งานวิจัยในชั้นเรียนที่กลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินการศึกษาเก็บไว้

ครูจุ่น
ดาวน์โหลดวิจัยในชั้นเรียน

ถึง  เพื่อนสมาชิกทุกท่าน

ผมได้ทำลิงค์เข้าสู้หน้าวิจัยในชั้นเรียนของกลุ่มนิเทศ  ติดตามและประเมินผล  ที่เขาได้รวบรวมไว้  เผื่อเพื่อนสมาชิกได้ดาวน์โหลดเป็นตัวอย่างในการพัฒนางานวิจัยในชั้นเรียนครับ

 

ลิงค์อยู่ที่นี่ครับ  http://suplb1.com/research/research.htm

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน วิจัยในชั้นเรียน

คำสำคัญ (Tags)#วิจัยในชั้นเรียน

หมายเลขบันทึก: 35834, เขียน: 27 Jun 2006 @ 18:25 (), แก้ไข: 13 Jun 2012 @ 09:12 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 3, อ่าน: คลิก


ความเห็น (3)

พงษ์ศักดิ์ อัครปรีชากุล
IP: xxx.113.17.151
เขียนเมื่อ 
การวิจัย

การวิจัย (Research) คือ  เป็นวิธีการหนึ่งที่ใช้ค้นหาสาเหตุหรือที่มาของปัญหาอย่างมีขั้นตอนและเป็นระบบ

ระเบียบวิธีวิจัย (Research Methodology) คือ วิธีการค้นหาคำตอบจะทำเป็นกระบวนการ ใช้ค้นหาคำตอบทฤษฎี (Theory) คือ ผลของการวิจัยที่น่าเชื่อถือจะต้องอาศัยเครื่องมือในการพิสูจน์ ใช้พิสูจน์คำตอบทฤษฎีกับงานวิจัย เป็นเครื่องมือที่จะนำมาใช้ในการอธิบายเหตุการณ์หรือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมีเหตุผล ตั้งแต่ขั้นตอน การวางแผนและออกแบบงานวิจัย (Research design) และขั้นตอนการอธิบายคำตอบหรือสนับสนุนคำตอบของงานวิจัย

ระเบียบวิธีวิจัย (Research Methodology) เป็นแบบแผนของการวิจัย ที่เริ่มตั้งแต่ การเก็บข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล และการนำเสนอข้อมูลอย่างมีขั้นตอน

ระเบียบวิธีวิจัยเชิงทดลอง ( Experiment  Research  Methodology) เป็นการวิจัยที่ต้องทำในห้องทดลองหรือห้องปฏิบัติการ

ระเบียบวิธีวิจัยเชิงบรรยาย ( Descriptive  Research  Methodology) เป็นการวิจัยที่ต้องอาศัยข้อมูลที่มีอยู่แล้วโดยมีผู้สำรวจไว้แล้ว หรือผู้วิจัยทำการสำรวจเอง

ประเภทของการวิจัย (Type of Research)

การวิจัยแบบทดลอง (Experimental Research ) เป็นการวิจัยที่มีการควบคุมลักษณะบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์หนึ่งไว้เพื่อดูผลว่าจะเป็นอย่างไร

การวิจัยแบบบรรยาย (Descriptive Research) เป็นการวิจัยที่ต้องอาศัย การรวบรวมข้อมูล   เพื่อนำมาอธิบายหรือสรุปผลปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น

การวิจัยประวัติศาสตร์ (Historical  Research) เป็นการวิจัยเพื่อค้นหาข้อเท็จจริงในอดีต ซึ่งจะเน้นหนักในการตรวจสอบ เป็นอะไรในอดีตการวิจัยปัจจุบัน(Current  Research) เป็นการวิจัยเพื่อค้นหาความจริง/สาเหตุของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เป็นอะไรในปัจจุบัน
ขั้นตอนการทำวิจัย
  1. กำหนดเรื่อง/หัวข้อที่จะทำวิจัย

1.1  เลือกปัญหา

แนวทางในการเลือกปัญหาเพื่อทำวิจัย

เรื่องที่ควรทำวิจัย

การตั้งชื่อเรื่องงานวิจัย

1.2  วิเคราะห์ปัญหา

ที่มาของปัญหา สิ่งที่ต้องการทราบจากการวิจัย

ขอบเขตการวิจัย

สิ่งที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัย(ทฤษฎีที่จะนำมาใช้ในงานวิจัย)

