วันนี้ขอนำเสนอโครงการอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนและชุมชนโรงเรียนเมืองปานวิทยา
อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาลำปาง เขต 3
ซึ่งนำโดย นางสาวแววดาว
รู้เพียร ตำแหน่ง พนักงานราชการทั่วไป
และคณะอีก 3 คน ที่ได้รับรางวัล ชนะเลิศ
โรงเรียนต้นแบบปันรักให้โลก ภาคเหนือ ปี
2552
ตามโครงการ 7 สีปันรักให้โลก ปี
2
จากสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบก
ช่อง 7
ครูแววดาวเล่าถึงที่มาของความสำเร็จเมื่อตอนที่ผมไปเยี่ยมชมโครงการว่า
เริ่มต้นจากกลุ่มนักเรียนเพียงกลุ่มเล็ก ๆ ประมาณ
10 คนเท่านั้น
ที่มองเห็นว่าบริเวณโรงเรียนเมืองปานวิทยาของพวกเขามีจุดเด่นกว่าโรงเรียนอื่น
ๆ ตรงที่มีต้นไม้เยอะ และหลากหลาย
จึงอยากรู้จักพรรณไม้ต่าง ๆ ที่อยู่ในโรงเรียนของพวกเขาเอง
จึงมาปรึกษาตนเอง(ครู แววดาว)
ว่าพวกเขาจะทำอย่างไรดี

เมื่อเห็นความตั้งใจใฝ่รู้ของนักเรียนในครั้งนั้น (
เมื่อปีการศึกษา 2549 )
แม้ว่าตนเองจะไม่มีความถนัดในเรื่องดังกล่าว
เนื่องจากเป็นครูสอนรายวิชาเคมี แต่ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ
พยายามปรึกษาผู้รู้ และศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง
จนมองเห็นแนวทางการสำรวจ รวบรวมพรรณไม้
และศึกษาลักษณะทางพันธุศาสตร์ของต้นไม้แต่ละประเภท
แล้วจึงกลับมาให้คำตอบแก่นักเรียน
จนในที่สุดพวกเราจึงได้ข้อสรุปว่าจะจัดทำโครงการศึกษา
สำรวจพรรณไม้ในโรงเรียน
และดำเนินการจนเสร็จสมบูรณ์ในปีการศึกษา 2550
สิ่งที่พวกเราได้รับจากโครงการนี้คือ
ความภูมิใจที่พวกเราได้รู้จักต้นไม้ในบ้านของตนเองทุกต้น (
140 ชนิด , 65 วงศ์)
และได้เอกสารรูปเล่มของข้อมูลพรรณไม้ทั้งหมดของโรงเรียนเพื่อแบ่งปันความรู้เหล่านี้แก่ผู้อื่น
ด้วยผลที่ได้รับนี้เองที่เป็นจุดเริ่มต้นของการทำกิจกรรมอื่น
ๆ อีกมากมายตามมา
เพราะพวกเราเสียดายความรู้ภาคสนามที่ใช้ความพยายามในการศึกษา
สำรวจ ค้นคว้าและรวบรวมข้อมูลมาถึงขนาดนี้
แต่หากไม่มีการสานต่อคงไม่มีประโยชน์อะไร
ดังนั้นรุ่นพี่แผนการเรียนวิทยาศาสตร์ – คณิตศาสตร์ที่ทำโครงการมาก่อน
จึงเสนอให้มีการจัดตั้งเป็นกลุ่มนักเรียนขึ้น
จึงได้จัดตั้งและสืบทอดกันมาเป็นรุ่น ๆ ในนามของ ชมรมสวนพฤกษศาสตร์สู่การเรียนรู้
การทำงานของชมรมสวนพฤกษศาสตร์สู่การเรียนรู้
เราเริ่มต้นจากศูนย์
เพราะทั้งครูและนักเรียนไม่มีประสบการณ์ในการทำกิจกรรม /
