ระหว่างวันที่ 10 -12 พ.ค. 53 ท่ามกลางห้วงเวลาที่อากาศร้อนแรงที่สุดและอุณหภูมิทางการเมืองก็ร้อนแรงพอๆกัน ผมได้ร่วมกิจกรรมการปฐมนิเทศเจ้าหน้าใหม่ของที่ทำงานครับ
ด้วยช่วงนี้ภารกิจขององค์กรมีการขยายตัว จึงเปิดรับเจ้าหน้าที่ใหม่หลายคน รุ่นนี้รวม 23 คน เยอะมากครับ ผมได้ร่วมทีมออกแบบการเรียนรู้เพื่อการปฐมนิเทศเจ้าหน้าใหม่ในครั้งนี้ ซึ่งมีหลายกระบวนการอยากจะร่วมแบ่งปันประสบการณ์ เพื่อการ ลปรร.ยินดีน้อมรับคำแนะนำครับ การอกแบบการเรียนรู้ครั้งนี้มีกิจกรรมสำคัญหลายกิจกรรมได้แก่
1. การเรียนรู้ภารกิจและวัฒนธรรมองค์กร เรื่องนี้นำเสนอคณะผู้บริหารขององค์กร ซึ่งจัดขึ้นที่สำนักงานในกรุงเทพก่อนการเดินทาง
2. การเรียนรู้งานพัฒนาของขบวนองค์กรชุมชนและภาคีการพัฒนา จัดในพื้นที่ครับ ที่อำเภอแม่เปิน จังหวัดนครสวรรค์ คุณตู่_ตะวันฉาย หงส์วิไล หัวหน้าภาคสนามมูลนิธิสืบนาคะเสถียรพื้นที่นครสวรรค์-กำแพงเพชร รับเป็นแม่งานจัดกระบวนการเรียนรู้ในพื้นที่ในครั้งนีครับ
ขอบคุณคุณตู่_ตะวันฉายและทีมงานเป็นอย่างยิ่ง
- การเรียนรู้งานพัฒนาของขบวนองค์กรชุมชนกับศูนย์การเรียนรู้หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงบ้านเขาแหลม ร่วมเรียนรู้ภูมิปัญญาชาวบ้านในการดูแลธรรมชาติด้วยเกษตรอินทรีย์ จากปราชญ์ชาวบ้าน/ภูมิปัญญาท้องถิ่นกับน้าสุด ลำภา น้าสุด บอกเราว่าชาวบ้านที่นี่มีการประกอบอาชีพด้านเกษตรเป็นส่วนใหญ่ มีการปลูกผักสวนครัว การออมเงิน การเอื้ออาทรต่อกัน การทำปุ๋ยชีวภาพใช้เอง ในกลุ่ม การทำผลิตภัณฑ์น้ำยาล้างจาน ฯลฯ ซึ่งจัดได้ว่าเป็นหมู่บ้านต้นแบบด้านด้านเศรษฐกิจพอเพียง หากแต่จนท.ใหม่เรากลับสนใจที่ แปลงผักหวานครับ กับอาหารมื้อเย็นที่รออยู่ ก่อนอำลาสวนผักหวานมุ่งสู่การเดินป่าตลอดช่วงบ่าย
- การเรียนรู้งานพัฒนาของขบวนองค์กรชุมชนกับเครือข่ายป่าชุมชนผืนป่าตะวันนตก(ห้วยขาแข้ง) เรียนรู้กับ กลุ่มป่าชุมชนในหมู่บ้าน แล้วเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายป่าชุมชนต้นน้ำแม่วงก์ – แม่เปิน จ.นครสวรรค์รวมทั้งเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายภูมินิเวศป่าตะวันตกกับ กิจกรรมการดูแลป่า การสร้างจิตสำนึกให้ชุมชนร่วมดูแลรักษาป่ารอบนอกเพื่อรักษาป่าใหญ่อย่างผืนป่าตะวันตก(ห้วยขาแข้ง _ ทุ่งใหญ่นเรศวร) ขณะเดียวกันก็ได้เรียนรู้ถึงว่าชุมชนสามารถพึ่งพิงป่า หาอยู่หากิน ภายใต้กฎกติการ่วมกัน แนวทางการจัดการป่าชุมชนไม่ใช่เพียงปลูกป่า ทำแนวกันไฟ หากแต่เป้าหมายสูงสุดของชาวบ้าน คือ คนกับป่า พึ่งพาอาศัยกันได้อย่างเกื้อกูลและยั่งยืน ขณะนี้ขบวนชุมชนมีการเชื่อมโยงขบวนชุมชนขอบป่าจำนวน 135 ชุมชน และชุมชนในผืนป่าตะวันตก 129 ชุมชน ใน 15 อำเภอ 6 จังหวัด มาช่วยกันรักษาผืนป่า ทั้งนี้กิจกรรมการทำงานของเครือข่ายภูมินิเวศป่าตะวันตกในการเรียนรู้ครั้งนี้ที่เป็นอาสาสมัครคณะกรรมการป่าชุมชนได้ร่วมเดินป่ากับ จนท.