ข้อความหรือคำที่เป็นปัญหา

คาดคะเนผลการวิจัย
  1. วางแผนงานและออกแบบงานวิจัย

2.1  ระเบียบวิธีวิจัย

2.2  เครื่องมือวิธีวิจัย

2.3  วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล

2.4  การวิเคราะห์ข้อมูล

2.5  กำหนดแผนการดำเนินการ

2.6  เขียนโครงการ

บทนำ

        ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา วัตถุประสงค์ของการวิจัย สมมติฐานของการวิจัย

        ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ ขอบเขตของการวิจัย ประชากร/กลุ่มตัวอย่าง ตัวแปรที่เกี่ยวข้อง

        นิยามศัพท์เฉพาะ

แนวคิดและทฤษฎีตลอดจนงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

        ตัวแบบ/กรอบคิดในการวิจัย

ระเบียบวิธีวิจัยที่ใช้

        รูปแบบการวิจัย(ระเบียบวิธีวิจัย) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล วิธีการเลือกตัวอย่าง

        วิธีการวิเคราะห์ข้อมูล

เอกสารอ้างอิง
  1. เก็บรวบรวมข้อมูล

3.1  เตรียมการ สร้างเครื่องมือ/ออกแบบสอบถาม จัดทำคู่มือการลงรหัส

3.2  ปฏิบัติการ ในห้องทดลอง/ภาคสนาม
  1. วิเคราะห์ข้อมูล (เป็นหัวข้อในการอบรมครั้งนี้)

4.1  วิเคราะห์ข้อมูลขั้นต้น การบรรยายลักษณะกลุ่มตัวอย่าง

4.2  วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อตอบวัตถุประสงค์/ทดสอบสมมติฐาน

เป็นการวิเคราะห์สิ่งต่อไปนี้          และจะได้           หัวข้อสำหรับเขียนรายงานดังนี้ที่มาของงานวิจัย                                                      ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา สิ่งที่ต้องการทราบจากการวิจัย                                   วัตถุประสงค์ของการวิจัย    ประโยชน์( Research Question )                                        ( Research Objective )ขอบเขตของการวิจัย                                             ประชากร ตัวอย่าง สิ่งที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัย                                          ตัวแปรในการวิจัย กรอบแนวคิดข้อความหรือคำที่เป็นปัญหา                                  นิยามศัพท์ เฉพาะคาดคะเนผลการวิจัย                                             สมมติฐานของการวิจัย (Research  Hypothesis)
  1. เขียนรายงานการวิจัย

บทที่ 1 บทนำ

บทที่ 2 ทบทวนวรรณกรรม

บทที่ 3 สมมติฐานและตัวแบบงานวิจัย

บทที่ 4 ระเบียบวิธีวิจัย

บทที่ 5 รายงานผลการวิจัย เสนอผลการวิเคราะห์และอธิบาย/สรุป โดยไม่ต้องใส่ความคิดเห็น