โครงการมาก่อน แต่พวกเราก็ไม่ท้อถอย
ลองผิดลองถูกด้วยกันเรื่อยมา
เริ่มต้นพวกเราขยายผลและทำกิจกรรมต่าง
ๆ ภายในโรงเรียนเท่านั้น เช่น
รวบรวมพรรณไม้ที่หายากในท้องถิ่นมาปลูกรวมกันในสวนพฤกษศาสตร์สู่การเรียนรู้
จัดทำเว็บไซต์ข้อมูลพรรณไม้ในโรงเรียน
ทำกิจกรรมรณรงค์ ให้ความรู้
จัดนิทรรศการที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมให้แก่นักเรียนภายในโรงเรียน
จนเป็นที่รู้จักและคุ้นเคยในโรงเรียนว่ามีกลุ่มนักเรียนที่รักษ์สิ่งแวดล้อม
1 กลุ่มคือ
ชมรมสวนพฤกษศาสตร์สู่การเรียนรู้ของพวกเรานี่เอง ดังนั้น
ตั้งแต่ปีการศึกษา 2550 จนถึงปัจจุบัน
กลุ่มชมรมของพวกเราจึงมีโอกาสได้เข้าร่วมกิจกรรม /
โครงการของหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม
เช่น ปลูกป่าร่วมกับหน่วยงานภายนอก ได้แก่
อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน
ป่าชุมชนบ้านน้ำโจ้
สวนรุกขชาติบ้านข่วงกอม ชมรมสังฆรักษ์สิ่งแวดล้อม
และได้รับคัดเลือกจากโรงเรียนให้เป็นผลงานนวัตกรรมทางการศึกษา
ประเภทแหล่งเรียนรู้ในโรงเรียน
เข้าร่วมแสดงนิทรรศการที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาลำปาง เขต
3 ในปีการศึกษา 2550 – 2551
นอกจากนั้น
เรายังได้เข้าร่วมแสดงนิทรรศการและร่วมกิจกรรมในโอกาสต่าง ๆ
ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน เช่น
การจัดกิจกรรมวันสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม
งานสัปดาห์วิทยาศาสตร์
การจัดกิจกรรมค่ายพฤกษศาสตร์สัญจร
ให้แก่นักเรียนในระดับประถมศึกษา
ของโรงเรียนที่อยู่ใกล้เคียงโรงเรียนของเรา จำนวน 6
โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนบ้านทุ่งส้าน
โรงเรียนบ้านน้ำจำ โรงเรียนบ้านแพะ
โรงเรียนบ้านทุ่งโป่ง โรงเรียนบ้านดอนแก้ว
และโรงเรียนบ้านสบลี ร่วมแสดงนิทรรศการในงานต่าง ๆ
ของชุมชน
ประธานชมรมสวนพฤกษศาสตร์สู่การเรียนรู้
คนแรกคือ นายชัยนันต์
กำลังกล้า
ซึ่งเป็นนักเรียนที่มีความคิดสร้างสรรค์
ทุ่มเทและรับผิดชอบในหน้าที่การงานดีมาก
จนได้รับการยอมรับจากเพื่อนและรุ่นน้องให้เป็นผู้นำ
และได้รับความไว้วางใจจากครูให้ปฏิบัติงานต่าง ๆ
จนเขาสามารถพัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่
และประสบความสำเร็จหลายด้าน เช่น
ได้รับรางวัลต้นแบบคนดีศรีแผ่นดิน
จากกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
