การฟังให้เข้าใจ มีแต่ได้กับได้ ไม่มีเสีย

        ผมเองเมื่อก่อนก็เป็นคนไม่ค่อยฟังใครหรอกครับ

 

        ตอนทำงานใหม่ ๆ  ก็ไม่ฟังใครครับ    เพราะคิดว่าตัวเองเก่ง เป็นคนไฟแรงมีอุดมการณ์ ประมาณว่า  I   am    OK     You  are  not    OK

 

        พอมาเป็นผู้บริหาร   ก็ยิ่งไม่ฟังใครอีกครับ   เพราะคิดว่าตัวเองมีทั้งความรู้   มีทั้งอำนาจ   มีทั้งอุดมการณ์  ทำไมต้องฟังใครด้วย

 

       แต่ผลจากการที่ไม่ค่อยฟังใครนะครับ  มันก็มีทั้งได้  ทั้งเสีย พอๆ กัน    ในลักษณะของได้เรื่องงาน    แต่เสียเรื่องคน

 

         พอไม่ได้คน มันก็พาลถึงไม่ได้งานไปด้วย   รวมถึงการไม่ได้ใจ     สถานการณ์มันอึดอัดตึงเครียดไปหมดครับ   อยู่กันแบบ "คุมเชิง"

 

         พอไม่ได้ทั้งคน  ไม่ได้ทั้งงาน  รวมทั้งไม่ได้ใจ   ก็ต้องหันกลับมาทบทวนตัวเองครับ

 

        แล้วก็ได้คำตอบว่าเป็นเพราะผม " ไม่ค่อยฟังใคร" ครับ

 

        เมื่อรู้อย่างนั้น  ผมก็เลยกลับตัวกลับใจ  หันมาฟังใครๆบ้าง  เมื่อเริ่มฟังใคร   เหตุการณ์ความตึงเครียด ก็เริ่มผ่อนคลายครับ

 

       เริ่มสบายกาย สบายใจ  เริ่มได้ใจ  ได้คน   ได้งาน

 

       ตอนหลังผมมีโอกาสได้มาฝึก "สุนทรียสนทนา"   และมีโอกาสได้นำ "สุนทรียสนทนา"  ไปใช้  ในเรื่องของการสร้าง "ครอบครัวสุขภาวะ"  ก็พบความมหัศจรรย์ของ "การฟัง" ครับ

 

      ความมหัศจรรย์อันเกิดจาก  "การฟังให้เข้าใจ"  มีแต่ได้กับได้ครับ   ตอนหลังผมก็เลยเอามาใช้ในการทำงาน

 

     ลักษณะของการฟังให้เข้าใจ   จะมหัศจรรย์ได้  ต้องฟังด้วยให้เข้าใจแบบ   I   in   you  ครับ

 

     การฟังให้เข้าใจแบบ  I   in you  มีแต่ได้กับได้ครับ

 

     ได้ความรู้  ได้ความเข้าใจ   ได้เรียนรู้   ได้เข้าใจความเป็นจริง   ได้ความเห็นอกเห็นใจ  ได้ความรัก  ความเอื้ออาทร  ได้ความเป็นองค์รวม

 

      สิ่งที่คิดว่าน่าจะ "เสีย" จากการฟังให้เข้าใจ

 

     1.   เสียศักดิ์ศรี   มองเผินๆเหมือนจะเสียศักดิ์ศรี  ที่เราไปฟังคนอื่น  เหมือนกับยอมเขา   เหมือนกับเรา "อ่อนเชิง" กว่าเขา   ซึ่งถ้าไปสัมผัสจริงๆแล้ว  ไม่ใช่ครับ   ไม่ใช่เป็นการเสียศักดิ์ศรีเลย  กลับเป็นการเพิ่มศักดิ์ศรีอีก

 

    2. เสียระบบ  ครับ  มองเผินๆก็เหมื่อเสียระบบครับ ทำไมครูต้องฟังนักเรียน พ่อแม่ต้องฟังลูก  นายต้องฟังลูกน้อง   ถ้ามองอย่างวัฒนธรรมอำนาจนิยม ก็เเหมือนเสียระบบครับ   แต่ถ้าเข้าไปสัมผัสจริงๆ แล้ว  จะพบว่ามีแต่ได้ระบบครับ เพราะเป็นวีฒนธรรมของปัญญานิยม

 

   3. เสียหลักการ   ครับ  เรามองว่าบางคนไม่มีความรู้  ด้อยประสบการณ์  พูดไม่มีเหตุผล ไม่มีหลักการ  เราจึงไม่ควรไปฟังเขา เพราะฟังแล้วจะเสียหลักการ   ผมว่าถ้าเกิดเป็นอย่างนั้นจริงๆ คือ เขาพูดผิดหลักการ  เราก็ฟังเขาได้ครับ  ฟังให้จบ  โดยไม่ไปตัดสินเขา   เพียงแต่ให้รู้ว่าเขาคิดอย่างไร   ไม่ตัดสิน ไม่ใช่ว่าปล่อยไปตามที่เขาพูดนะครับ  แต่ค่อยมาตัดสินตอนหลัง  ว่าที่เขาพูดไปนั้นผิด   มันก็ไม่เสียหลักการหรอกครับ  เราฟังเขา  แต่เราก็ตัดสินใจตามหลักการของเรา

 

   4.  เสียอารมณ์    ขอยกมา 2  กรณี ครับ

 

       4.1  เวลาพูดไปแล้วมีคนมาขัดแย้งหรือโจมตี   ก็คงต้องระงับใจตั้งใจฟังเขาจนจบครับ  โดยยังไม่ตัดสินอีกเช่นกัน  แต่ไม่ใช่หมายความว่าเรายอมเขานะครับ  เราแขวนคำตัดสินเอาไว้ก่อน  หรือถ้าจำเป็นจะต้องตัดสินในตอนนั้น   เราก็ยกเหตุผลอีกชุดหนึ่งมาประกอบ โดยไม่ไปโจมตีความคิดที่เขาโจมตีมาว่าผิด

 

     4.2 เวลาถูกผู้ใหญ่ตำหนิ  พยายามอย่าฟังแค่ข้อมูลหรือฟังแบบ I in it นะครับ ให้มองผู้ใหญ่ให้เข้าใจครับ  ว่าเขาตำหนิเราเพราะอะไร  อย่าเพิ่งไปแก้ตัว   ประมาณว่า  ไม่สู้  แต่ ไม่ถอย    ไม่ปฏิเสธ  แต่ ก็ไม่ยอมรับ

 

      ครับ ลองมาฟังให้เข้าใจ แบบ I  in you กันดูนะครับ