บทที่ 6 สรุปผลการวิจัย อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ

สรุปผลการวิจัย จุดมุ่งหมาย วิธีการวิจัย ผลการวิจัยหรือสิ่งที่ค้นพบจากการวิจัย

อภิปรายผล อธิบายให้เหตุผลของสิ่งที่พบโดยยึดทฤษฎีเป็นแนวทาง

ข้อเสนอแนะ การใช้ผลการวิจัย สิ่งที่อาจจะทำวิจัยเพิ่มเติม                เอกสารอ้างอิง วัตถุประสงค์ของการวิจัย ได้จาก การวิเคราะห์สิ่งที่ต้องการทราบจากการวิจัย ซึ่งอาจจะเรียกกันว่า คำถามในการวิจัย ( Research Question) กรอบแนวคิดในการศึกษาวิจัย เป็นการนำแนวคิด และ ทฤษฎี ตลอดจนงานวิจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง กับสิ่งนิสิตศึกษามาสนับสนุนงานนิพนธ์ของนิสิต เพื่อให้เห็นว่าสิ่งที่จะทำต่อไป มีที่มาอย่างไร มีทฤษฎีอะไรบ้าง ใครเคยศึกษาไว้แล้ว ได้ผลอย่างไร และ นิสิตจะศึกษา แตกต่างไปจากผู้ที่เคยศึกษาไว้อย่างไร นิสิตจะต้องผสมผสาน ทฤษฎี งานวิจัยอื่นๆที่เกี่ยวข้อง และ แนวคิดของนิสิต เอง มาใช้ในการศึกษาวิจัยครั้งนี้
สมมติฐานของการวิจัย ได้จาก การวิเคราะห์หรือคาดคะเนผลของการวิจัย ซึ่งจะเป็นการคาดเดาผลงานวิจัย โดยในการคาดคะเนหรือการคาดเดานั้นจะต้องมีเหตุผลในการคาดเดา ผู้วิจัยจะต้องอธิบายได้ว่าทำไมต้องมีการคาดคะเนหรือคาดเดาอย่างนั้น สมมติฐานมีความสำคัญต่อการวิจัยมาก เพราะจะเป็นแนวทางในการที่จะหาคำตอบของงานวิจัยนั้น นอกจากนี้ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการกำหนดแนวทางและขอบเขตของการเก็บข้อมูล ในงานวิจัยหนึ่งๆ อาจจะมีการกำหนดสมมติฐานไว้หลายสมมติฐาน ผู้วิจัยแต่ละคนอาจจะกำหนดสมมติฐานไว้แตกต่างกันถึงแม้นจะทำวิจัยเรื่องเดียวกันก็ตาม ทั้งนี้เพราะผู้วิจัยแต่ละคนจะมีประสบการณ์ ความเชื่อ ทัศนคติที่แตกต่างกัน  สมมติฐานอาจกำหนดไว้หลายข้อ สถิติกับงานวิจัยสถิติบรรยาย (Descriptive Statistics)สถิติอนุมาน (Inference  Statistics)สถิติบรรยาย (Descriptive Statistics) หรือค่าสถิติเบื้องต้น(พื้นฐาน)การนำเสนอข้อมูล ( Presentation )การแจกแจงความถี่ ( Frequencies )การวัดแนวโน้มเข้าสู่ส่วนกลาง ( Measure Central of Tendency)                การหาค่าเฉลี่ย (Mean) แบบต่างๆ A.M  , G.M  , H.M           การหาค่าฐานนิยม (Mode)การหาค่าแสดงตำแหน่งของข้อมูล Median, Quartiles, Deciles, Percentiles, N-Tilesการหาค่าการกระจายของข้อมูล ( Dispersion ) Range, Quartiles Deviation ,Mean Deviation, Standard Deviation, Coefficient  Variation

สถิติอนุมาน (Inference  Statistics) คือการนำข้อมูลที่ได้จากตัวอย่างหรือบางส่วนของประชากร มาศึกษาเพื่อหาค่าสถิตินำไปสรุปผลลักษณะของกลุ่มประชากรเป้าหมายทั้งหมด

ค่า Statistics และ ค่า Parameter

ค่าที่ทำการคำนวณ

ค่า Statisticsค่า Parameter
ค่าเฉลี่ย (Mean)µ
ค่าสัดส่วน (Proportion)pπ

ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard deviation)

ค่าความคาดเคลื่อน(Standard error)
sσ
ค่าความสัมพันธ์ (Correlation)rρ
ค่าสัมประสิทธิ์การถดถอย (Regression)bβ

การอนุมานทางสถิติ คือ การศึกษาค่าสถิติเพื่อไปอธิบายค่าพารามิเตอร์


 

การอนุมานแบบพาราเมตริก (Parametric)