ใหม่ด้วยครับ พวกเขาฝากบอกกับ จนท.เราว่า สถาบันฯเป็นองค์กรสนับสนุนที่ชาวบ้านรู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง นี่เป็นการเรียนรู้กับชุมชนท่ามกลางสถานการ์จริงของพื้นที่ป่าชุมชน(ชายขอบป่าห้วยขาแข้งครับ)
- การเรียนรู้งานพัฒนาของภาคีการพัฒนาในพื้นที่ คุณตู่ _ตะวันฉาย หงส์วิไล หัวหน้าภาคสนามมูลนิธิสืบนาคะเสถียรพื้นที่นครสวรรค์-กำแพงเพชร เป็นให้ข้อมูลการเรียนรู้กับจนท.ใหม่เกี่ยวกับงานมูลนิธิสืบนาคะเสถียรเองครับ โดยคุณตู่ได้เล่าถึงการทำงานของภาคีการพัฒนาที่สนับสนุนชาวบ้านว่าภารกิจหลักคือการสนับสนุนเครือข่ายชาวบ้าน คือ เครือข่ายภูมินิเวศฯ ให้มีบทบาทที่สำคัญคือ การทำงานร่วมกันดูแลทรัพยากรระหว่างชาวบ้าน ชุมชนด้วยกัน ที่อาศัยอยู่ในป่าอนุรักษ์ และชาวบ้าน ชุมชน ที่รอบผืนป่า (ป่ากันชน) ซึ่งแต่เดิมเป็นการทำงานที่แยกส่วนกัน ส่วนแรกคือการทำงานกับพี่น้องชาติพันธุ์ในผืนป่าภายใต้โครงการจอมป่า 129 ชุมชน อีกส่วนก็คือการทำงานประสานความร่วมมือกับภาคีการพัฒนาต่างๆให้หนุนเสริมเครือข่ายป่าชุมชน 135 ชุมชน ซึ่งแต่เดิมส่วนใหญ่แล้วทั้งหน่วยงานและชุมชนก็จะทำงานกันแบบตัวใครตัวมัน ไม่ได้มีการมาเชื่อมร้อยกัน
“หลังจากทำงานกับชุมชนมา เราคิดว่า การจะรักษาป่าให้ได้ทั้งหมด ควรทำอย่างไร ต้องมีอะไรบ้าง ก็นำมาสู่การคุยเป็นเครือข่าย จากการให้เขาไปพูดคุยกัน แล้วเราก็มองว่าส่วนของชุมชนมันไปเกี่ยวโยงกับท้องถิ่นที่ไหนบ้าง ก็เลยได้รวมเอาชุมชนที่เกี่ยงโยงทั้งหมดมาทำงานร่วมกัน ขึ้นเป็น “เครือข่ายภูมินิเวศป่าตะวันตก”
ความรู้สึกของภาคีก็เช่นเดียวกับขบวนชุมชนครับ คุณตู่ _ตะวันฉาย ได้บอกกับพวกเราว่า สถาบันฯเป็นองค์กรภาคีการพัฒนาที่สนับสนุนชาวบ้านร่วมกับมูลนิธิสืบมาอย่างต่อเนื่อง มูลนิธิสืบเองรู้สึกภาคภูมิใจในความร่วมมือนี้เป็นอย่างยิ่ง
3. การเรียนรู้เพื่อสร้างสัมพันธภาพในหมู่ จนท.ใหม่ด้วยกัน ด้วยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบผจญภัยครับ
กิจกรรมการปฐมนิเทศเจ้าหน้าใหม่ในครั้งที่แล้วก็ได้จัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบผจญภัยนี้เหมือนกันครับ ครั้งนั้นจัดที่ พุเข็ม แก่งกระจาน เพชรบุรี เมื่อวันที่ 20 – 21 ม.ค. 53 ที่พุเข็มบรรยากาศสวยงามดี แต่ได้การเรียนรู้คนละแบบครับ ผมได้บันทึกการเรียนรู้ เดินป่าพิชิตเขาพุเข็ม...แก่งกระจาน เพชรบุรี ครั้งนั้นไว้ที่http://gotoknow.org/blog/suthepkm/329860?
