การวิจัย <p class="MsoNormal">การวิจัย(Research) คือ  เป็นวิธีการหนึ่งที่ใช้ค้นหาสาเหตุหรือที่มาของปัญหาอย่างมีขั้นตอนและเป็นระบบ</p>ระเบียบวิธีวิจัย (Research Methodology) คือ วิธีการค้นหาคำตอบจะทำเป็นกระบวนการใช้ค้นหาคำตอบทฤษฎี (Theory) คือ ผลของการวิจัยที่น่าเชื่อถือจะต้องอาศัยเครื่องมือในการพิสูจน์ใช้พิสูจน์คำตอบทฤษฎีกับงานวิจัยเป็นเครื่องมือที่จะนำมาใช้ในการอธิบายเหตุการณ์หรือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมีเหตุผล ตั้งแต่ขั้นตอน การวางแผนและออกแบบงานวิจัย (Research design) และขั้นตอนการอธิบายคำตอบหรือสนับสนุนคำตอบของงานวิจัย <p class="MsoNormal">ระเบียบวิธีวิจัย (Research Methodology) เป็นแบบแผนของการวิจัย ที่เริ่มตั้งแต่ การเก็บข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล และการนำเสนอข้อมูลอย่างมีขั้นตอน</p>ระเบียบวิธีวิจัยเชิงทดลอง( Experiment  Research  Methodology) เป็นการวิจัยที่ต้องทำในห้องทดลองหรือห้องปฏิบัติการ <p style="text-indent: 18pt" class="MsoNormal">ระเบียบวิธีวิจัยเชิงบรรยาย( Descriptive  Research  Methodology) เป็นการวิจัยที่ต้องอาศัยข้อมูลที่มีอยู่แล้วโดยมีผู้สำรวจไว้แล้ว หรือผู้วิจัยทำการสำรวจเอง</p><p class="MsoNormal">ประเภทของการวิจัย(Type of Research)</p>การวิจัยแบบทดลอง(Experimental Research ) เป็นการวิจัยที่มีการควบคุมลักษณะบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์หนึ่งไว้เพื่อดูผลว่าจะเป็นอย่างไร <p style="text-indent: 18pt" class="MsoNormal">การวิจัยแบบบรรยาย(Descriptive Research) เป็นการวิจัยที่ต้องอาศัย การรวบรวมข้อมูล   เพื่อนำมาอธิบายหรือสรุปผลปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น</p>การวิจัยประวัติศาสตร์ (Historical  Research) เป็นการวิจัยเพื่อค้นหาข้อเท็จจริงในอดีต ซึ่งจะเน้นหนักในการตรวจสอบเป็นอะไรในอดีตการวิจัยปัจจุบัน(Current  Research) เป็นการวิจัยเพื่อค้นหาความจริง/สาเหตุของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเป็นอะไรในปัจจุบัน
ขั้นตอนการทำวิจัย <ol style="margin-top: 0cm"><li class="MsoNormal" style="tab-stops: list 36.0pt"> กำหนดเรื่อง/หัวข้อที่จะทำวิจัย </li></ol><p style="margin-left: 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">1.1  เลือกปัญหา</p><p style="margin-left: 54pt" class="MsoNormal">แนวทางในการเลือกปัญหาเพื่อทำวิจัย</p><p style="margin-left: 54pt" class="MsoNormal">เรื่องที่ควรทำวิจัย</p><p style="margin-left: 54pt" class="MsoNormal">การตั้งชื่อเรื่องงานวิจัย</p><p style="margin-left: 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">1.2  วิเคราะห์ปัญหา</p><p style="margin-left: 54pt" class="MsoNormal">ที่มาของปัญหา สิ่งที่ต้องการทราบจากการวิจัย</p><p style="margin-left: 54pt" class="MsoNormal">ขอบเขตการวิจัย</p><p style="margin-left: 54pt" class="MsoNormal">สิ่งที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัย(ทฤษฎีที่จะนำมาใช้ในงานวิจัย)</p><p style="margin-left: 54pt" class="MsoNormal">ข้อความหรือคำที่เป็นปัญหา</p>คาดคะเนผลการวิจัย <ol style="margin-top: 0cm"><li class="MsoNormal" style="tab-stops: list 36.0pt"> วางแผนงานและออกแบบงานวิจัย </li></ol><p style="margin-left: 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">2.1  ระเบียบวิธีวิจัย</p><p style="margin-left: 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">2.2  เครื่องมือวิธีวิจัย</p><p