ข้อมูลอยู่ในระดับ  Interval /Ratioทราบการแจกแจงของข้อมูลข้อมูลมีจำนวนมากการประมาณค่า(Estimation) กำหนดขนาดตัวอย่าง การทดสอบสมมติฐาน ( Hypothesis Testing )การหาความสัมพันธ์ ( Correlation & Association )การวิเคราะห์แบบหลายตัวแปร ( Multivariate Analysis)การอนุมานแบบน็อนพาราเมตริก (Non-Parametric)ข้อมูลอยู่ในระดับ  Nominal / Ordinalไม่ทราบการแจกแจงของข้อมูล ข้อมูลมีจำนวนน้อยการตรวจสอบเครื่องมือและข้อมูลการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือ                ความเชื่อถือได้ หรือ ความเชื่อมั่น(Reliability) ของเครื่องมือความแม่นยำ หรือ ความตรง (Validity) ของเครื่องมือการตรวจสอบ ข้อมูลที่ผิดปกติค่าที่แตกต่างจากค่าอื่นๆมาก(Outlier)การตรวจสอบการแจกแจงของข้อมูล            การตรวจสอบว่าเป็นการแจกแจงแบบปกติหรือไม่การประมาณค่า ( Estimation )การประมาณค่าแบบจุด ( Point Estimation )              ประมาณค่าเฉลี่ย             ประมาณค่าสัดส่วน การประมาณค่าแบบช่วง ( Interval Estimation )              ประมาณค่าเฉลี่ย             ประมาณค่าสัดส่วน การเลือกตัวอย่าง ( Sampling )แบบใช้ความน่าจะเป็น ( Probability Techniques )              แบบสุ่มอย่างง่าย(Simple Random Sampling) แบบแบ่งกลุ่ม(Stratified Sampling) แบบมีระบบ (Systematic  Sampling)แบบกลุ่ม (Cluster  Sampling)

แบบอื่นๆ


 

แบบไม่ใช้ความน่าจะเป็น ( Non Probability Techniques )แบบตามสะดวก(Convenience Sampling)            แบบใช้เกณฑ์ผู้วิจัย(Purposive Sampling)แบบกำหนดโควต้า(Quota Sampling)            แบบสโนว์บอล(Snowball Sampling)การกำหนดขนาดตัวอย่าง ( Sampling )ใช้แนวทางของความน่าจะเป็นใช้แนวทางของการทดสอบสมมติฐานใช้แนวทางของการประมาณค่าจากการประมานค่าเฉลี่ย จากการประมานค่าสัดส่วน สิ่งที่ต้องกำหนดไว้ก่อนการกำหนดขนาดตัวอย่าง กำหนดช่วงความเชื่อมั่นของการประมาณค่า กำหนดระดับความคลาดเคลื่อนของการประมาณค่า การทดสอบสมมติฐานทางสถิติ (Testing Hypothesis)กำหนดสมมติฐานทางสถิติกำหนดเกณฑ์ที่จะใช้ในการทดสอบเลือกวิธีการทดสอบทางสถิติที่เหมาะสมสร้างขอบเขตของการตัดสินใจคำนวณค่าสถิติจากข้อมูลตัวอย่างตัดสินใจ ปฏิเสธ หรือ ยอมรับสมมติฐานสรุปผลการทดสอบสมมติฐานเกี่ยวกับ ค่าเฉลี่ย  &  ค่าร้อยละ (ค่าสัดส่วน)การทดสอบเกี่ยวกับ  ค่าเฉลี่ย1 กลุ่มตัวอย่าง2 กลุ่มตัวอย่าง2 กลุ่มตัวอย่าง เป็นอิสระต่อกัน 2 กลุ่มตัวอย่าง มีความสัมพันธ์กันตั้งแต่ 3 กลุ่มตัวอย่างขึ้นไป


 

การทดสอบเกี่ยวกับ  ค่าร้อยละ (ค่าสัดส่วน)1 กลุ่มตัวอย่างตั้งแต่ 2 กลุ่มตัวอย่างขึ้นไปกลุ่มตัวอย่าง เป็นอิสระต่อกัน กลุ่มตัวอย่าง มีความสัมพันธ์กัน

 การพยากรณ์ ( Prediction )

1. ใช้ข้อมูลในอดีตที่ต่อเนื่องกัน Time Series Analysis

2. ใช้ข้อมูลที่มีความสัมพันธ์กัน Regression  Analysis            2.1 Linear   Regression2.1.1 Simple     Linear   Regression2.2.2 Multiple    Linear   Regression            2.2 Non-Linear   Regression            2.3 Probit/Logistic   Regression
อภัสรา ชาวสูนย์
IP: xxx.31.48.152
เขียนเมื่อ 

ดีมากเลยค่ะ

อ่านแล้วเข้าใจง่าย

ขอบคุณมากนะคะ