จากนั้นมาเห็นปลิงก็รู้สึกเฉยๆ   

        กว่าครึ่งหนึ่งของชีวิตของฉัน ที่ไม่กล้า แม้กระทั่งปริปาก บอกความต้องการของตนเองให้คนอื่นได้ทราบหรือรับรู้ ในครั้งหนึ่งฉันเกือบจะสูญเสียคนที่ฉันรักไป หลายครั้งฉันต้องเสียโอกาสที่ดีๆไปอย่างน่าเสียดาย แต่พอได้ ลองบอก ลองเสนอความต้องการ หรือแสดงความคิดออกมาให้คนอื่นได้รับรู้บ้าง  ในที่ประชุมบ้าง แรกๆ ก็ดูไม่ค่อยจะเข้าท่าสักเท่าไร เพราะกลัวการแสดงออก กลัวคนอื่นติติง กลัวผิดหวัง กลัวถูกปฏิเสธ ระคนไปหมด  แต่หากลองบอกบ่อยๆ ก็เกิดความกล้าขึ้นทีละนิดๆ ถือว่าเป็นการเพิ่มพลังในการต่อสู้ภายในใจตัวเอง ให้ก้าวผ่านจากสารพัด ความกลัว  ตอนนี้ได้มีประสบการณ์มากขึ้น เกิดการเรียนรู้วิธีสื่อสารเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการได้มากขึ้น บางครั้งได้ผลลัพธ์เกินคาด

         ไม่กี่เดือนที่ฉันได้ลองจับพวงมาลัยรถยนต์ ตั้งแต่ มีรถยนต์มานานกว่า 14 ปีเคยอยากลองขับแต่ ก็ ไม่กล้า จากหลายสาเหตุแห่งความกลัว ด้วยว่าสายตาไม่ดีบ้าง มีคนขับให้นั่งแล้วนี่นา ไปไหนเค๊าก็พาไป  และเค๊าคนที่บ้านก็เคยบอกด้วยเสียงที่ก้องในหัวฉันอยู่ตลอดเวลา "คนอย่างคุณน่ะไม่มีทางจะขับรถได้ " นั่นเป็นเสียงที่คนที่ฉันรักคอยบอกอยู่อย่างนั้นและมันยังก้องอยู่ในหัวตลอดระยะเวลา กว่า 14  ปี และแล้ว   ในเมื่อไม่คิดที่จะเริ่มคงไม่ได้ทำสักที จุดเริ่มก็มีอยู่ว่า  คนที่บ้านไปประชุมที่ต่างจังหวัด นานตั้ง 7 วัน เช้าวันหนึ่งฝนตกพรำๆ ไม่หนักมาก แต่หากขี่มอเตอร์ไปตลาดเพื่อซื้อกับข้าวมาทำให้ลูกได้ทานก่อนไปโรงเรียนก็ต้องเปียกไปทั้งตัว เจ็บใจจริงๆ   แค่รถยนต์จอดอยู่ใต้ถุนบ้าน    คนอย่างฉันก็ไม่มีปัญญาขับ  แล้วมันใช่หรือ ฉันถามตัวเองซ้ำๆ  เมื่อมันเกิดเหตุ จึงเริ่มให้ป้าสร้อยช่วยหัดขับรถ ให้ภายใน 5 วันเมื่อ 5 เดือนก่อน คำพูดที่ป้าสร้อยคอยให้กำลังใจฉัน เป็นพลังทำให้ฉันลืมคำพูดที่ว่า "คนอย่างคุณน่ะไม่มีทางจะขับรถได้ " ไปจนหมด จากนั้นก็ขับรถยนต์ไปทำงานทุกๆวัน แต่ไม่กล้าที่ขับไปที่ไหนไกลๆ การขับรถของฉันทุกวันทำให้ฉันเกิดการเรียนรู้ เพิ่มขึ้นทีละนิดๆ แล้ววันนี้วันที่ 15 พฤษภาคม 2553  เป็นวันที่ฉันได้  ก้าวผ่านความกลัว อีกครั้งหนึ่งที่ต้องตัดสินใจในนาทีแห่งความกล้าที่ต้องจดจำ ถือว่าเป็นพลัง และอีกหนึ่งประสบการณ์ที่สำคัญในชีวิต ที่คนอย่างฉัน ก็สามารถก้าวผ่านความกลัวนี้ไปได้  กับการที่ต้องขับรถยนต์ไปส่งลูกสาวที่โรงเรียนประจำแห่งหนึ่งที่จังหวัดร้อยเอ็ดเพียงคนเดียวแต่ไม่เดียวดาย  แม้คนที่บ้านไปอบรมระหว่างนี้เป็นเดือน   ใช่แล้ว คนอย่างฉันก็สามารถเอาชนะความกลัวนี้ได้ จากพลังความเชื่อมั่นในตัวเอง ด้วยพลังความคิดและพูดกับตัวเองเสมอว่า "การเดินทางของฉันในวันนี้  ฉันต้องเจอแต่เรื่องราวดีๆมีแต่คนดีรออยู่อย่างแน่นอน และคนอย่างฉันต้องทำได้ "  ในระหว่างการเดินทาง  ฉันต้องขอบคุณลูกสาวที่กล้าก้าวขึ้นรถไปกับฉันด้วยแบบไม่สนใจ ไม่ได้สร้างความกดดันให้กับฉัน  นอนหลับไปตลอดทาง ฉันก็คอยให้กำลังใจตัวเองตลอดทางเป็นพลังให้ฉันขับผ่านพ้นช่วงถึงแม้การจราจรที่คับขันต่างๆ  ผ่านแยกต่างๆได้อย่างราบรื่น  ฉันทำได้ ฉันทำได้ๆๆ และอีกหลาย พลังใจจากคนที่รักรอบๆข้าง  น้องสาวและน้องเขยจากสุรินทร์  น้องสาวทั้งสองจากยโสธร ที่คอยให้กำลังใจก่อนออกเดินทางและระหว่างการเดินทาง   พี่ชายคนดีที่คอยชี้แนะทางโทรศัพท์ กับวิธีขับรถทางไกล  คอยเตือน เป็นเพื่อนคุยมาตลอดเส้นทาง  รอยยิ้มจากเพื่อนเก่าเจ้าของร้านอาหารเมี่ยงปลา  เพื่อนผู้ปกครองหลายคน กับการช่วยเหลือเป็นธุระให้ คุณครูประจำหอพักลูกที่สร้างความไว้วางใจในการฝากลูกไว้กับโรงเรียน   ความห่วงใยจากคนที่บ้านซึ่งอยู่แดนไกล คอยโทรถาม แม่เสี่ยวที่รอขับรถตามหลังเป็นเพื่อนเดินทางขากลับ  ถือว่าเป็นพลัง ตลอดเส้นทางแห่งการเดินที่แสนอบอุ่นและราบรื่นในวันนี้  ช่างทำให้ใจฉันได้ยิ้มอย่างมีความสุข กับอีกหนึ่งความสุขรายวัน  ขอบคุณ ความกล้าของฉันที่ทำให้ฉัน กล้าเผชิญกับอีกความกลัว จนสามารถ ก้าวผ่านความกลัวด้วยพล้ง.......... 

 

         อุ้มบุญ