style="margin-left: 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">2.3  วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล</p><p style="margin-left: 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">2.4  การวิเคราะห์ข้อมูล</p><p style="margin-left: 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">2.5  กำหนดแผนการดำเนินการ</p><p style="margin-left: 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">2.6  เขียนโครงการ</p><p style="margin-left: 54pt" class="MsoNormal">บทนำ</p><p style="margin-left: 54pt" class="MsoNormal">        ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา วัตถุประสงค์ของการวิจัย สมมติฐานของการวิจัย</p><p style="margin-left: 54pt" class="MsoNormal">        ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ ขอบเขตของการวิจัย ประชากร/กลุ่มตัวอย่าง ตัวแปรที่เกี่ยวข้อง</p><p style="margin-left: 54pt" class="MsoNormal">        นิยามศัพท์เฉพาะ</p><p style="margin-left: 54pt" class="MsoNormal">แนวคิดและทฤษฎีตลอดจนงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง</p><p style="margin-left: 54pt" class="MsoNormal">        ตัวแบบ/กรอบคิดในการวิจัย</p><p style="margin-left: 54pt" class="MsoNormal">ระเบียบวิธีวิจัยที่ใช้</p><p style="margin-left: 54pt" class="MsoNormal">        รูปแบบการวิจัย(ระเบียบวิธีวิจัย) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล วิธีการเลือกตัวอย่าง</p><p style="margin-left: 54pt" class="MsoNormal">        วิธีการวิเคราะห์ข้อมูล</p>เอกสารอ้างอิง <ol style="margin-top: 0cm"><li class="MsoNormal" style="tab-stops: list 36.0pt"> เก็บรวบรวมข้อมูล </li></ol><p style="margin-left: 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">3.1  เตรียมการ สร้างเครื่องมือ/ออกแบบสอบถาม จัดทำคู่มือการลงรหัส</p>3.2  ปฏิบัติการ ในห้องทดลอง/ภาคสนาม
<ol style="margin-top: 0cm"><li class="MsoNormal" style="tab-stops: list 36.0pt"> วิเคราะห์ข้อมูล (เป็นหัวข้อในการอบรมครั้งนี้) </li></ol>
<p style="margin-left: 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">4.1  วิเคราะห์ข้อมูลขั้นต้น การบรรยายลักษณะกลุ่มตัวอย่าง</p><p style="margin-left: 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">4.2  วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อตอบวัตถุประสงค์/ทดสอบสมมติฐาน</p>เป็นการวิเคราะห์สิ่งต่อไปนี้          และจะได้           หัวข้อสำหรับเขียนรายงานดังนี้ที่มาของงานวิจัย                                                      ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา สิ่งที่ต้องการทราบจากการวิจัย                                   วัตถุประสงค์ของการวิจัย    ประโยชน์( Research Question)                                        ( Research Objective)ขอบเขตของการวิจัย                                             ประชากร ตัวอย่าง สิ่งที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัย                                          ตัวแปรในการวิจัย กรอบแนวคิดข้อความหรือคำที่เป็นปัญหา                                  นิยามศัพท์ เฉพาะคาดคะเนผลการวิจัย                                             สมมติฐานของการวิจัย (Research  Hypothesis) <ol style="margin-top: 0cm"><li class="MsoNormal" style="tab-stops: list 36.0pt"> เขียนรายงานการวิจัย </li></ol><p style="text-indent: 36pt" class="MsoNormal">บทที่ 1 บทนำ</p><p style="margin-left: 36pt" class="MsoNormal">บทที่ 2 ทบทวนวรรณกรรม</p><p style="text-indent: 36pt" class="MsoNormal">บทที่ 3 สมมติฐานและตัวแบบงานวิจัย</p><p style="text-indent: 36pt" class="MsoNormal">บทที่ 4 ระเบียบวิธีวิจัย</p><p style="text-indent: 36pt" class="MsoNormal">บทที่ 5 รายงานผลการวิจัย เสนอผลการวิเคราะห์และอธิบาย/สรุป โดยไม่ต้องใส่ความคิดเห็น</p><p style="text-indent: 36pt" class="MsoNormal">บทที่ 6 สรุปผลการวิจัย อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ</p><p style="text-indent: 54pt" class="MsoNormal">สรุปผลการวิจัย จุดมุ่งหมาย วิธีการวิจัย ผลการวิจัยหรือสิ่งที่ค้นพบจากการวิจัย</p><p style="margin-left: 18pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">อภิปรายผล อธิบายให้เหตุผลของสิ่งที่พบโดยยึดทฤษฎีเป็นแนวทาง</p>ข้อเสนอแนะ การใช้ผลการวิจัย สิ่งที่อาจจะทำวิจัยเพิ่มเติม                เอกสารอ้างอิง วัตถุประสงค์ของการวิจัย ได้จาก การวิเคราะห์สิ่งที่ต้องการทราบจากการวิจัย ซึ่งอาจจะเรียกกันว่า คำถามในการวิจัย ( Research Question) กรอบแนวคิดในการศึกษาวิจัยเป็นการนำแนวคิด และ ทฤษฎี ตลอดจนงานวิจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง กับสิ่งนิสิตศึกษามาสนับสนุนงานนิพนธ์ของนิสิต เพื่อให้เห็นว่าสิ่งที่จะทำต่อไป มีที่มาอย่างไร มีทฤษฎีอะไรบ้าง ใครเคยศึกษาไว้แล้ว ได้ผลอย่างไร และ นิสิตจะศึกษา แตกต่างไปจากผู้ที่เคยศึกษาไว้อย่างไร นิสิตจะต้องผสมผสาน ทฤษฎี งานวิจัยอื่นๆที่เกี่ยวข้อง และ แนวคิดของนิสิต เอง มาใช้ในการศึกษาวิจัยครั้งนี้
สมมติฐานของการวิจัย ได้จาก การวิเคราะห์หรือคาดคะเนผลของการวิจัย ซึ่งจะเป็นการคาดเดาผลงานวิจัย โดยในการคาดคะเนหรือการคาดเดานั้นจะต้องมีเหตุผลในการคาดเดา ผู้วิจัยจะต้องอธิบายได้ว่าทำไมต้องมีการคาดคะเนหรือคาดเดาอย่างนั้น สมมติฐานมีความสำคัญต่อการวิจัยมาก เพราะจะเป็นแนวทางในการที่จะหาคำตอบของงานวิจัยนั้น นอกจากนี้ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการกำหนดแนวทางและขอบเขตของการเก็บข้อมูล ในงานวิจัยหนึ่งๆ อาจจะมีการกำหนดสมมติฐานไว้หลายสมมติฐาน ผู้วิจัยแต่ละคนอาจจะกำหนดสมมติฐานไว้แตกต่างกันถึงแม้นจะทำวิจัยเรื่องเดียวกันก็ตาม ทั้งนี้เพราะผู้วิจัยแต่ละคนจะมีประสบการณ์ ความเชื่อ ทัศนคติที่แตกต่างกัน  สมมติฐานอาจกำหนดไว้หลายข้อ สถิติกับงานวิจัยสถิติบรรยาย (Descriptive Statistics)สถิติอนุมาน(Inference  Statistics)สถิติบรรยาย (Descriptive Statistics)หรือค่าสถิติเบื้องต้น(พื้นฐาน)การนำเสนอข้อมูล ( Presentation )การแจกแจงความถี่ ( Frequencies )การวัดแนวโน้มเข้าสู่ส่วนกลาง ( Measure Central of Tendency)                การหาค่าเฉลี่ย(Mean) แบบต่างๆA.M  , G.M  , H.M           การหาค่าฐานนิยม(Mode)การหาค่าแสดงตำแหน่งของข้อมูลMedian, Quartiles, Deciles, Percentiles, N-Tilesการหาค่าการกระจายของข้อมูล ( Dispersion ) Range, Quartiles Deviation ,Mean Deviation, Standard Deviation, Coefficient  Variation <p class="MsoNormal">สถิติอนุมาน (Inference  Statistics)คือการนำข้อมูลที่ได้จากตัวอย่างหรือบางส่วนของประชากร มาศึกษาเพื่อหาค่าสถิตินำไปสรุปผลลักษณะของกลุ่มประชากรเป้าหมายทั้งหมด</p>ค่า Statistics และ ค่า Parameter <table border="1" cellspacing="0" cellpadding="0" class="MsoTableGrid" style="margin-left: 5.4pt; border-collapse: collapse; border: medium none"><tbody>