ได้รับรางวัลนักเรียนพระราชทาน
ระดับเขตพื้นที่การศึกษา และระดับจังหวัด
ได้รับรางวัลเด็กดี จากจังหวัดลำปาง
ฯลฯ
ประธานชมรมสวนพฤกษศาสตร์สู่การเรียนรู้ คนที่ 2 คือ
นางสาวสายสุนีย์
ตั้งตรง
กำลังปฏิบัติหน้าที่สานต่อกิจกรรมของชมรมในปัจจุบัน
นอกจากนายชัยนันต์ กำลังกล้า
แล้วกลุ่มแกนนำ และสมาชิกชมรมคนอื่น ๆ
ก็ประสบความสำเร็จเช่นเดียวกัน เช่น
นายรุ่งเพชร กามาด
ได้รับรางวัลเด็กดี ปี 2552
จากสำนักนายกรัฐมนตรี
นางสาวเมวดี กันทะ
ได้รับรางวัลเยาวสตรีดีเด่น ปี 2552 ระดับประเทศ
และรับประทานรางวัลจากพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา
ยน งการศึกษา สำรวจพรรณไม้ในโรงเรียน
และเรียกกลุ่มของตนเองว่า
"ลักษณะทางพันธุศาสตร์ของต้นไม้แต่ละประเภท
หลังจากทำกิจกรรมของชมรมสวนพฤกษศาสตร์สู่การเรียนรู้แล้ว
กลุ่มนักเรียนที่เป็นสมาชิกของชมรมเริ่มมองเห็นความสามารถและคุณค่าในตัวของตนเองมากขึ้น
จึงอยากลองทำกิจกรรมอื่น ๆ
ตามความถนัดของตนเองควบคู่ไปด้วย ( เพื่อได้ทดลองเป็นกลุ่มแกนนำ
บริหารจัดการชมรมของตนเองบ้าง )
เนื่องจากชมรมสวนพฤกษศาสตร์สู่การเรียนรู้นี้
ก็มีกลุ่มแกนนำเพียง 15 คน
ที่ชัดเจนในตำแหน่งหน้าที่
ที่เหลือเป็นเพียงสมาชิกของชมรม
จึงมีบทบาทน้อยกว่า
จึงเกิดชมรมอิสระตามความสนใจของผู้เรียนอีกหลายชมรม
เช่น ชมรมสวนหิน
ชมรมอาสาเพื่อนใจวัยรุ่น
ชมรมต้นกล้าพิกุลทอง
กลุ่มโครงการกองทุนเวลา
กลุ่มโครงการมหิงสาสายสืบ
ชมรมจักรยานสานใจเด็กไทยทำดี ฯลฯ
และแต่ละชมรมนักเรียนสามารถเลือกและขอคำแนะนำ
คำปรึกษาจากคุณครูทุกคนในโรงเรียนได้
ทำให้เกิดเครือข่ายกว้างขวางมากขึ้น และมีครูที่เข้ามาร่วมทำกิจกรรม /
โครงการอย่างชัดเจนมากขึ้น คือ ครูฉวีวรรณ
พานธงรักษ์ ครูวิชาญ ยาวิชัย
และครูพัชรี ชุมภู
และกิจกรรมของทุกชมรมก็มีการวางแผนงาน
ดำเนินงานให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายของชมรม
ทำให้เกิดความร่วมมือกับบุคคล และหน่วยงานภายนอกมากขึ้น
เช่น ชมรมสวนพฤกษศาสตร์สู่การเรียนรู้
เป็นเครือข่ายของชมรมคนรักษ์สิ่งแวดล้อม
จังหวัดลำปาง
เป็นทีมวิจัยร่วมกับทีมวิจัยป่าชุมชนบ้านน้ำโจ้
ในโครงการวิจัยของ สกว.
ชมรมอาสาเพื่อนใจวัยรุ่น
เป็นทีมงานขององค์การบริหารส่วนตำบลเมืองปาน
ชมรมจักรยานสานใจเด็กไทยทำดี
เป็นเครือข่ายของชมรมจักรยาน อำเภอเมืองปาน
และชมรมต้นกล้าพิกุลทอง เป็นเครือข่าย ฯ เพื่อนคุณธรรม
และสำนักงาน ป.ป.ส.
