กฎหมายจับคนเที่ยวเด้ก

กฎหมายจับคนเที่ยวเด็ก
ราวๆปี 2510 เรื่อยมาจนถึงปี 2539 เกือบ 30 ปีที่ผู้ใหญ่ระดับต่างๆ ในสังคมไทย ตั้งแต่นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ปลัด อธิบดี ต้องดำเนินการมากมายเพื่อ “ตอบคำถามในเวทีโลก” โดยเฉพาะคำถามที่ว่า “ทำไมสังคมไทยถึงมีการนำเด็กมาค้าประเวณีกันอย่างมากมาย” ทั้งนี้เพราะในช่วงเวลาดังกล่าว จะมีข่าวพาดหัวหนังสือพิมพ์อยู่เสมอว่า มีเด็กถูกขายจากชุมชนจากชนบท ซื้อไปเพื่อให้ค้าประเวณีในแหล่งต่างๆ มีการตกเขียวหรือจองเด็กไว้ล่วงหน้า มีการทารุณกรรมเด็กในสถานค้าประเวณี แต่ที่ฮือฮามากคือการเผยแพร่ตัวเลขว่าสังคมไทยมีโสเภณีเด็ก 800,000 คน (แปดแสนคน) สถิตินี้ในภายหลังต่อมาอีกหลายปี ถึงได้รู้ว่าเป็นตัวเลขที่ไม่มีฐานที่มาที่เชื่อถือได้เลย แต่สังคมไทยก็อื้อฉาวไปแล้ว
ในปี 2539 ความสำเร็จในการแก้ไขปัญหา “การค้าประเวณีเด็ก” ก็มีเค้ารางที่ดีขึ้นและต่างชาติให้ความชื่นชมมาก นั่นคือรัฐสภาไทยสามารถผลักดันให้มีการแก้ไขกฎหมายฉบับหนึ่งขึ้นได้ นั่นคือแก้ไข “พระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2503” มาเป็น “พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539” ดังมีสาระหลักที่สำคัญอย่างน้อยสองประการ ได้แก่
หนึ่ง...จับคนเที่ยวเด็ก โดยกำหนดไว้อย่างชัดแจ้งว่า “.....ผู้ใดกระทำชำเราหรือกระทำอื่นใดเพื่อสำเร็จความใคร่ของตนเองหรือผู้อื่น แก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีในสถานค้าประเวณี โดยบุคคลนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสามปีและปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหกหมื่นบาท
ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นการกระทำแก่เด็กอายุไม่เกินสิบห้าปี ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงหกปีและปรับตั้งแต่สี่หมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสองหมื่นบาท.......”
สรุปก็คือการร่วมประเวณีกับเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีลงมา “ติดคุกสถานเดียว” และมีตัวอย่างเกิดขึ้นแล้วในเมืองไทยที่คนระดับรองประธานสมาชิกวุฒิสภาและระดับรองผู้กำกับการตำรวจ ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีนี้อยู่
สอง....จับคนเป็นธุระจัดหา โดยกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า “.....ผู้ใดเป็นธุระจัดหา ล่อไปหรือชักพาๆไปซึ่งบุคคลใด เพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณี แม้บุคคลนั้นจะยินยอมก็ตามและไม่ว่าการกระทำต่างๆ อันประกอบเป็นความผิดนั้นจะได้กระทำภายในหรือนอกราชอาณาจักร ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปีและปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท
ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นการกระทำแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปี ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบปีและปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสามแสนบาท
ถ้าการกระทำผิดตามวรรคหนึ่งเป็นการกระทำแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบปีถึงยี่สิบปีและปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงสี่แสนบาท......”
สรุปก็คือ ใครพาเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีไปให้คนอื่นร่วมประเวณี ติดคุกแน่นนอน ไม่ว่าคนนั้นจะเป็น พ่อ แม่ เป็นครู เป็นญาติหรือเป็นใครก็ตาม โดนหมด
ผมยกจุดเน้นมาให้เห็นเพียงสองมาตราเท่านั้น ผู้ที่ชอบเที่ยวผู้หญิงทั้งหลาย อ่านแล้วขอให้ตระหนักไว้ให้ดี ไม่เช่นนั้น วันหนึ่งอาจติดคุกได้
แล้วจะหาว่าไม่เตือน
....................

มีท่านผู้อ่านโทรมาสอบถามผมว่า กรณีรองประธานวุฒิสภา "นายเฉลิม พรหมเลิศ"ที่ร่วมประเวณีกับเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีนั้น คดีถึงไหนแล้วและมีโทษจำคุกกี่ปี ผมขอนำข้อมูลโดยสรุปมาตอบดังนี้ครับ
30 กันยายน 2545 ศาลชั้นต้น พิพากษาจำคุก 4 กระทง กระทงละ 4 ปี รวม 16 ปีในข้อหากระทำชำเราเด็ก (โจทย์และจำเลยอุธรณ์)
19 มกราคม 2548 ศาลอุทธรณ์ยืนตามศาลชั้นต้นและเพิ่มโทษคดีพรากผู้เยาว์อีก 4 กระทง กระทงละ 5 ปี รวม 20 ปี เมื่อรวมทั้งสองกรณีเข้าด้วยกันแล้ว รวมโทษเบ็ดเสร็จ 36 ปี (จำเลยฏีกา)
13 พฤศจิกายน 2550 ศาลฎีกายืนตามศาลอุธรณ์ จำคุก 36 ปี (ปัจจุบันจำเลยรับโทษจำคุกอยู่)