ค่าที่ทำการคำนวณ

ค่า Statistics ค่า Parameter ค่าเฉลี่ย (Mean) µ ค่าสัดส่วน (Proportion) p π

ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard deviation)

ค่าความคาดเคลื่อน(Standard error) s σ ค่าความสัมพันธ์ (Correlation) r ρ ค่าสัมประสิทธิ์การถดถอย (Regression) b β

</tbody></table>

การอนุมานทางสถิติ คือ การศึกษาค่าสถิติเพื่อไปอธิบายค่าพารามิเตอร์


 
<p class="MsoNormal">การอนุมานแบบพาราเมตริก (Parametric)</p> ข้อมูลอยู่ในระดับ  Interval /Ratioทราบการแจกแจงของข้อมูลข้อมูลมีจำนวนมากการประมาณค่า(Estimation) กำหนดขนาดตัวอย่างการทดสอบสมมติฐาน ( Hypothesis Testing )การหาความสัมพันธ์ ( Correlation &Association )การวิเคราะห์แบบหลายตัวแปร ( Multivariate Analysis)การอนุมานแบบน็อนพาราเมตริก (Non-Parametric)ข้อมูลอยู่ในระดับ  Nominal / Ordinalไม่ทราบการแจกแจงของข้อมูล ข้อมูลมีจำนวนน้อยการตรวจสอบเครื่องมือและข้อมูลการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือ                ความเชื่อถือได้ หรือ ความเชื่อมั่น(Reliability) ของเครื่องมือความแม่นยำ หรือ ความตรง (Validity) ของเครื่องมือการตรวจสอบ ข้อมูลที่ผิดปกติค่าที่แตกต่างจากค่าอื่นๆมาก(Outlier)การตรวจสอบการแจกแจงของข้อมูล            การตรวจสอบว่าเป็นการแจกแจงแบบปกติหรือไม่การประมาณค่า ( Estimation )การประมาณค่าแบบจุด ( Point Estimation )              ประมาณค่าเฉลี่ย             ประมาณค่าสัดส่วน การประมาณค่าแบบช่วง ( Interval Estimation )              ประมาณค่าเฉลี่ย             ประมาณค่าสัดส่วน การเลือกตัวอย่าง ( Sampling )แบบใช้ความน่าจะเป็น ( Probability Techniques )              แบบสุ่มอย่างง่าย(Simple Random Sampling)แบบแบ่งกลุ่ม(Stratified Sampling)แบบมีระบบ (Systematic  Sampling)แบบกลุ่ม (Cluster  Sampling) <p style="margin-left: 18pt; text-indent: 18pt" class="MsoNormal">แบบอื่นๆ</p>


 

แบบไม่ใช้ความน่าจะเป็น ( Non Probability Techniques )แบบตามสะดวก(Convenience Sampling)            แบบใช้เกณฑ์ผู้วิจัย(Purposive Sampling)แบบกำหนดโควต้า(Quota Sampling)            แบบสโนว์บอล(Snowball Sampling)การกำหนดขนาดตัวอย่าง ( Sampling )ใช้แนวทางของความน่าจะเป็นใช้แนวทางของการทดสอบสมมติฐานใช้แนวทางของการประมาณค่าจากการประมานค่าเฉลี่ย จากการประมานค่าสัดส่วน สิ่งที่ต้องกำหนดไว้ก่อนการกำหนดขนาดตัวอย่าง กำหนดช่วงความเชื่อมั่นของการประมาณค่า กำหนดระดับความคลาดเคลื่อนของการประมาณค่า การทดสอบสมมติฐานทางสถิติ (Testing Hypothesis)กำหนดสมมติฐานทางสถิติกำหนดเกณฑ์ที่จะใช้ในการทดสอบเลือกวิธีการทดสอบทางสถิติที่เหมาะสมสร้างขอบเขตของการตัดสินใจคำนวณค่าสถิติจากข้อมูลตัวอย่างตัดสินใจ ปฏิเสธ หรือ ยอมรับสมมติฐานสรุปผลการทดสอบสมมติฐานเกี่ยวกับ ค่าเฉลี่ย  &  ค่าร้อยละ (ค่าสัดส่วน)การทดสอบเกี่ยวกับ  ค่าเฉลี่ย1 กลุ่มตัวอย่าง2 กลุ่มตัวอย่าง2 กลุ่มตัวอย่าง เป็นอิสระต่อกัน 2 กลุ่มตัวอย่าง มีความสัมพันธ์กันตั้งแต่ 3 กลุ่มตัวอย่างขึ้นไป <p class="MsoNormal">
 </p> การทดสอบเกี่ยวกับ  ค่าร้อยละ (ค่าสัดส่วน)1 กลุ่มตัวอย่างตั้งแต่ 2 กลุ่มตัวอย่างขึ้นไปกลุ่มตัวอย่าง เป็นอิสระต่อกัน กลุ่มตัวอย่าง มีความสัมพันธ์กัน <p class="MsoNormal"> การพยากรณ์ ( Prediction )</p>

1. ใช้ข้อมูลในอดีตที่ต่อเนื่องกันTime Series Analysis

  1. ใช้ข้อมูลที่มีความสัมพันธ์กันRegression  Analysis            2.1Linear   Regression2.1.1 Simple     Linear   Regression2.2.2 Multiple    Linear   Regression            2.2 Non-Linear   Regression            2.3 Probit/Logistic   Regression</span></span>