จากการทำกิจกรรม /
โครงการดังกล่าวมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง
ทำให้ครูมองเห็นประโยชน์และพัฒนาการที่เกิดขึ้นกับผู้เรียนอย่างชัดเจนว่านักเรียนที่ทำกิจกรรม
กับไม่ทำกิจกรรม มีทักษะชีวิตแตกต่างกัน
เพราะเมื่อนักเรียนผ่านการฝึกปฏิบัติจริงจะทำให้นักเรียนเกิดภาวะผู้นำ
วางแผนการทำงานได้ ทำงานเป็นระบบ
แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้
ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีความจำเป็นต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของพวกเขาและก็ไม่ได้เกิดขึ้นมาจากการอ่านตำรา
แต่ต้องสัมผัสจริงจึงจะได้เรียนรู้สิ่งเหล่านี้ไป
ในฐานะของคำว่า ครู สิ่งนี้จึงเป็นความภูมิใจมากที่สุด
ที่ได้ติดอาวุธทางปัญญาและทักษะชีวิตให้กับลูกศิษย์
ทำให้มั่นใจว่าพวกเขาจะต้องเอาตัวรอดได้
และเป็นพลเมืองที่ดีในสังคมใหม่เมื่อจบจากโรงเรียนเมืองปานวิทยาไปแล้วแน่นอน
เมื่อมาพิจารณาผลงานที่ผ่านมาที่พวกเราทุกชมรมร่วมกันทำมาทั้งหมด
พบว่า ผลงานของพวกเราอยู่ในกรอบและขอบเขตของคำว่า
อนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนและชุมชน
นอกจากนี้ยังรวมถึงการมีจิตอาสา
สำนึกดีต่อสังคม และอยู่ในกรอบของคำว่า
ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงได้เป็นอย่างดี
เราจึงรวบรวมผลงานของชมรมต่าง ๆ ทั้งหมด
มาจัดทำเป็นเอกสารรูปเล่มตามเกณฑ์ของโครงการ 7
สีปันรักให้โลก ปี 2
ของสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7
เพื่อเข้าร่วมประกวด
โดยตอนนั้นพวกเราไม่ได้คิดว่าจะไปถึงรางวัลชนะเลิศ
เพียงเพื่ออยากลองหาประสบการณ์ พบว่า
มีโรงเรียนที่ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดทั้งสิ้น จำนวน
140 โรงเรียน
และพวกเราก็ได้รับคำตอบอย่างไม่คาดฝันว่า
โรงเรียนเมืองปานวิทยาของเรา ได้รับรางวัลชนะเลิศ
ของภาคเหนือ สร้างความยินดี
และภูมิใจแก่ครูและนักเรียนในโรงเรียนเป็นอย่างมาก
โดยเฉพาะทีมทำงานอย่างชมรมสวนพฤกษศาสตร์สู่การเรียนรู้ทั้งครูและนักเรียน
มีความภาคภูมิใจเป็นที่สุด
หลังจากประสบความสำเร็จในครั้งนี้แล้ว
พวกเราก็กลับมาทบทวนการทำงานทั้งหมดที่ผ่านมาของพวกเราว่า
กลุ่มเยาวชนของโรงเรียนรอบนอกอย่างพวกเราว่าทำไมจึงประสบความสำเร็จในการทำงานได้
จึงมีการจัดกิจกรรมค่ายพฤกษศาสตร์สู่การเรียนรู้ขึ้น 2
วันให้แก่สมาชิกชมรมสวนพฤกษศาสตร์สู่การเรียนรู้ทุกคน (
นักเรียนแผนการเรียนวิทยาศาสตร์ -
คณิตศาสตร์จำนวน 137 คน )
พบว่าปัจจัยความสำเร็จของพวกเราได้แก่
