ความสุขของน้องๆ คือความสุขของพี่ครับ
วันนี้วันหยุดร้อนๆ สาวๆหลายท่านคงไปเดินห้าง
แต่กลุ่มเพื่อนสาวของดิฉัน ลงความเห็นกันอยู่นานค่ะ กว่าจะได้ข้อสรุปว่า ที่เดิม
คือมากันที่ร้านกาแฟร้านเดิมข้างคณะดีกว่า ครบ
(ครบ = เครื่องดื่ม ขนม ไม่ร้อนมาก มีอินเทอร์เน็ต นั่งยาวได้ โวยวายได้)
ร้านนี้คือร้านกลิ่น (ร้านเดียวกับบันทึก หมอน กาแฟ และความเอื้อเฟื้อ)
พอนั่งลงปุ๊บ ก็สั่งเครื่องดื่มคนละแก้ว
ทำงานไป คุยกันไป พักใหญ่ค่ะ อยู่ๆ พี่บอย (เจ้าของร้านผู้ใจดี)
ก็เอาน้ำเหยือกใหญ่ๆ มาเสริฟค่ะ ใจดีจังเลย
ปกติเจ้าของร้านเป็นคนใจดี และเอาใจใส่ลูกค้าเป็นประจำค่ะ
หลายครั้งหลายหนที่พี่ร้านกาแฟช่วยเหลือพวกเราในเรื่องเล็กน้อย แต่ได้ใจยาว
จนทำให้ลูกค้าที่มาบ้าง ไม่มาบ้าง กลายเป็นลูกค้าประจำ
เห็นไหมคะว่า การทำให้ได้ใจลูกค้านั้น อาจไม่จำเป็นต้องทำโครงการใหญ่ๆ
เพื่อดึงดูดลูกค้า ไม่ต้องคิดกลยุทธ์ที่ซับซ้อนเกินไป
ยิ่งไม่จำเป็นต้องคิดวิธรการเอาชนะคู่แข่งขันอย่างเอาเป็นเอาตาย
แต่ร้านนี้ กลับเอาใจใส่ลูกค้าแม้เพียงเรื่องเล็กน้อย
เช่นซื้อข้าวมาก็หาจานมาให้ มีเศษฟางติดใต้ท้องรถก็เอาออกให้
และสิ่งที่พี่เจ้าของร้านมีให้ลูกค้านั้นไม่ใช่แค่น้ำเย็นๆ แต่เป็นน้ำใจเต็มเหยือกใหญ่ๆ
.....................
น้ำใจที่ดีงาม และการเอาใจใส่นั้นเป็นสิ่งสำคัญกว่าภาพลักษณ์และการโฆษณา
หากองค์กรมีสิ่งเหล่านี้ปลูกฝังภายในพื้นฐาน ทั้งบุคคลากร และทุกภาคส่วน
องค์กรนั้นจะมีความสุขในการดำเนินงาน
ก่อนไปพี่เจ้าของร้านยังพูดว่า "ความสุขของน้องๆ คือความสุขของพี่ครับ"
...................



บ่อยครั้งที่พี่ไปใช้บริการร้านใดมักจะมองถึงสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ว่าร้านเค้าได้ปฏิบติไหม ถ้าร้านไหนทำก็ได้ใจเราไปเลย ถ้าร้านไหนละเลยก็บ๊าย บาย เพราะแค่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ บางครั้งเรามองข้ามด้วยซ้ำแต่ถ้าเค้าปฏิบัติต่อเรา เราจะรู้สึกได้ว่าที่นี่พิเศษและแตกต่างจากที่อื่นเพราะฉนั้นได้ใจเราไปเต็มๆ ค่ะ :-)
รู้สึกเหมือนพี่เบบี้เลยค่ะ
จริงๆแล้วเรื่องเล็กน้อยแต่ทำให้ลูกค้ารู้สึกกลายเป็นคนพิเศษขึ้นมาได้
เป็นสิ่งสำคัญที่ลูกค้าจะมาใช้บริการซ้ำอีก หรือถึงขั้นบอกต่อเลยค่ะ