ครั้งนี้เราเน้นเดินป่าครับ ไม่ได้ปีนเขาเหมือนที่พุเข็ม ครั้งนี้เดินป่าประมาณสัก 6 ก.ม.เองเป็นป่าชุมชนผืนใหญ่ชายขอบผืนป่าตะวันตก(ห้วยขาแข้ง)หากแต่อากาศร้อนมาก ใช้เวลาเดินป่าประมาณ 4 ชั่วโมง มีชาวบ้านที่เป็นคณะกรรมการผืนป่ามาร่วมเดินป่าด้วย...ด้วยความร้อนระอุทำเอาหลายคนจะเป็นลม
4. การเรียนรู้จากการสรุปทบทวนประสบการณ์ (AAR)และสุนทรียสนทนา(Dialogue)
หลังกิจกรรมการเดินป่าเรามีการสรุปบทเรียนการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นจากการร่วมกิจกรรมกับชุมชนและกิจกรรมการเดินป่าครับ
......วันนี้เป็นวันที่ตัวเองรู้สึกทรมานที่สุดในชีวิต..กับวันที่อากาศร้อนที่สุดในประเทศไทย กับความเหน็ดเหนื่อยในการเดินป่าที่ไม่ได้มีความสวยงามอะไรเลย...มีแต่ความแห้งแล้ง

แต่ก็มีอีกคนบอกว่า.....เขาได้ยินชาวบ้านที่ร่วมเดินป่าบอกว่าวันนี้เป็นวันที่เขาภาคภูมิใจในชีวิต เขาได้เดินป่าร่วมกัน เจ้าหน้าที่จากองค์กรที่สนับสนุนพวกเราในการเป็นอาสาสมัครรักษาป่า..ก่อนหน้านี้เขาอยากไปกรุงเทพ ไปเยี่ยมสถาบันแต่วันนี้มีเจ้าหน้าที่มาอยู่เดินป่ากับพวกเขา เขาดีใจและภาคภูมิใจ.....
....ป่าของเขาแม้จะไม่สวย หากแต่เป็นสิ่งที่พวกเขาหวงแหน เป็นแหล่งอาหารแหล่งทรัพยากรที่เขาใช้ประโยชน์ร่วมกัน มันจึงเป็นชีวิตเป็นความภาคภูมิใจของเขา...
....ผืนป่าแต่ละผืนเมื่อเชื่อมโยงกันก็เป็นเครือข่ายผืนป่าผืนใหญ่ของประเทศ เราควรภาคภูมิใจร่วมกับเขา...
ผมจึงตั้งข้อสังเกตเพื่อการเรียนรู้ร่วมกันว่า..มีหลายครั้งในชีวิตเราไหมที่ที่ความยากลำบากในสิ่งหนึ่งแต่ทำให้เกิดความงดงามในอีกมุมหนึ่ง....การทำงานกับชุมชนความสำคัญจึงอยู่ที่ความหมายที่เราให้คุณค่ากับมัน โดยคืนก่อนอำลาเรามีดนตรีจากมวลมิตรในพื้นที่มาร่วมบรรเลงหลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการเดินป่ามาตลอดช่วงบ่าย จบด้วยรายการพิเศษการจุดเทียนอุดมการณ์ครับ


ในตอนวันสุดท้ายก่อนเดินทางกลับ(12 พ.ค.)เป็นรายการนั่งล้อมวง “สุนทรียสนทนา”แบบง่ายๆครับ มีอุปกรณ์ประกอบการเรียนรู้เพียงแค่ก้อนหินก้อนเดียวครับ กติกามีอยู่ว่าใครถือก้อนหินคนนั้นพูดด้วยความรู้สึกจากข้างในจะพูดอะไรก็ได้ที่กระชับได้ความหมาย ให้คุณค่ากับวงสนทนา เพื่อนๆผมได้เติมพลังจากวง “สุนทรียสนทนา”คนรุ่นใหม่อย่างเต็มเปี่ยมครับ
ขอบคุณวันเวลาที่ดีๆครับ เป็นบุญวาสนาที่ได้พบกับเรื่องราวที่ดีๆจากการเดินทาง ได้สัมผัสชื่นชมบรรยากาศและธรรมชาติของแต่ละถิ่นที่ที่สวยสดงดงามคนละแบบ ได้พบปะกับญาติสนิทมิตรสหาย ได้ชิมลิ้มรสแห่งมิตรไมตรี เป็นประสบการณ์การทำงานที่มีคุณค่า มีความหมาย ขอบคุณเรื่องราวที่ดีๆที่ได้ไปพานพบ
ขอบคุณครับ


















สวัสดีค่ะ
ชื่นชมค่ะ... มากๆ ที่ร่วมกันอนุรักษ์ผืนป่าให้คงอยู่
กิจกรรมนี้คงสร้างความประทับใจให้กับทุกๆ ท่าน ที่ร่วมแรงร่วมใจกัน
ขอบคุณบันทึกที่มีคุณค่ามากๆ ค่ะ
วันที่ 11 พค. เดินทางผ่านนครสวรรค์ เห็นฝนตก... หายร้อนบ้างหรือยังคะ???
สุขกายสบายใจนะคะ
สวัสดีครับคุณครูใจดี