1. มีการสร้างกลุ่มเยาวชนให้ปรากฏเป็นรูปธรรม ทุกคนรับรู้ว่าตนเองเป็นสมาชิกของชมรม โดยมีโครงสร้างการบริหาร และแผนการดำเนินงานอย่างชัดเจน ซึ่งดำเนินการโดยนักเรียนทั้งหมดทำให้นักเรียนเกิดความทุ่มเท และสนใจทำกิจกรรม
2. นักเรียนมีความเคารพ และให้เกียรติซึ่งกันและกัน โดยใช้ระบบรุ่นพี่ดูแลรุ่นน้อง (พี่รหัส , น้องรหัส) จึงทำให้นักเรียนมีความผูกพันกันมากขึ้น
3. มีการกระตุ้นและส่งเสริมคุณธรรมด้านจิตอาสา และความเสียสละ การทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม จึงทำให้นักเรียนเต็มใจทำงานที่ไม่ได้หวังสิ่งตอบแทน
4. นักเรียนทุกคนมีโอกาสได้แสดงความคิดเห็นและความสามารถของตนเอง มีสิทธิในการทำงานเท่าเทียมกัน จึงทำให้นักเรียนมีความกล้าแสดงออกในทางที่เหมาะสม สามารถตัดสินใจแก้ปัญหาต่าง ๆ ด้วยตัวเองได้
5. สภาพแวดล้อมในโรงเรียนและท้องถิ่นของพวกเราเอื้อต่อการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ เพราะมีทรัพยากรธรรมชาติหลากหลาย และในบางพื้นที่ก็มีการทำลาย เกิดความเสื่อมโทรม เหมาะแก่การร่วมอนุรักษ์ ฟื้นฟู บางพื้นที่กำลังดำเนินการอนุรักษ์ ฟื้นฟู จึงทำให้กลุ่มเยาวชนของพวกเราได้รับโอกาสในการร่วมดำเนินงาน
6. การดำเนินงานของพวกเราหวังผลที่ดีต่อส่วนรวมเป็นหลัก ทำให้กรอบการทำงานของพวกเรากว้างขวางมากขึ้น ไม่ได้จำกัดแต่ในโรงเรียน เพราะส่วนรวมของพวกเราหมายรวมถึงชุมชนด้วย จึงทำให้กิจกรรมของพวกเราหลากหลายและน่าสนใจ
7. ในมุมมองของครูที่ปรึกษาชมรม คิดว่า ปัจจัยของความสำเร็จนอกเหนือจากที่กล่าวมา คือ ความสัมพันธ์ระหว่างครูและนักเรียน ที่มีความจริงใจ ทำงานทุกอย่างเหมือนที่นักเรียนทำ ร่วมทุกข์ร่วมสุข นักเรียนสามารถพูดคุยได้ทุกเรื่องทั้งปัญหาการทำงานและปัญหาส่วนตัว ทำให้เกิดความไว้ใจ ความเชื่อและความศรัทธากัน จึงทำให้นักเรียนมีความพร้อมที่จะทำกิจกรรม
ครูแววดาว
กล่าวทิ้งท้ายว่า
สมาชิกของชมรมสวนพฤกษศาสตร์สู่การเรียนรู้ทุกคน
นอกจากจะได้รับการพัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างเต็มความสามารถ
ให้เป็นคนเก่งได้แล้ว
พวกเขายังได้รับโอกาสในการพัฒนาสังคมให้มีความน่าอยู่
มีจิตสาธารณะที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตนอย่างแท้จริง
เป็นต้นกล้าความดีต้นเล็ก ๆ ที่พร้อมจะเติบโตในสังคม
ดังนั้น
ในเมื่อการพัฒนาเยาวชนด้านนี้สามารถทำให้เกิดคนดีได้จริงอย่างที่ครูมีโอกาสได้เห็นแล้ว
ในฐานะของคำว่าครู
ก็จะไม่หยุดการพัฒนาและการสร้างต้นกล้าความดีเหล่านี้อย่างแน่นอน
ก็ขอปรบมือแสดงความยินดีแก่ครูแววดาวและคณะทุกคนครับ....
อ่านเมื่อไรก็เป็นประโยชน์คร้าบ จากครูเสก